๑,๐๒๘ กลองยาว....จิตอาสา

กิจกรรมดนตรีก็เหมือนกับกีฬา..นักเรียนต้องออกแรงและใช้สติ มีสมาธิและปัญญา..ตลอดจนมีระเบียบวินัยในการเล่น เป็นส่วนเสริมลักษณะนิสัยและทักษะชีวิตขั้นพื้นฐาน นำไปสู่การงานที่ต้องรู้จักการใช้จังหวะเวลาที่เหมาะสม..

        ความรู้สึกเหมือนมีดนตรีและบทเพลงพื้นบ้านอยู่ในหัวใจ ทำสองสิ่งนี้คราวใด มักจะทำได้ดีอยู่เสมอ อาจเป็นเพราะสนใจและให้ความสำคัญก็เป็นได้..

    ความทรงจำแบบนี้ ไม่มีอยู่ในช่วงวัยประถมฯ เป็นเพราะไม่ถูกเลือกให้เป็นตัวเล่น หรือเป็นเพราะโรงเรียนไม่มีเรื่องราวแบบนี้..ก็จำไม่ได้

        หรือใครๆอาจมองว่า ยังไม่เหมาะกับวัยเด็ก ควรเริ่มต้นเรียนรู้ให้เป็นทักษะเมื่อเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่หรือวัยอันควร ภาพแบบนี้ผมจึงนึกไม่ออกเลยว่าได้เคยเรียนรู้มาหรือไม่..

        แต่ด้วยโลกเปลี่ยนไป วิทยาการก้าวหน้า ศิลปวัฒนธรรมแพร่หลาย ภูมิปัญญาท้องถิ่นเริ่มมีการประยุกต์และบูรณาการสู่ห้องเรียน เสริมเติมเต็มให้ผู้เรียนมีทักษะพิเศษ

        ผมรู้สึกตื่นเต้นและภูมิใจที่ได้สอนกลองยาว เด็กน่าจะตื่นเต้นดีใจมากกว่าผม มารอครูตั้งแต่แปดโมงเช้า ทั้งที่ผมนัดไว้เก้าโมง เพราะตั้งใจจะให้ถึงวัดโบสถ์เก่าเลาขวัญ ในเวลาเก้าโมงครึ่ง...

        ปีนี้..เหมือนเดิม นำวงดุริยางค์ไปด้วย นักเรียนช่วยกันยกอุปกรณ์ขึ้นรถ ผมกับนักดนตรีมีด้วยกัน ๓๐ ชีวิต..เป็นผลผลิตของโรงเรียนขนาดเล็กที่นับวันจะเป็นวงที่ใหญ่ขึ้น

        เริ่มต้นเมื่อปี ๒๕๕๒ จากกลองยาวเก่าๆ มีอยู่ไม่กีใบ ใช้ผู้เล่นไม่ถึง ๑๐ คน พัฒนามาจนถึงทุกวันนี้ได้ไม่ง่ายเลย..ครูต้องรักและมีดนตรีในหัวใจพอสมควร

        ผู้ปกครองก็ให้ความร่วมมือ จึงไม่มีปัญหาและอุปสรรค ถ้าจะต้องเดินทางออกนอกโรงเรียน เพื่อไปแห่เทียนพรรษาหรือว่างานบุญต่างๆ เรียกใช้ไหว้วานได้เสมอ...

        ผมมองเหม่อไปข้างหน้า สายตาจับจ้องถนนเพียงเล็กน้อย พยายามนึกภาพนักเรียนที่นั่งรถเปิดประทุน คือไม่มีหลังคา บรรทุกนักเรียนและกลองยาว..วันนั้นกับวันนี้ยังเป็นรถคันเดิม เพิ่มเติมคือจำนวนคน ที่นั่งอยู่ในรถคันเก่าที่เรียกว่ารถอีแต๋น ที่ไม่ต้องติดแผ่นป้ายทะเบียน แต่สภาพรถแข็งแรงเชื่อถือได้ว่าปลอดภัย

        พอไปถึงวัดก็ไม่รอช้า..รีบบรรเลงทันที มีผู้มางานบุญกฐินสามัคคีในวันนี้ ณ วัดโบสถ์เก่าเลาขวัญ มากกว่าทุกปีที่ผ่านมา ร้านในโรงทานมีมากกว่า ๕๐ ร้าน เนืองแน่นไปด้วยผู้คน มองดูขวักไขว่เหมือนตลาดนัดคนเดิน...

        บรรเลงโหมโรงเป็นที่เรียบร้อย..ก่อนแห่องค์กฐินรอบพระอุโบสถ ผมให้นักเรียนไปเลือกรับประทานอาหารที่ถูกใจ งานนี้ครูไม่มีค่าตอบแทนให้ นักเรียนมาด้วยใจอนุโมทนา จิตอาสาก็ต้องพึ่งพาตนเอง..ปรากฎว่า..นักเรียนยิ้มแย้มแจ่มใส ชุมชนและผู้ปกครองให้ความสนใจ..ดูแลนักกลองยาวเป็นอย่างดี..อิ่มหมีพีมันกันทั่วหน้า

        กิจกรรมดนตรีก็เหมือนกับกีฬา..นักเรียนต้องออกแรงและใช้สติ มีสมาธิและปัญญา..ตลอดจนมีระเบียบวินัยในการเล่น เป็นส่วนเสริมลักษณะนิสัยและทักษะชีวิตขั้นพื้นฐาน นำไปสู่การงานที่ต้องรู้จักการใช้จังหวะเวลาที่เหมาะสม..

        ผมจึงบ่มเพาะ..นักเรียน..ด้วยจังหวะดนตรี ด้วยการให้ตีกลองยาว..ควบคู่กับงานจิตอาสา นำพาสู่ความยั่งยืน อาจมองดูไม่ทันสมัย..แต่เมื่ออยู่ในชุมชนของผู้สูงวัย ก็เร้าใจได้เสมอ

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๑๐  พฤศจิกายน  ๒๕๖๒

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า....จากโรงเรียนเล็ก



ความเห็น (0)