วันนั้นเป็นวันจันทร์คาบบ่าย เป็นเวลาประจำที่เรามีคาบเรียนหลักการกิจกรรมบำบัด เป็นเหมือนทุกครั้งที่ตอนขึ้นห้องมา เพื่อนๆอยู่กันประปราย มีส่วนน้อยที่ขึ้นมารอแล้ว เพราะว่าฉันมักจะมาก่อนเวลาประมาณ20นาทีพร้อมกับแก้วชาเขียวเย็นเอาไว้เติมคาเฟอีนไม่ให้น็อคคาโต๊ะระหว่างเรียน ฉันดื่มมันไปพลางนับเวลาถอยหลังก่อนเข้าสู่คาบ มองดูเพื่อนที่ทยอยเข้ามาทักทาย จนเมื่อถึงเวลาผู้สอนก็เป็นคนที่เข้ามาเป็นคนสุดท้าย พอดีกับชาเขียวในแก้วที่ถูกดื่มจนเหลือแต่ก้อนน้ำแข็งภายใน
วันนี้ก็คงจะเป็นอีกวันที่การเรียนการสอนเหมือนกับส่วนใหญ่ที่อาจารย์จะขึ้นสไลด์สอนพวกเรา ไม่ต้องเดิน ไม่ต้องย้ายที่นั่งให้วุ่นวายและวิ่งหาเพื่อนเอิกเกริก มันควรจะเป็นแบบนั้นถ้าหากเป็นอาจารย์ท่านอื่นที่ไม่ใช่อาจารย์ป๊อปมาสอน รอยยิ้มหวานแฝงอะไรหลายอย่างที่เราไม่อาจคาดเดากับคำพูดน้ำเสียงนุ่มนิ่มชวนให้ตายใจสามารถนำพาสิ่งที่ไม่คาดฝันมาให้พวกเราเสมออย่างเช่นคาบนี้เป็นต้น
หากให้เล่าถึงสิ่งที่ให้ทำตั้งแต่ต้นจนจบก็น่ากลัวว่าทั้งคืนก็น่าจะเล่าไม่หมด คร่าวๆและสรุปรวบก็คงจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด อย่างแรกที่อาจารย์ให้พวกเราทำก็คือเปิดผ้าม่านออกให้เห็นวิวนอกห้อง จากนั้นก็ให้ทุกคนมองออกไปและให้เขียนสิ่งไม่มีชีวิตที่เห็นมาทั้งหมด10อย่าง ต่อด้วยสิ่งที่ไม่มีชีวิตอีก10อย่าง พวกเรางุนงงอย่างมากว่าจะให้ทำอะไร มันเป็นความรู้สึกที่สับสนและตื่นเต้นไปพร้อมกัน ก่อนที่อาจารย์จะให้เราจับกลุ่มกันตามเดือนเกิดเมื่อจับเสร็จก็กำหนดหัวข้องานให้เราโดยการเขียนบางสิ่งบนกระดานไปด้วย นั่นคือEHP: Ecology of human performance หรือก็คือ เรื่องของสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อการแสดงออกหรือการทำกิจกรรมของมนุษย์ ที่มีองค์ประกอบ3อย่างใหญ่ๆคือ 1.Experience 2.Context 3.Task ที่จะสามารถส่งผลถึง Performance ของเราได้
หลังจากนั้นงานของจริงก็ได้เปิดเผยตัวออกมา เราได้หัวข้อเดียวกันทั้งห้องคือ แต่ละกลุ่มให้แต่งspeech เพลงและกลอน เกี่ยวกับการให้ประโยชน์ในการส่งเสริมและป้องกันสุขภาพ โดยใช้คำที่เราจด20อย่าง ทำเป็นคลิปภายในเวลา3นาที ด้วยเวลาในการทำงาน44นาที เมื่อทำงานเสร็จก็ให้เขียนบันทึกเล่าถึงประสบการณ์ชีวิตที่ได้จากการทำกิจกรรมนี้ใน3ด้าน คือSensorimotor Cognitive Psychological ที่อยู่ในหัวข้อExperience
ด้าน Sensorimotor หรือก็คือ การใช้ความรู้สึกร่างกายเคลื่อนไหว ซึ่งจากที่ฉันวิเคราะห์ได้ก็คือ การที่เราใช้มือเขียนบทสุนทรพจน์/เนื้อเพลง/กลอนขึ้นมา, การเดินหาสถานที่ถ่ายทำตามจุดต่างๆในคณะ,การขยับร่างกายทำท่าทางต่างๆในการถ่ายทำ,การหลีกเลี่ยงการถ่ายทำในที่เสียงดังๆ
ด้านCognitive หรือก็คือ การรับรู้และเข้าใจว่าเรานั้นได้รับมอบหมายในการทำอะไร ความสามรถแก้ปัญหา และการเรียนรู้ จากที่วิเคราะห์ได้ก็คือ เป็นการที่พวกเราคิดบทต่างๆและเอามาเรียบเรียงว่าอะไรควรมาก่อนหรือหลัง,การที่เราอัดเสียงใหม่เมื่อเกิดปัญหาว่าเสียงเบาเกินไป,การเลือกรูปภาพที่เอามาใช้ประกอบในวีดีโอให้เหมาะสม,การนำคำจากก่อนหน้านี้มาใช้ให้สอดคล้องกันกับเรื่องที่เราสร้าง
ด้านPsycological หรือก็คือ การที่เรามีจิตมุ่งมั่นที่จะทำให้สำเร็จลุล่วง จากที่วิเคราะห์ก็คือ แม้เมื่อตอนแรกพวกเรานั้นมีอาการถอดใจและย่อท้อในใจว่าคงไม่ทัน แต่ว่าเราก็ยังคงตั้งตากันฝ่าฟันกับโจทย์ตรงหน้าว่ายังไงก็ต้องสำเร็จ ซึ่งสุดท้ายแล้วพวกเราก็ประสบความสำเร็จอย่างที่เราตั้งเป้าหมายไว้
ประสบการณ์ชีวิต [Life Experience] ที่ฉันได้จากการทำกิจกรรมนี้คือ บางครั้งความเครียดความกดดันนั้นก็สามารถผลักดันเราให้ทำสิ่งที่ไม่คาดฝันว่าจะสามารถจะทำได้ให้เกิดขึ้นได้ รวมถึงการที่มีสังคมรอบข้างและอุปกรณ์ที่ดีคอยช่วงส่งเสริมศักยภาพของเราให้พร้อมในการใช้งานได้อย่างเต็มที่ในการฝ่าฟันอุปสรรคตรงหน้าได้อย่างไม่เหนือบ่ากว่าแรงนัก