หากจะพูดถึงต้นทุนชีวิตของแต่ละคนนั้น ต้นทุนของแต่ละคนย่อมที่จะแตกต่างกัน บางคนมีพร้อมทุกสิิ่งทุกอย่าง บางคนก็มีต้นทุนชีวิตที่ยากลำบาก หรือบางคนมีต้นทุนชีวิตที่ไม่ดีพร้อมทุกอย่างแต่ก็ไม่ได้ลำบาก สำหรับฉันแล้วต้นทุนชีวิตของฉัน ก็ไม่ได้ดีมีพร้อมทุกอย่าง แต่ก็ไม่ได้ลำบากเกินกำลังในความคิดของฉัน เพราะฉันมีความสุขกับการมีต้นทุนชีวิตในแบบของฉันหลายคนอาจมองว่าลำบาก แต่สำหรับฉันสิ่งนั้นคือการผจญภัยที่ไม่มีใครจะหาได้ง่ายๆในแบบของเรา

            เริ่มตั้งแต่จำความได้ก่อนที่จะเข้าเรียนใน ป. 1 ฉันมักจะใช้ชีวิตที่สนุกสนานกับการเล่น การเลี้ยงสัตว์ที่ต้องคอยเฝ้าไว้ตลอดเพื่อเฝ้าระวังไม่ให้เข้าไปกินพืชผักในไร่ของเพื่อนบ้าโดยเฉพาะ ในช่วงฤดูฝน จะเรียกตัวเองในตอนว่า เด็กเลี้ยงวัวก็คงได้ เพราะว่าวัวอย่ที่ไหนตัวฉันก็จะอยู่ที่นั่นด้วย ช่วงที่เลี้ยงวัวสนุกที่สุดเพราะฉันสามารถเล่นน้ำ ล่องแพไม้ไผ่ได้โดยที่ แม่บ่นฉันไม่ได้เพราะว่าแม่ไม่เห็น และยังไม่โดนแม่ตีขาอีกด้วย ถ้าแม่เห็นแม่มักจะถามว่า ขาข้างไหนพาไปเล่นน้ำ ถ้าไม่ตอบก็โดนทั้งสองข้างเลย

                เมื่อฉันเริ่มเข้าเรียน ฉันก็จะได้อยู่หอพักตลอดการเรียน เริ่มตั้งแต่ ป.1-ม.6 ชีวิตในการอยู่หอไม่ได้ง่าย และไม่ได้ยากเลย ชีวิตเด็หอของฉันในช่วง ป.1 – ป.3 นั้นก็สนุกสนาน ดิฉันได้เดินทางไกลทุกอาทิตย์หลังเลิกเรียนเพราะต้องเดินทางกลับบ้าน มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ระหว่างเดินทางกลับบ้าน ต้องข้ามแม่น้ำที่ค่อนข้างจะลึกและเชี่ยวพอสมควรเนื่อจากในตอนนั้นตัวเล็กและแบกกระเป๋าที่ใหญ่พอๆ กับตัว ทำให้ฉันลอยน้ำ โชคดีที่รุ่นพี่กลับด้วยกันช่วยไว้ทันที่จริงจะกลับทางถนนใหญ่ก็ได้แต่ว่า พวกเราอยากเล่นน้ำ แล้วก็หาผักกุดระหว่างทางก็เลยกับทางแม่น้ำการใช้ชีวิตเด็กหอหลังจากที่ฉันจบ ป.3 แล้วฉันได้เรียนรู้สิ่งที่ฉันไม่เคยได้ทำ ไม่ว่าจะเป็นการดำนา การปลูกข้าวนาการหว่านกล้าในนา ถอนหญ้าในนา หาปูนาเพราะที่บ้านของฉันปลูกข้าวไร่ ไม่ได้ทำนา เรียนรู้ความอดอยาก ความหิวที่ไม่มี แม่คอยทำให้หรือเราไม่สามารถหากินเองได้ ต้องหาอะไรก็ได้ให้อิ่มท้องก่อนไม่ว่าจะเป็นยอดกระถิน ผักแว่น ผักบุ้ง ขนุนลูกเล็ก ๆ มาจิ้มกินกับพริกตาแดงหรือน้ำพริกที่เตรียมมาจากบ้าน เพราะหลายต่อหลายครั้งที่กินข้าวที่เขาให้มาแต่ละมื้อไม่อิ่ม เพราะเด็กหอเยอะมาก

                ฉันได้เรียนรู้ที่จะอดทนต่อคำพูดของคนอื่นเพราะฉันเคยโดนมาเกือบทุกรูปแบบด้านรับกับความกดดันมากมาย แม้หลายครั้งที่โดนกดดันไม่ใช่ความผิดของเรา แต่เป็นความผิดของเพื่อนร่วมหอ และฉันเรียนรู้ที่จะอยู่ด้วยตัวเองแม้จะอยู่ในหอแต่หลายๆ อย่างต้องทำด้วยตนเองโดยไม่ต้องให้พ่อกับแม่ทำให้

                เมื่อก่อนหลายครั้งฉันเคยสงสารตัวเองที่ต้องอยู่หอ นานๆ ครั้งพ่อกับแม่ถึงจะมาเยี่ยม และมีหลายๆครังที่ฉันแอบดูผู้ปกครองเพื่อนมาเยี่ยม ฉันมักจะคิดว่าตัวฉันไม่ต่างอะไรจากคนติดคุกเลย ที่เมื่อถึงเวลา ญาตสามารถมาเยี่ยมได้ สามารถรับกลับบ้านได้ แต่ตอนนี้ฉันต้องขอบคุณสิ่งเหล่านี้ ขอบคุณความไม่มี ที่ทำให้ฉันได้เรียนรู้สิ่งๆ หากให้ฉันเลือกฉันก็จะเลือกต้นทุนแบบนี้ เพราะหากฉันมีพร้อมฉันจะไม่ได้เรียนรู้สิ่งเหล่านี้เลย