สำคัญไปกว่านั้น..ไม่อยากให้ลืมโครงการพระราชดำริของพ่อหลวง รัชกาลที่ ๙ ที่ให้โรงเรียนขนาดเล็กที่ด้อยโอกาส ได้ศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมจากโรงเรียนวังไกลกังวล (DLTV) ท่านทรงตรัสไว้เสมอ เชื่อว่ารัฐบาลคงยังจำได้ว่า “ขาดทุนคือกำไร”

        หลายคน..คิดว่าผมเป็นกังวลในเรื่องการยุบโรงเรียน เปล่าเลย..จริงจริ๊ง..(ทำเสียงสูงนิดนึง) เพราะผมใกล้จะเกษียณแล้ว เป็นห่วงแต่เด็กๆและครูรุ่นหลังๆ

    เด็กเล็กๆจะไปโรงเรียนกันอย่างไร พ่อแม่ผู้ปกครองที่ยากจน ไม่มีพาหนะรับส่ง คงลำบากอยู่พอสมควร หรือว่ารัฐจะมีค่าพาหนะ ทุกวันนี้รัฐก็แบกภาระมากมายอยู่นะ

        ครูที่เรียนจบกันมากมาย จะไปอยู่กันตรงไหน? อันนี้ผมห่วงใยและคิดไกลไปแล้ว..เอาเรื่องใกล้ตัวดีกว่า ครูโรงเรียนเล็กๆเขาไม่ได้ทุกข์ร้อน เขาสอนอย่างมีความสุข..

        เพียงเพราะรู้ว่า..รัฐไม่ส่งครูมาเพิ่มแน่นอน..และรู้ว่า..ทำหน้าที่อย่างไร?จึงจะทำให้เด็กที่มีจำนวนน้อย คือต่ำกว่า ๑๒๐ คน..อ่านออกเขียนได้ /อ่านคล่องเขียนคล่อง...  

        จากสถิติ..มีจำนวนมากกว่า ๕,๐๐๐โรงเรียน ที่มีค่าเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์สูงกว่าโรงเรียนขนาดกลางและขนาดใหญ่..แต่ด้วยปัจจัยที่ต่างกัน จึงพอจะพูดได้ แต่คงนำมาเปรียบเทียบกันไม่ได้ เพราะการที่เด็กน้อย..และครูดูแลการสอนอย่างจริงจัง ก็น่าจะมีคุณภาพ

        สาระสำคัญมันมิได้อยู่ตรงนั้น..แต่อยู่ที่การจะยุบโรงเรียนเล็ก มันเล็กขนาดไหน? และก็อย่าลืมด้วยว่า ท่านรัฐมนตรีคนใหม่ ไม่เห็นด้วย..และไม่ให้ดูเพียงตัวเลข..เท่านั้น

        สำคัญไปกว่านั้น..ไม่อยากให้ลืมโครงการพระราชดำริของพ่อหลวง รัชกาลที่ ๙ ที่ให้โรงเรียนขนาดเล็กที่ด้อยโอกาส ได้ศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมจากโรงเรียนวังไกลกังวล (DLTV) ท่านทรงตรัสไว้เสมอ เชื่อว่ารัฐบาลคงยังจำได้ว่า “ขาดทุนคือกำไร”

        โรงเรียนขนาดเล็ก..อาจต้องลงทุนด้านงบประมาณนานัปการ มองดูเหมือนจะไม่คุ้มทุน แต่..โรงเรียน(บางโรง) เป็นเสาหลักของชุมชน ในด้านองค์กรแห่งการเรียนรู้..

        อาจขาดทุนบ้างไรบ้าง แต่เป็นที่พึ่งพิงได้ของเด็ก เยาวชน และผู้ปกครอง-ชุมชน ก็เป็นประโยชน์ยิ่งแล้ว จึงไม่ควรมองที่การลงทุนว่าคุ้มค่าหรือไม่คุ้มค่า

        โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบัน..โรงเรียนขนาดเล็ก มีสื่อ แบบเรียนและนวัตกรรมมากมาย มาช่วยเหลือและสนับสนุน ให้ครูสอนได้อย่างสะดวกและคล่องตัวยิ่งขึ้น

        สรุปว่า..ผมไม่ได้กังวลเลยนะ เพียงแต่อยากส่งสัญญาณว่า เดี๋ยวนี้โรงเรียนขนาดเล็กเขาตื่นตัวไม่กลัวยุบ และศึกษาหารูปแบบวิธีการบริหารจัดการที่ดี เพื่อตอบโจทย์ให้สังคมรับรู้..

        แต่ถ้าโรงเรียนเล็กโรงไหนยังกล้าๆกลัวๆ ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร เพื่อให้โรงเรียนก้าวหน้า ให้บุคลากรกล้าสู้อย่างท้าทายและสร้างสรรค์..ให้มาหาผม..

        มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันสักวัน..เปิดใจคุยกัน..ในเรื่องราวของการพัฒนาเด็กแบบง่ายๆ แต่ได้ใจครูและผู้ปกครอง ก็ต้องบอกกันก่อนว่าผมมิใช่คนเก่ง แต่กล้าที่จะลองผิดลองถูกมาแล้ว โดยใช้ใจนำพา ศรัทธานำทางบ้างเท่านั้น..

        คร่าวๆแล้วกัน..วิธีการทำให้เด็กอ่านออก และลายมือสวย..ไม่ยากเลย ก็แค่ผอ.ลงไปช่วยครูบ้างเท่านั้น..ครูจะรักหรือไม่อย่าไปสนใจ แต่เด็กรัก ผอ.แน่นอน..ทำได้ไหม?

        ทำแค่วันเดียวก็เห็นผลแล้ว..แต่วันแรกอาจต้องเหนื่อยหน่อยนะ รับรองคุ้มแน่ ทำไปเรื่อยๆเหนื่อยอย่าท้อ ขอให้คิดว่า..เด็กอ่านได้ ก็น่าจะทำข้อสอบได้ (ถ้าเขาไม่เลิกการสอบ) ส่วนเรื่องการเขียน..มีปัญหาใช่ไหม?

        ผมจะแนะนำให้พาเด็กทำแปลงเกษตรและปลูกผัก..ปลูกมันทั้งปี ให้เด็กมีกินทั้งปี มีความสุขในการกินผักที่ปลูกเอง..กินไปเขียนไป..เดี๋ยวก็เขียนเป็นเรื่องยาวๆได้ เชื่อเถอะ

        โรงเรียน..ต้องสอนทักษะชีวิตเยอะๆ มิฉะนั้น..จะเอาอะไรไปสู้กับปัญหาสังคม ขณะเดียวกันก็ต้องกล่อมเกลาจิตใจเด็กด้วยดนตรี แต่อย่าอ้างว่าไม่มีครูเอกดนตรี เพราะผมเชื่อว่า..ครูในโลกใบนี้..ร้องเพลงได้ทุกคน..

        ทำแค่นี้..ไม่มีใครที่ไหนมากล้ายุบโรงเรียนของเราหรอก..แม้แต่รัฐมนตรีกระทรวงศึกษา..ท่านจะเห็นด้วยเสียอีก..และอาจจะเปลี่ยนนโยบายหันไปยุบโรงเรียนขนาดใหญ่บ้าง..ก็เป็นได้..(ฮา)

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๑๘  สิงหาคม  ๒๕๖๒