วันอังคารที่ 12  ธันวาคม  2549

          วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่ไม่มีการถ่ายวีดีโอครับ  และที่สำคัญคอมพิวเตอร์ที่ผมใช้ตัดต่องานสื่อการเรียนการสอนนั้นก็มีคนใช้ตัดต่อทั้งวันเลยก็เท่ากับว่าวันนี้ผมไม่มีงานทำก็ว่าได้ครับ  แต่ในเมื่อไม่มีงานทำผมก็ได้ใช้เวลาว่างในจุดนี้ในการตัดต่อวีดีโองานบายศรีสู่ขวัญให้กับรุ่นน้องเทคโนเพื่อที่จะนำมาฉายในวันเสาร์ที่ 16 ธันวาคมนี้ครับ โดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของอิสราในการทำงานนี้โดยใช้โปรแกรม Adobe Premiere Pro 2.0  ภายในตัวงานนั้นจะเป็นภาพนิ่งทั้งหมดและจะมีเพลงประกอบก็เหมือนกับมิวสิควีดีโอแหละครับ  เทคนิคในการทำมิวสิควีดีโอโดยใช้ภาพนิ่งเป็นหลักนั้นมีเทคนิคที่หลายๆคนมองข้ามเยอะครับผมขอยกตัวอย่างสิ่งที่หลายๆ คนมองข้ามไปครับ (สำหรับคนที่มีพื้นฐานโปรแกรม Adobe Premiere Pro 2.0 จะเข้าใจง่ายมากครับ)

          1.สมมุติว่าเราต้องการให้ภาพนิ่ง4ภาพอยู่ในเฟรมเฟรมเดียวเราไม่ควรจัดวางภาพให้เรียบร้อยครับ  พูดง่ายๆ ก็คือจัดให้มันมั่วๆ หน่อยไม่ต้องเท่ากันทั้ง 4 ภาพก็ได้ครับ  อาจจะบ่างรูปเล็กบ้างใหญ่บ้างก็ได้หรือไม่ก็บางรูปทับกันบ้างก็ได้ครับ

          2.จากข้อ1 ไม่ควรให้ขึ้นมาพร้อมๆ กันทีเดียว 4 ภาพเลยครับควรจะให้ค่อยๆ ขึ้นมาทีละภาพจนครบ 4 ภาพครับ

          3.ถ้าต้องการที่จะซ้อนภาพให้ภาพนั้นอยู่ในเฟรมเดียวกันและพื้นที่เดียวกัน  เราก็ต้องดูก่อนว่าเราจะใช้ภาพไหนเป็นภาพหลักถ้าสมมุติว่ามี 2 ภาพซ้อนกันเราก็ปรับopacity ที่ภาพรองให้น้อยกว่าภาพหลักครับแต่ถ้าต้องการให้ภาพทั้งสองชัดเท่ากันเราก็ต้องมาดูว่าภาพหลักหรือภาพรองอันไหนเข้มกว่ากันถ้าภาพหลักเข้มกว่าก็ให้ปรับopacity ลงให้ภาพดูกลมกลืนกับภาพรองครับ

          4.ไม่ควรให้ภาพนั้นอยู่นิ่ง  บางภาพถ้าเราใส่การเคลื่อนไหวให้กับภาพจะทำให้งานของเรานั้นดูมีชีวิตชีวาขึ้นอีกมากเลยครับเช่น  เราอาจจะใส่ให้ภาพวิ่งมาจากทางซ้ายของจอแล้วมาอยู่ตรองกลางเฟรมเทคนิคนี้เรียกว่าMotion ครับ

          5.ลองใช้เทคนิคStop Motion ดูครับ แบบที่พวกเราใช้ทำการ์ตูนที่ใช้ดินน้ำมันทำ  จะช่วยให้น่าสนใจขึ้นได้เยอะเลยครับ

          6.ลองใส่ตัวหนังสือวิ่งให้กับท่อนHook ของเพลงก็ได้ครับยกตัวอย่างงานของผมนั้น  เมื่อเพลงเล่นมาถึงท่อนHook ผมมก็ได้ใส่Motion ให้กับตัวหนังสือให้วิ่งมาจากทางซ้ายบ้าง  ทางขวาบ้าง  หรือวิ่งมาจากในจอครับ  เพราะว่าบางครั้งนั้นตัวหนังสือก็สื่ออารมณ์และความรู้สึกได้เยอะกว่ารูปภาพครับ

          7.จากข้อ6 ไม่ควรทำMotion ให้คล้ายๆ กันเช่น  เราใส่โมชั่นให้ตัวหนังสือวิ่งเข้าไปในจอแล้วพอข้อความต่อไปเราให้ตัวหนังสือท่อนต่อไปวิ่งออกมาจากในจอครับ  เราอาจจะเปลี่ยนเป็นพอตัวหนังสือวิ่งออกมาจากในจอแล้ว  ท่อนต่อไปก็แค่ให้ขึ้นมาเฉยๆ เลยครับไม่ต้องใส่ Motion แต่ใส่เอฟเฟคDissove หน่อยครับ เพื่อที่ตัวหนังสือจะได้ค่อยๆ ขึ้น  ไม่ใช่ขึ้นมาแข็งๆ เลยครับ

          การตัดต่อก็เป็นไปตลอดทั้งวันโดยได้คำแนะนำดีดีจากพี่ดิวครับ  ผมต้องขอขอบคุณพี่อย่างมากที่ให้คำแนะนำเหล่านี้ครับ  และนี่ก็คือประสบการณ์ที่ผมได้ในวันนี้ครับ

                                                             จิรอาจ  สมิงชัย