"เรื่องที่อยากเล่า"
....สำหรับการเดินทางของชีวิตตลอด 21 ปีของฉันนั้น นับว่าได้ผ่านช่วงชีวิตที่ค่อนข้างน้อย เเต่เเอบเเฝงด้วยเรื่องราวที่หลากหลายรสชาติพอสมควร ผ่านช่วงชีวิตที่บางครั้งหวานเหมือนน้ำตาล บางครั้งขมดุจบอระเพ็ด เเละในบางครั้งก็เค็มดั่งน้ำเกลือไม่มีผิด บางวันรู้สึกว่าชีวิตนี้ช่างสุขเหลือเกิน เหมือนโลกทั้งใบนั้นเเสนสดใสมองไปทางไหนก็เหมือนเห็นเเต่ดอกไม้ ทุ่งหญ้า สวยงามตระการตายิ่งนัก เเต่อีกบางวันกลับรู้สึกว่าชีวิตนี้ช่างน่าเบื่อเหลือเกิน ทุกข์ไม่มีสุข มองไปทางไหนก็เห็นเเต่ความมืดมิด สีดำ เเละความเเห้งเเล้ง
....เเน่นอนว่าช่วงชีวิตของเรานั้นมีหลากหลายอย่างมากที่เราต้องเผชิญ เเละเรื่องราวที่ผ่านมานั้นมักจะทำให้เกิดเรื่องราวที่เราอยากเล่าให้คนอื่นฟังเสมอ ไม่ว่าอยากเล่าด้วยจุดประสงค์ใดก็ตามเเต่ทุกอย่างนั้นมันคือสิ่งที่เรียกว่า "ประสบการณ์"
....เเละเรื่องราวของดิฉันที่จะเล่านั้นมันเป็นประสบการณ์ที่ท้าทายเเละน่าตื่นเต้นสำหรับฉันมาก เพราะเป็นการเดินทางไปทำงานช่วงปิดเทอมที่ไกลคร้งเเรก คือที่ กรุงเทพมหานคร
"การเดินทาง"
....ตอนเเรกก่อนที่จะออกจากบ้านนั้นตั้งใจจะไปคนเดียวโดยให้พ่อไปส่งที่อ.เเม่สะเรียงเเละเราจะต่อรถไปเองคือ อ. เเม่สะเรียง- เชียงใหม่ เเละเชียงใหม่ - กรุงเทพ (ไม่รู้ตอนนั้นความเด็ดเดี่ยวจะเยอะไปไหนทั้งที่ไม่เคยเดินทางไปกรุงเทพคนเดียวเลย) เเต่ด้วยความที่พ่อห่วงมากเเละประจวบพ่อของเพื่อนผ่านมาหน้าบ้านพอดีกับเพื่อนสนิทรุ่นน้องที่จบม ปลายพอดี พ่อจึงขอให้น้องไปเป็นเพื่อนจากนั้นเราจึงมีเพื่อนไป (พ่อก็ใจชื้นขึ้นมาหน่อย)
จากนั้นเราทั้งสองคนนั่งรถจาก อ. เเม่สะเรียงมาถึงเชียงใหม่ในเวลาประมาณ 5 โมงเย็น
ต่อรถจากเชียงใหม่มาถึงกรุงเทพในเวลาประมาณตี 4 ในเช้าของอีกวันหนึ่ง
....ระหว่างเดินทางจุดหมายที่เราจะลงนั้นเป็นจุดสุดท้ายที่รถจะจอด ก่อนหน้านี้เมื่อเข้าสู่กรุงเทพคนจะลงที่หมอชิต วิภาวดี รังสิต หมดเลยเหลือเเค่เราสองคนกับคนขับรถทัวร์เเละกระเป๋ารถทัวร์ (ตอนนั้นคิดในใจว่าถ้ามาคนเดียวอาจกลัวมากเเน่ ๆ)
....พอมาถึงปลายทางคือ อู่สุคนธสวัสดิ์ซึ่งเป็นสถานีสุดท้ายไม่มีคนเลยมีเเต่ยามหนึ่งคนกับไฟที่สว่างไม่ทั่วเท่าไหร่ เเอบรู้สึกกลัวนิด ๆ เพราะตอนนั้นเป็นช่วงเวลาตี 4อยู่ (เเต่ก็คิดในใจว่าต้องขอบคุณพ่อมากที่ให้น้องมมาเป็นเพื่อนไม่อย่างนั้นคงเเย่เเน่)
....จากนั้นเราก็โทรหาครูให้มารับระหว่างที่รอนั้นเราทำเหมือนคุยโทรศัพท์กับครูเพื่อให้ยามรู้ว่าจะมีคนมารับเเล้วนะ เเละเขาก็เป็นครูด้วย เเละอีกเหตุผลคือเพื่อไม่ให้บรรยากาศศน่ากลัวเเละเงียบมากไปกว่านี้ เเละไม่กี่นาทีครูก็มารับโดยนั่งเเท็กซี่เเละพาเราไปที่บ้าน
"การตะลอนไปสมัครงาน"
....ตอนเเรกนึกว่าครูจะหางานให้อยู่เเล้วเราไปถึงเเล้วก็ทำงานเลย เเต่ความจริงคือเราต้องเดินไปหางานเองโดยการเตรียมรูปถ่าย สำเนาบัตรประชาชนเเละครูจะเป็นคนพาไปที่ห้างเพื่อไปสมัครงาน เเต่สำหรับการเดินเข้าไปถามนั้นเป็นหน้าที่ของเราเอง ตอนเเรกรู้สึกเขินมากไม่ค่อยกล้าถามเท่าไหร่เเต่เวลานี้จำเป็นที่สุดเเล้ว เราไปสมัครหลายร้านมากเฉพาะในห้างประมาณ 5- 6 ร้านได้ เราเจอทั้งร้านที่ปฏิเสธ เเละร้านที่บอกจะติดต่อกับมา
....เเละเราก็ยังเดินมาสมัครร้านที่ใกล้กับหมู่บ้านของครูคือ โครงการเวนิส ดี ไอริส วัชรพล ไปขอสมัครอีก 3 ร้านคือ ร้านกาเเฟTom N Toms Coffe (น้องได้ร้านนี้เเล้วเพราะผู้จัดการร้านอยากได้คนที่ทำประจำ เรามาพาร์ททามเขาจึงยังไม่รับ) ร้านขนมเบื้อง เเละร้าน Seoul Bingsu And More
"สัมภาษณ์งานร้าน Seoul Bingsu And More"
....อีกวันต่อมาร้านที่ติดต่อมาคือร้าน Seoul Bingsu And More เจ้าของโทรมาประมาณช่วงบ่าย ครูก็ให้เราไปเปลี่ยนชุดเพื่อไปสัมภาษณ์งาน พอไปถึงเจ้าของร้านเป็นชาวอินเดีย (คุณลาเกซ) เเละเเฟนคือคนไทยชื่อ (พี่ต๋อม) พอสัมภาษณืเสร็จก็ถามว่าจะเริ่มงานเลยไหมตอนเเรกเราก็อยากปฏิเสธเพราะมันเร็วไปมาก เเต่ก็จำเป็นต้องตกลงเพราะดูเหมือนเขาอยากจะให้เริ่มงานเลยเพราะพนักงานมีเเค่สองคน
....พี่ต๋อมพาดูอุปกรณ์ เครื่องทำบิงซู เครื่องทำกาเเฟ เครื่องปั่น เครื่องอบขนมปัง เครื่องไมโครเวฟ เเละสูตรการทำน้ำปั่น กาเเฟ เเละบิงซูชนิดต่าง ๆ (บอกเลยว่าในใจอยากเกือบร้องไห้มาก) เพราะรู้สึกว่าเราจะทำได้ไหมเนี่ย ทำไมยากจัง เเละชื่อเมนูเเต่ละอย่าง อุปกรณ์ต่าง ๆ ก็ไม่เคยได้ใช้เลย เเต่ก้คิดอีกทางว่า อดทน ๆ มันคือประสบการณ์ วันเเรกก็คงเป็นเเบบนี้เเหล่ะเดี๋ยวเราก็ทำได้ วันเเรกทำงานจนถึง 3 ทุ่มกว่า รู้สึกเหนื่อยมาก รู้สึกพรุ่งนี้ไม่อยากมาเเล้ว อยากไปสมัครที่อื่นที่มีเพื่อนด้วย พอกลับถึงบ้านครูก็ยังนอนไม่หลับเพราะต้องอ่านสูตรการทำกาเเฟ น้ำปั่น ชื่ออาหารต่าง ๆ เพื่อให้จำได้เเละจะได้ทำงานคล่องได้เร็ว


"ทำงานที่ร้าน Seoul Bingsu And More เต็มตัว วันเเรก"
....ร้านนี้เปิดตั้งเเต่เวลา 10.00 น.เเละปิดเวลา 21.00 น.ถ้าบางวันลูกค้าเยอะร้านต้องปิด 22.00 น. วันเเรกเรามาตั้งเเต่ 9 โมงเช้าก่อนเวลาเพราะอยู่ใกล้บ้านครูด้วยเเละวันทำงานวันเเรกไม่อยากมาสาย พอมาถึงคุณป้าที่เราเรียกว่า "เเม่" เป็นน้าของเจ้าของร้านเเละมาช่วยงานด้วยก็สอนงานเราตั้งเเต่มาถึงต้องยกป้ายเมนูไว้หน้าร้าน ถูพื้นร้าน ล้างห้องน้ำ ยกเก้าอี้ลง เช็ดโต๊ะ จัดเตรียมวัตถุดิบเเละพร้อมกับเปิดร้านซึ่งจะประมาณ 10 โมงพอดี จากนั้นลูกค้าก็เริ่มเข้าร้าน เราต้องต้อนรับเขาตั้งเเต่พูดว่า "สวัสดีค่ะ เชิญค่ะ" กับทุกคนที่เข้าร้าน เเละจากนั้นก็ฝึกรับออเดอร์ เป็นเด็กเสิร์ฟ ทำบิงซู ทำน้ำปั่น ทำขนมปังปิ้ง เเละอื่น ๆ อีกมากมาย 555


บิงซูทุเรียน
ขอบคุณภาพจาก : ร้าน Seoul bingsu and more

ปังปิ้งช็อคโก

ไวท์มอลต์นมสด

โรตีเเกงไก่อินเดีย
ขอบคุณภาพจาก : Seoul bingsu and more

โรตีกรอบ
ขอบคุณภาพจาก : Seoul bingsu and more
"อุปสรรคการทำงาน"
...สำหรับการทำงานที่นี่ไม่ได้ราบรื่นเลย โดยเฉพาะช่วงเเรก ๆ ที่กดดันมากเวลาลูกค้าสั่งอาหารเรายังจำชื่ออาหารไม่ได้เเละนึกภาพไม่ออกทำให้จดไม่ทัน บางครั้งต้องให้ลูกค้าชี้ภาพให้ซ้ำบ้างเพื่อจะได้จดชื่อเมนูถูก ทำให้เรามีลนบ้างบ่อยเลยเเหล่ะ ลูกค้าไม่ได้รับอาหารที่ตนพอใจบ้าง เจอลูกค้าที่น่ารักมาก ๆ บ้างเเละไม่น่ารักกับเราเลยก็มีบ้างเเต่ส่วนน้อยนะ บางครั้งพี่ลี่ยังไม่มาเเต่ลูกค้ามาร้านก่อนเเล้วสั่งกาเเฟ เเต่เรายังทำไม่เป็นเลย จึงต้องโทรถามพี่ลี่เเละบางครั้งต้องบอกลูกค้าว่า "เครื่องเสีย ขอภัยด้วยนะคะ"
....บางครั้งมีคนสั่งบิงซูเเล้วเราต้องไปส่งซึ่งพื้นที่โครงการนั้นกว้างมาก ทำให้หาร้านคนสั่งไม่เจอ เลยทำให้บิงซูละลาย ไม่น่ากินเลยได้เเต่บอกลูกค้าว่า "ขอโทษนะคะ" เเต่โชคดีที่ลูกค้าคนนี้สนิทกับพี่จอยเเละเขาก็น่ารักเเละเข้าใจเราด้วย
....บางครั้งเราลูกค้ามาร้านเยอะสั่งเยอะจึงทำให้เราลนเเละเคยทำไม้เครื่องเครื่องปั่นเเตกก็มี บางครั้งอบขนมปังไม่กรอบบ้าง บางครั้งทอดปลาเเซลมอนไม่สุก บางครั้งเรียงโรตีกรอบไม่สวย บางครั้งเวฟนมเเต่ใช้ไฟที่ร้อนไปทำให้นมในเเก้วกระจาย บางครั้งลูกค้าสั่งบิงซูทุเรียนเเต่ทุเรียนที่ซื้อมาก่อนนั้นไม่ค่อยอร่อยเเล้วทำให้พี่ลี่ต้องขับรถไปหาซื้ออีก บางครั้งทำเเก้วน้ำเเตก ทำเเก้วช็อตเเตกก็มี สารพัดปัญหาอุปสรรคที่เจอ
....โชคดีที่พี่เจ้าของร้านพี่ต๋อม คุณลาเกซ พี่จอย พี่ลี่ เเม่นางทุกคนใจดีกับเรามากเเละพร้อมจะสอนเราทุกเมื่อ เราจึงมีเเรงใจในการทำงาน อดทน ๆ ได้อีกมาก ๆ เลย
"วันขอหยุดที่ไม่ (ค่อย) ได้หยุด"><
....ร้านนี้จะเปิดให้บริการทุกวันเเต่ถ้าเราจะขอหยุดก็สามารถหยุดได้ตามที่เราต้องการ สำหรับวันที่ขอหยุดก็ไม่ค่อยได้พักผ่อนเลยเพราะต้องไปตลาดกับครูเพื่อไปซื้อของกับข้าวมาทำกินกับน้อง ๆ พี่ ๆ ที่มากจากจังหวัดอื่น การมาอยู่รวมกันที่นี่นั้นไม่ใช่เเค่โรงเรียนเราที่มาอยู่บ้านครู เเต่มีน้อง ๆ จากโรงเรียนอื่นอีกมากมายที่มาทำงานเเละอยู่บ้านครูช่วงปิดเทอมนี้
"พี่จอยสายพาเที่ยว"
....เเละช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์พี่จอยหยุดจากการทำงานประจำที่เเกรมมี่ก็จะมาช่วยงานที่ร้าน เเละช่วงเช้าของวันเสาร์ทุกอาทิตย์จะพาเเม่ของพี่จอย (เเม่นาง) เเละเราโดยพี่ลี่เป็นคนขับรถพาไปเที่ยวเเละกลับมาเปิดร้านในเวลา 10.00 น. ทุกอาทิตย์



พาไปเกาะเกร็ด, ไปวัดพระยาสุเรนท์, บ้านบางเขน, ไปเดินห้าง เพลินนารี่ มอลล์ วัชรพล
"วันสุดท้ายของการทำงาน"
....เเละวันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายของการทำงานพี่ต๋อมกับคุณลาเกซเจ้าของร้านอยากจะพาเราไปเที่ยวกรุงเทพเเต่ทั้งสองไม่ว่างในตอนกลางวันเพราะต้องทำงานประจำที่บริษัทตนเองเหมือนกัน วันนี้วันสุดท้ายเเล้วพี่ต๋อมจึงมารับที่ร้านเเละพาไปเที่ยวกลางคืนเลย



พาไปเยาวราช , ไปถ่ายรูปกับเสาชิงช้า, พาไปดูเจดีย์ภูเขาทอง, ไปตลาดโบ๊เบ๊
ตอนพี่ต๋อมพากลับเราหลับตลอดทางเพราะเหนื่อยเเละอยากหลับมาก เเต่ก็สนุกมากเเละรู้สึกตื่นตาตื่นใจมากค่ะ
"วันกลับบ้านเเล้ว"><
....อาจารย์เเละครูมาส่งเราสองคนที่สถานี อู่สุคนธสวัสดิ์ เเละจากนั้นประมาณ 4 โมงเย็นรถก็ออกเเละรับคนอีกที่หลาย ๆ สถานี เราอยู่กรุงเทพกลับมาถึงอ. เเม่สะเรียง ประมาณ 6 โมงเช้าของอีกวัน

....สำหรับการมาทำงานครั้งนี้ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ท้าทาย ที่ดีเเละเเฝงไปด้วยเรื่องราวหลากหลายรสชาติมาก การทำงานครั้งนี้สอนให้ฉันรู้ว่าไม่ว่าเราจะทำงานที่ไหนสิ่งที่เราต้องมีสองสิ่งหลักคือความอดทนเเละความซื่อสัตย์ ทั้งอดทนต่องาน ต่อเพื่อนร่วมงานเเละที่สำคัญเลยคืออดทนต่อลูกค้าที่ไม่น่ารักกับเรา เเละต้องมีความซื่อสัตย์ด้วย การทำงานครั้งนี้ไม่ว่าจะต้องเจออุปสรรคมากเเค่ไหน เหนื่อยเเค่ไหนให้มองกลับอีกมุมว่า สิ่งเหล่านี้นะมันจะทำให้เราเติบโตอีกขั้น ทำให้เรามีประสบการณ์ในการทำเมนูอาหารที่เราไม่เคยทำเเละบางเมนูไม่เคยรู้จักเเละไม่เคยรับประทานด้วย นอกจากนี้ยังทำให้เราทำงานเป็น เเละที่สำคัญไปกว่านั้นเชื่อว่าถ้าเรามีเจตนาดีเราก็จะเจอเจ้านายที่ดีด้วย เเละทุกอย่างทุกเรื่องราวที่เล่ามานั้น
"I call it Experience"
ฉันเรียกมันว่า "ประสบการณ์"
สวัสดีค่ะ คุณสุรีย์รัตน์
การทำงานต้องมีความอดทนจริง ๆ ค่ะ เพราะงานที่ทำอาจจะไม่ได้สบายหรือดีอะไรมากนัก แต่เราต้องอดทนกับหลาย ๆ สิ่ง ถือเป็นประสบการณ์ของเรงอย่างหนึ่งเลย ขอบคุณที่แชร์เรื่องราวให้อ่านนะคะ
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณ คุณสมฤทัย เติ๊กทอนมากนะคะ
การทำงานครั้งนี้เป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่ามากสำหรับดิฉันเลยค่ะ เเละขอบคุณที่ชื่นชอบบันทึกนี้นะคะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณสุรีย์รัตน์
ฉันยังไม่เคยได้ไปหางานไกลๆเลย มีโอกาสก็อยากไปเรียนรู้เหมือนกันค่ะ ถือเป็นประสบการณ์ของเรงอย่างหนึ่งเลย ขอบคุณที่แชร์เรื่องราวให้อ่านนะคะ
ขอบคุณค่ะ
บันทึกนี้ได้สะท้อนถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการใช้บล็อกนะ
สุดยอดมาก ;)…
ขอบคุณ คุณนิลกาฬมากนะคะ
อยากให้คุณลองเปิดกว้างพาตัวเองไปหาสิ่งท้าทายดูค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณ คุณOngkuleemarn มากนะคะ
ที่ชื่นชอบบันทึกนี้ค่ะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณุรีรัตน์
สิ่งที่คุณเขียนมาทำให้ได้แง่คิดที่แตกต่างออกไป คุณแสดงให้เห็นอีกมุมหนึ่งที่สอนดิฉันได้เป็นอย่างดี เป็นกำลังใจให้เขียนบันทึกต่อไปให้ได้อ่านอีกนะค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ
ขอบคุณ คุณจันทร์เจ้าเอ๋ย มากนะคะ
ที่ชื่นชอบบันทึกนี้ค่ะเเละยังได้ให้กำลังใจกันด้วยค่ะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณสุรีรัตน์ ประสบการณ์ครั้งนี้ถือว่าเป็นประสบการณ์ในชีวิตที่ดีและหาที่ไหนไม่ได้ ขอบคุณที่แชร์เรื่องราวดีๆนะคะ เป็นกำลังใจให้คุณในงานเขียนชิ้นต่อไปนะคะขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณสุรีรัตน์ เรื่องราวที่คุณถ่ายทอดทำให้เห็นถึงประสบการณ์ที่ดีมากค่ะ หลายคนอาจจะไม่เคยมีประสบการณ์แบบคุณ คุณถือเป็นคนที่โชคดีมาก เป็นกำลังใจให้คุณในงานเขียนชิ้นต่อไปนะคะ ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณสุรีรัตน์
ชื่นชมเรื่องราวของคุณ คุณทำให้เราประทับใจในตัวคุณมากเลยค่ะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณสุรีรัตน์
การได้ลงมือทำ แตกต่างจากสิ่งที่เราคิด บางอย่างเราอาจคิดว่ายาก แต่ถ้าไม่ลงมือทำจะรู้ได้ง่ายว่ายากหรือง่าย เป็นกำลังใจให้เขียนบันทึกดี ๆ แบบนี้ต่อไปนะคะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดี คุณสุรีย์รัตน์ขอชื่นชมบันทึกนี้นะคะคุณเขียนได้ดีมากเป็นการออกเดินทางไปทำงานที่เก่งมากชื่นชมความตั้งใจของคุณคะเป็นกำลังใจให้นะคะขอบคุณค่ะ
ขอบคุณ คุณจุฑารัตน์ คงยศไพบูลย์ มากนะคะ
ที่ชื่นชอบบันทึกนี้ค่ะเเละยังได้ให้กำลังใจกันด้วยค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณ คุณรำเพย มากนะคะ
มันเป็นประสบการณ์ที่ดีมากค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณ คุณกมลชนก เลิศใจสวรรค์ มากนะคะ
ที่ชื่นชอบบันทึกนี้ค่ะเเละยังได้ให้กำลังใจกันด้วยค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณ คุณสนสามใบ มากนะคะ
ที่ชื่นชอบบันทึกนี้ค่ะเเละยังได้ให้กำลังใจกันด้วยค่ะการลงมือทำสำคัญที่สุดค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณ คุณโมซัมเบียง มากนะคะ
ที่ชื่นชอบบันทึกนี้ค่ะเเละยังได้ให้กำลังใจกันด้วยค่ะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณสุรีรัตน์
ประสบการณ์ครั้งนี้ถือว่าเป็นประสบการณ์ในชีวิตที่ดีหาได้ยากมากและหาที่ไหนไม่ได้ คุณเก่งและมีความอดทนมากค่ะขอชื่นชมนะคะ เป็นกำลังใจให้คุณต่อไปนะคะ
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณ คุณสุชาสินี มากนะคะ
ที่ชื่นชอบบันทึกนี้ค่ะเเละยังได้ให้กำลังใจกันด้วยค่ะ
ขอบคุณค่ะ