เข้าห้องมาคาบแรกก็เกือบสายซะแล้ว…ก็แค่เกือบนั่นล่ะ

เราเข้าไปนั่งเกือบท้ายสุดของห้องกับเพื่อนก่อนที่อาจารย์จะเข้ามา รอแค่สักพักเดียว ผู้ชายอายุกลางคนตัวสูงเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม เขามองเด็กๆรอบห้อง น้ำเสียงนุ่มนวลถูกส่งมาให้พวกเราสำหรับการเข้ามาเยือน ใช่ ถูกแล้ว เขาคืออาจารย์ผู้สอน อาจารย์ป๊อก ที่จะมาสอนวิชาหลักการกิจกรรมบำบัดกับพวกเราเด็กปี1 และสิ่งต่อไปที่อาจารย์ทำก็คือการเดินไปเปิดม่านที่ข้างหน้าต่างห้องให้เห็นวิวตึกด้านนอกและท้องฟ้าใสยามบ่าย พวกเรางงและไม่เข้าใจว่าอาจารย์ทำไปทำไม

ไม่ช้าไม่นานก็ได้คำตอบ

“หนึ่งในงานของนักกิจกรรมบำบัดคือจะต้องปรับสภาพแวดล้อมให้สดชื่น กระปรี้กระเปร่า พร้อมสำหรับการเรียนรู้” อาจารย์บอกพร้อมรอยยิ้มให้กับพวกเรา

วันนี้เพียงไม่ถึง10นาทีที่อาจารย์เข้าห้องมาก็ได้เรียนบทเรียนไปแล้ว ช่างเป็นสิ่งเรียบง่ายแต่ไม่เคยคาดถึง หลังจากนั้นก็ถึงเวลาเช็คชื่อทว่าก็ไม่ใช่การเช็คชื่อธรรมดามาครับ/ค่ะ อาจารย์ให้เราทำท่าประกอบที่เป็นตัวเราและไม่ได้ให้เวลาคิดมากมายนัก ชื่อของเพื่อนคนแรกถูกเรียกจากใบรายชื่อ ทุกคนต่างทำท่าทางคนละแบบ ไม่มีใครเป็นกังวลว่าควรทำท่าทำทางอย่างไร ราวกับว่านั่นเป็นสิ่งที่เป็นตัวตนของพวกเขาอยู่แล้ว ทำโดยที่มันออกมาอย่างเป็นธรรมชาติของพวกเขา กระทั่งชื่อสุดท้ายของใบกระดาษได้ถูกเอ่ยและจบลง อาจารย์ออกมาหน้าห้องอีกครั้งและบอกเหตุผลที่ให้พวกเราทำ

“นักกิจกรรมบำบัดจะต้องมีบุคลิกภาพที่น่าสนใจ เป็นที่จดจำ แจ่มใสและสดชื่น” จบคำ เขายิ้มให้พวกเราอีกครั้ง ก่อนเดินเข้าไปเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์

แน่นอนว่าเราได้เรียนรู้ไปอีกแล้ว โดยทั้งสองอย่างนี้เกิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงโดยไร้ความเครียดใดๆเหมือนกับวิชาอื่นๆและพวกเราก็ซึมซับอย่างรวดเร็วเช่นกัน

ช่างเป็นสิ่งเรียบง่าย…แต่ไม่เคยคาดถึง

อาจารย์เริ่มเปิดโปรแกรมPower point พิมพ์ข้อความ พวกเราเองก็เปิดอุปกรณ์ในการจดบันทึกของแต่ละคนขึ้นมาเช่นกัน บางคนสมุดและปากกา บางคนก็เป็นไอแพด บางคนก็ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูป

หลักการกิจกรรมบำบัดมีเพียง5ข้อที่อาจารย์ได้พิมพ์ลงไปในกล่องข้อความสี่เหลี่ยม คล้ายจะง่ายแต่ก็ไม่ทั้งหมด รวมทั้งถึงสิ่งที่เราเป็นภายในคนๆเดียว เป็นทั้งสถาปนิก,หมอ,คนไข้,นางพยาบาล,ครูฝึกอาชีพและนักสังคมสงเคราะห์ นับว่าเป็นสิ่งที่ค่อนข้างท้าทายเลยทีเดียวว่าเราจะเป็นคนทั้งหมดได้รึเปล่าและจะทำบทบาทหน้าที่ตรงนั้นได้ดีแค่ไหน

แต่นั่นก็เป็นเพียงเรื่องของอนาคต อยู่กับปัจจุบันและทำให้ดีที่สุดก็พอ

ต่อมาอาจารย์ก็ทำให้พวกเราได้เซอร์ไพรส์ ที่อยู่ๆก็มีงานโปรเจคหนึ่งมาให้และพวกเราทั้ง34คนก็ต้องทำส่งเดี๋ยวนั้นเลยซึ่งแต่ละเรื่องนั้นเกี่ยวโยงกับงานกิจกรรมบำบัด เราได้จับกลุ่มทำกันตามหัวข้อที่ได้(มี10หัวข้อเรื่อง) มีเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงกับการทำคลิปเวลา1นาที ทว่าเราต้องช่วยกันคิดคอนเทนต์กันสดๆว่าจะต้องทำอย่างไรให้สอดคล้องกับหัวข้อรวมถึงตัดต่อและส่งให้อาจารย์ได้ดู แน่นอนว่ามันย่อมมีความวุ่นวายเล็กๆได้ถูกก่อขึ้น กลุ่มของเราได้เกี่ยวกับการฝึกสมาธิด้วยการเซลฟี่ ความคิดของเพื่อนๆและของเราได้ถูกเอามาหลอมรวมกันจนได้วิธีการ มันก็ถือว่าง่ายแต่ก็ไม่เสียทั้งหมด พอได้เนื้อเรื่องกันแล้วเราก็ไปถ่ายทำกัน ทุกอย่างหลังปัญหานั้นดูง่ายไปเสียหมดและออกจะสนุกด้วยซ้ำไป ด้วยคอนเซ็ปท์ที่ว่านำสิ่งรอบตัวประกอบเป็นกิจ+กรรม โดยสิ่งที่เราทำนั้นสอดคล้องเชื่อมโยงกับสิ่งที่ได้เรียนไป ‘จิตที่จดจ่อมีเป้าหมายและสติ’

เราได้เรียนรู้ไม่ถือว่าน้อยเลยกับคาบแรก หวังว่าคาบต่อไปจะเป็นอยู่แบบนี้เสมอ