ในคาบหลักการพื้นฐานของกิจกรรมบำบัดในวันนี้ อาจารย์ป๊อปได้สอนพวกเราในเรื่องของ EHP(Ecology of human performance) เมื่อสอนเสร็จอาจารย์ได้ให้พวกเราจับกลุ่มกับเพื่อนที่เกิดเดือนเดียวกันซึ่งผมก็ได้อยู่กลุ่มเดียวกันกับตองและขวัญที่ได้ทำคลิปMKด้วยกัน เมื่อจับกลุ่มเสร็จอาจารย์ได้เริ่มบอกรายละเอียดของงานในวันนี้คือการให้แต่ละกลุ่ม แต่ง เพลง กลอน และสุทรพจน์ภาษาอังกฤษที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่ได้สอนไปในวันนี้และให้ถ่ายคลิปส่งงานโดยมีความยาวประมาณ3นาที โดยมีระยะเวลาในการทำงานโดยประมาณ44นาที เมื่ออาจารย์บอกข้อมูลงานจบ ทุกคนในห้องอยู่ในความตื่นเต้นเพราะการที่ต้องคิดอะไรที่ละเอียดอ่อนอย่างกลอนและสุนทรพจน์ภายในระยะเวลาแค่นี้เป็นอะไรที่ยากมากๆแต่นั่นแหละคือจุดประสงค์ที่อาจารย์ตั้งใจไว้ คือการให้พวกเราก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง เมื่อพวกเราเริ่มทำงานกลุ่มของพวกเราได้แบ่งงานกันก่อนว่าใครจะทำในส่วนไหนบ้างซึ่งผมก็ได้รับหน้าที่ในส่วนของการแต่งเพลงผมที่เคยแต่งเพลงมาบ้างก็ยังรู้สึกท้าทายเพราะการที่จะแต่งเพลงโดยมีเนื้อหาในการเรียนอยู่ในเนื้อเพลงนั้นถือเป็นอะไรที่ยากอยู่เมหือนกันแต่งานในวันนี้มีเป้าหมายในการข้ามขีดจำกัดของตัวเองผมจึงได้เริ่มคิดจากเนื้อหาที่เรียนมาในวันนี้รวมไปถึงกิจกรรมที่อาจานย์ป๊อปได้ให้ทำไปตอนต้นคาบคือการให้มองออกไปนอกหน้าต่างเพื่อจินตนาการและสังเกตุสิ่งต่างๆผมจึงได้ขออัญเชิญบทเพลงรักน้องของมหาวิทยาลัยเรามาใส่เนื้อร้องและจัดลำดับใหม่ได้ว่า
“เจ้านกน้อยล่องลอยโผบิน จากแผ่นดินทะเลสีคราม
ความเหงาเอยเหมือนคอยเหยียบย่ำ ให้ทรมาน
ในคาบยามบ่ายมองไปนอกหน้าต่างตามคำประกาศของคุณครู
เจ้าเห็นสิ่งใดที่เป็นสิ่งใหม่เฝ้าบันทึกไปจงลองดู
เมื่อมองไปยังผืนฟ้า ก็นึกถึงมารดาที่เชิดชู
ถึงแม้จะแสนเหนื่อยล้า ก็ต้องเก็บน้ำตาให้ซ่อนอยู่
เมื่อนึกดังนั้นรู้สึกอยากกลับบ้าน อยากกลับไปทานข้าวพร้อมหน้า
เพราะทุกวันนี้นั่งกินแต่cornflakesนั่งเรียนcontextจนอยากจะแทบบ้า
จงพัฒนาตัวตนเสริมภูมิความรู้ที่บกพร่อง
เพราะว่าสุดท้ายคือความมุ่งมั่นภายในตัวตนที่ปกป้อง
ความหวังดี จงมาปกป้อง ทั้งเธอและฉัน”
โดยเนื้อหาภายในเพลงผมได้ตีความหมายว่าตัวผมที่ได้มาเรียนที่มหาวิทยาลัยมหิดลแห่งนี้เปรียบเหมือนนกน้อยที่ต้องบินออกมาห่างรังต้องสู้และอดทนในการเรียนและเมื่ออาจารย์ได้ให้มองไปนอกหน้าต่างวันนี้ก็ได้มองไปยังท้องฟ้าและนึกถึงคุณแม่ที่คอยสนับสนุนผมมาตลอดโดยในการแต่งเพลงนี้ก็ได้ใช้เนื้อหาที่ได้ใช้หลักการที่เรียนมาในวันนี้
Person
-Sensorimotor:การมองและแยกแยะสิ่งต่างๆนอกห้อง การสื่อสารในการทำงานกับเพื่อนในกลุ่ม
-Cognitive:รู้ว่าควรทำงานอย่างไรเข้าใจงานที่ได้รับมอบหมาย
-Psychological:ไม่ร้อนรนกับงานในเวลาที่จำกัดดีใจที่ทำงานได้สำเร็จร่วมกับเพื่อนๆ
Context
-Temporal:ช่วงเวลา44ในการทำงาน
-Physical:ร่างกายปกติและพร้อมสำหรับการทำงาน
-Social:อาจารย์และเพื่อนๆในห้องเรียน
-Cultural:การแต่งเพลงโดยอิงตามเพลงประจำมหาวิทยาลัย
Task1แต่งกลอน2แต่งเพลง3แต่งสุนทรพจน์(ภาษาอังกฤษ)
Performance Rangeเกิดประสบการณ์ใหม่จากการทำงานที่ท้าทายขีดจำกัดของตัวเอง
ซึ่งเมื่อผมแต่งเพลงเสร็จทั้งตองและขวัญก็แต่งกลอนและสุนทรพจน์เสร็จภายในเวลาไล่เลี่ยกันหลังจากนั้นเราก็ได้ถ่ายคลิปส่งอาจารย์โดยมีความยาว2.48นาที ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับที่อาจารย์ได้กำหนดไว้ และนี่ก็ถือได้ว่าเป็นก้าวเล็กๆที่สำคัญของพวกเราในการก้าวข้าวขีดจำกัดของเราเอง