1-15 ธ.ค.2549 เป็นช่วงของการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์….
….. มีกี่คนที่ติดตามชมการถ่ายทอดสดบ้าง….

มีการถ่ายทอดสดทางช่อง 3, 5,7,9 และ ช่อง 11

แต่ถ้าอยากชมอย่างเต็มอิ่มต้องติดตามชมจากช่อง 11 เท่านั้น
ช่อง 3 5 7 9  รวมตัวกันในแบบ ทีวีพูล สลับหมุนเวียนกันถ่ายทอดคนละวัน
เวลาในการถ่ายทอดยังมีแบบจำกัดจำเขี่ย.. หลายปีก่อนจะเริ่มต้นถ่ายทอดช่วงตอนกลางวัน ยันค่ำ ได้ชมกันอย่างเต็มอิ่ม

แต่ในปัจจุบัน ต้องคำนึงถึงความคุ้มทุน ผลกำไร คนดู
อ้างถึงค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด ที่นับวัน การถ่ายทอดกีฬาต่างๆ ต้องจ่ายแพงกันทั้งนั้น
ช่อง 3 5 7 9  จึงมีเวลาถ่ายทอดกีฬาน้อยกว่ายุคก่อนๆ บางช่องเริ่มถ่ายทอดตอนค่ำๆ สัก 3 ทุ่ม ก็หมดเวลาการถ่ายทอด

แต่ช่อง 11 ซึ่งไม่ใช่ช่องที่มีรายได้จากโฆษณามากมายเหมือนช่อง 3 5 7 9  กลับสามารถถ่ายทอดได้อย่างเต็มอิ่ม
สามารถที่จะติดตามชมกีฬาหลายประเภท นอกจากกีฬาที่นักกีฬาไทยทำการแข่งขัน ก็ได้ชมด้วย

ความจริงแล้ว ช่อง 3 5 7 9  มีรายการปกติ ที่ผู้ผลิตรายการต่างๆ เช่าเวลาในแต่ละช่วง
ถ้าจะถ่ายทอดกีฬาอย่างเต็มที่ สถานีโทรทัศน์ก็จะขาดรายได้ไป
เลยได้ชมละคร เกมโชว์ไปเรื่อยๆ

.
….
……..
…………
…………….

กีฬาที่ได้รับชมทางการถ่ายทอดสด นอกจากได้ลุ้นกันอย่างมันถึงใจ ลุ้นกันแบบใจหายใจคว่ำ ลุ้นกันแบบระทึกทุกวินาที

คนที่ติดตามชมสรุปข่าวกีฬา เมื่อได้ยินผู้รายงานข่าว บรรยายเช่นนี้ คงไม่รู้สึกอะไรมากมาย เพราะภาพข่าว จะตัดในช่วงสำคัญเท่านั้น

ไม่รู้สึกถึงบรรยากาศการลุ้นเอาใจช่วยนักกีฬาแบบใจหายใจคว่ำ..
….
เรื่องอย่างนี้ ความรู้สึกที่ว่านี้ต้องสัมผัสด้วยตัวเอง..
…..หลายคนทนความกดดันไม่ได้ เกรงจะหัวใจวายตายเสียก่อน เมื่อต้องดูกีฬาและต้องติดตามการเล่นของนักกีฬาไทย ที่ทำคะแนนสูสีกับคู่แข่งเหลือเกิน ผลัดกันนำ ผลัดกันไล่

…. หลายคน เมื่อเห็นนักกีฬาไทย ตกเป็นรอง ปิดทีวีทันที


อีก 1 กีฬาที่ลุ้นกันแบระทึก คือ เซปัคตะกร้อหญิงของไทย ที่เจอกับเวียดนาม
การแข่งขันประเภททีม วัดกันที่หัวใจ ทีมหญิงของไทย พ่ายเวียดนามไป 2-1



ทั้งๆที่ฝีมือก็คู่คี่สูสี แต่นักกีฬาฝ่ายใดจะแบกรับความกดดันระหว่างเกมได้มากกว่ากัน
หัวใจใครจะแกร่งมากกว่ากัน…….มั่นคง ควบคุมสติได้มากกว่า….
…..ฝ่ายใด ขวัญเสีย ทำให้เกมพลิกผัน แพ้ชนะได้

แต่เมื่อคืนวันที่ 10 ธ.ค.2549 กับการแข่งขันเซปัคตะกร้อ ประเภททีมเดี่ยว ทีมหญิงไทยเจอกับเวียดนามอีกครั้ง
เซทแรก เวียดนามก็เฉียนชนะไทยไปได้อย่างหวุดหวิด
ส่วนเซทที่ 2 และ 3 เป็นของไทย  แก้ตัวได้สำเร็จ…

<h2>การนับแต้มในปัจจุบัน ทำให้การดูกีฬามีลุ้นไปทุกๆนาที เพราะเป็นการนับแต้มเสีย ใครทำเสีย อีกฝ่ายจะได้แต้ม</h2>
ต่างจากสมัยก่อน ที่ฝ่ายที่เป็นผู้เสิร์ฟลูก จะเป็นฝ่ายที่ได้แต้ม ถ้าพลาด ก็เปลี่ยนฝ่ายที่เสิร์ฟ แต้มจะเพิ่มให้เมื่อฝ่ายที่เสิร์ฟ ได้คะแนน หรือฝ่ายตั้งรับ พลาดท่าเท่านั้น
ซึ่งเกมแบบนี้ จะใช้เวลานาน

แต่เกมแบบใหม่  นับกันไปถึง 21 แต้ม แต้มจะไหลไปเรื่อยๆ ทุกเกมเสิร์ฟ ทำให้คนดูมัน ได้ลุ้นระทึก…

เกมตะกร้อ มีหลายอย่างที่สะท้อนให้เห็นถึงชีวิตในปัจจุบัน ตั้งแต่การเสิร์ฟ ฝ่ายตรงข้ามยกขาขึ้นบล็อกลูก, เทคนิคการดึงเกมเมื่ออีกฝ่าย ทำคะแนนลื่นไหล โดยการเช็ดหน้าตา ขอเวลานอก ผูกเชือกรองเท้า

เวลาที่ฝ่ายหนึ่งได้คะแนน ก็จะแสดงท่าทางเยาะเย้ย เสียดสี เพื่อบั่นทอนกำลังใจคู่แข่งขัน…

แต่ละเกม ผู้แข่งขันในทีมจะเดินเข้ามาเรียกขวัญกำลังใจในการต่อสู้ทุกเกมเสิร์ฟที่กำลังจะเริ่มขึ้น…ทุกครั้ง
และเมื่อจบเกม รู้ผลแพ้ชนะ นักกีฬาทั้งสองฝ่าย จะเดินมาสัมผัสมือกัน นักกีฬาจะเดินไปสัมผัสมือกับโค้ชของคู่แข่งขันด้วย…..
……เป็นการแสดงความมีน้ำใจนักกีฬา……….


ในเกมชีวิตจริง …. ไม่ค่อยมีกติกา ไม่มีน้ำใจนักกีฬากันเลย
ถึงจะเป็นคนละฝ่าย หลายคนไม่ค่อยมีโอกาสสัมผัสมือกันมากนัก เอาแต่เล่นเกมอย่างต่อเนื่อง …
.
……. หรือว่า เป็นเพราะ ทีวีของไทย มีแต่ละครเป็นส่วนใหญ่….

… ละครที่มีเนื้อหาซึ่งใช้อารมณ์รุนแรง ชิงชัง พยาบาทเป็นส่วนใหญ่ ……

แต่ช่างเถอะ มาพูดถึงกีฬากันต่อ…..
เวียดนามเริ่มพัฒนาทักษะด้านตะกร้อมาเพียง 8 ปี ในวันนี้ ตระกร้อทีมหญิงของเวียดนาม กลายเป็นคู่แข่งขันที่น่าจับตาของทีมไทยขึ้นมาทันที

ในขณะที่ทีมตระกร้อของจีน ก็กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาเช่นกัน ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า  คงจะเป็นงานหนักของทีมไทยเช่นกัน

คงได้ลุ้นกันเหงื่อแตก ใจหายใจคว่ำ…
…. ทีมตะกร้อชายนั้น ไทยพบกับมาเลเซีย ทั้งประเภททีม และประเภทเดี่ยว ไทยชนะมาเลเซียทั้ง 2 ชุด
คืนวันที่ 10 ธ.ค. 2549 ช่วง 4 ทุ่ม เป็นเวลาฟาดแข้งอย่างสุดมันของคู่เอก

…ซึ่งติดตามชมการถ่ายทอดสดทางช่อง 11 เท่านั้น
ในส่วนของ ทีวีพูล ซึ่งวันนี้ถ่ายทอดสดทางช่อง 5 … ก็ตัดเข้าสู่รายการปกติ ซึ่งเกมสำคัญๆที่แฟนกีฬาสนใจติดตามชมนั้น ต้องวัดใจผู้บริหารสถานีแต่ละช่องว่า จะใจถึงถ่ายทอดให้ชมหรือไม่ หรือจะห่วงรายได้จากรายการปกติมากกว่ากัน….

เกมตระกร้อทีมชาย เข้มข้น หนักหน่วงถึงใจพระเดชพระคุณจริงๆ ทั้งลูกเสิร์ฟ ลูกบล็อก กระโดดขึ้นซันแบล็ค …ลูกเตะหลังเท้า ทำคะแนน เร็ว แรงสะใจจริงๆ

ต้องซื้อแต้มกันจากความผิดพลาดของคู่แข่งขันด้วย…..

เรื่องกีฬานั้น ต่างคนต่างรสนิยมครับ
แต่กีฬาสร้างคน คนสร้างชาติ

ถ้ามีเวลา อย่าลืมชมการถ่ายทอดสดกีฬาที่ท่านชื่นชอบบ้างนะครับ

* * * *

รายละเอียดข่าว

การแข่งขันตะกร้อในกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 15 ที่ประเทศกาตาร์ เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. ที่ผ่านมา เป็นการชิงชัยในรอบรองชนะเลิศและชิงชนะเลิศ ทีมเดี่ยวชายและหญิง เริ่มจากรอบตัดเชือก ทีมหญิงไทยที่ประกอบด้วย อารีรัตน์ ตาขันธุ์ นิตินัดดา แก้วคำไสย์ และธิดาวรรณ ดาวสกุล พบกับทีมจีน ที่มี ชอง รอง ฮอง หว่อง เจียนชุง และลู เจีย เจีย ซึ่งผลปรากฏว่า ทีมไทยเอาชนะไปได้แบบไม่ยากเย็นนัก 2-0 เซต 21-11, 21-10 คะแนน ผ่านเข้าไป ชิงชนะเลิศกับทีมเวียดนามที่เอาชนะพม่ามาได้ 2-0 เซต เช่นกัน 21-12, 21-12 คะแนน


<p>สำหรับทีมไทย เคยแพ้ทีมเวียดนามมาแล้วในรอบชิงชนะเลิศ ทีมชุดหญิง ทีมไทยได้มีโอกาสแก้แค้นคืนอีกครั้งในรอบชิงฯทีมเดี่ยวหญิง โดยทีมไทยส่งอารีรัตน์ นิตินัดดา และธิดาวรรณ ลงสนามเช่นเดิม สู้กับลู ทิ เทียนห์ เหงียน ทิ บิกห์ ตวย และเหงียน ไห่ เตา เริ่มเซตแรกเป็นเวียดนามที่เอาชนะไปได้ก่อน 21-19 คะแนน ขึ้นนำก่อน 1-0 เซต แต่เซตสองไทยไล่ตีเสมอได้สำเร็จ แต่ก็เหนื่อยกว่าจะเก็บเซตนี้ได้ด้วยสกอร์ 23-21 คะแนน เสมอกัน 1-1 เซต ต้องตัดสินกันในเซตที่สาม </p> <p>เซตสุดท้าย สาวไทยไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือทยอยเก็บแต้มเอาชนะไปได้ 15-9 คะแนน ทำให้ทีมไทยเอาชนะไปได้ 2-1 เซต 19-21, 23-21, 15-9 คะแนน ล้างแค้น เวียดนาม พร้อมกับคว้าเหรียญทองไปครองได้สำเร็จ </p>