และแลวช่วงเวลาแห่งการเดินทางก็สิ้นสุดลง เดือนแห่งการท่องเที่ยว ก็หยุดลงเสียที ชีวิตที่ได้จากการเดินทางนั้น สอนอะไรเราหลายๆอย่าง
         สอนให้เรรู้จักกับความสนุก ความเศร้า ความคาดหวัง แยะมากครับ ..... ทุกสิ่งที่ผ่านเข้ามาล้วนแล้วแต่ทำให้ผมโตขึ้นแทบทั้งนั้น  .....
          ทุกอย่างในโลกนั้นล้วนแล้วแต่มีความคาดหวัง ไม่ว่าจะใหญ่จะน้อย ล้วยประกอบไปด้วยแรงแห่งการคาดหวัง เป็นส่วนหนึ่งของพลังในการดำเนินอยู่เสมอ
                   พลังแห่งการคาดหวัง ย่อมนำมาซึ่งความ ทุกข์ และสุข  สิ่งที่เราคาดหวังไว้สวยหรู เราย่อมมีแรงในการกระทำมาก และเป็นเช่นเดียวกันกับ สิ่งที่เราคาดหวังน้อย   
   เช่นกันครับ สิ่งที่ได้มาที่ไม่ตรงกับสิ่งที่เราหวัง ย่อมแน่นอนมันเป็นแรงกระทบ ที่ย่อมทำลายเราได้เป็นอย่างดี  ทุกสิ่งเป็นสิ่งสมมุติครับ มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป แต่ที่รู้ทั้งรู้ว่ามันเป็นสิ่ง
          สมมุติ เราเอง ก็ยังต้องทรมารกับมัน แล้วยิ่งคนที่ไม่รู้ด้วยแล้วมัวไปหลงงมงายกับสิ่งเหล่านี้  ย่อมเป็นทุกข์ถึงที่สุด  ผมพบกับประสบการณ์นี้โดยตรงครับ  ก็ตอนที่ผม ทำโครงการไป กทม
       ความวิตกจริตก็เกิดขึ้น กลัวงานที่จะทำในอีก 1-2 ชม ข้างหน้า ไม่ดี ผลเกิดเป็นลูกโซ่ ถึงกินอะไรไม่ลงเลยทีเดียว จิตตอนนั้นเศร้าหมองมาก วิตกกังวลกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง
       มาวันนี้ผมถามตัวเองว่า อะไรที่มันทำให้ผมกินไม่ได้นอนไม่หลับขนาดนี้ ถ้ามองดูปัจจัยภายนอกแทบไม่มีเลย ทั้งๆที่งานของเราที่ออกมา มันถือว่าดีด้วยซ้ำไป แต่ปัจจัยที่ทำให้เราเป็นทุกข์
    คือจิตเพียงตัวเดียวเท่านั้น จิต อุปทาน คิดไปเองจริงๆ  เพราะจิตยึดอยู่กับสิ่งที่เป็นทุกข์ จึงส่งผลกระทบ เป็นลูกโซ่มาถึงการเลยทีเดียว  ความทุกข์เกิดขึ้นที่จิต  เท่านั้นเอง
การพิจารณาธรรมย้อนหลังจากสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วนั้น ให้อะไรกับผมมากมายจริงๆ 
     มาถึงวันนี้ผมเข้าใจจริงที่ว่า ความทุกข์เกิดขึ้นเพราะยึดติด  มาวันนี้ผมเลยนำเอาหลักธรรมง่ายๆ ที่ได้นี้มาใช้
       ตอนเช้าผมไปตัดผม ผมบอกช่างว่าเอาทรงอะไรก็ได้ครับ ตามใจช่างเลย.....
    ช่างตัดผมคนนั้นทำหน้างง
   แล้วเค้าก็ตัดออกมาแล้วก็ถามผมตลอดว่า เอางี้ดีไหม แบบ นี้ดีไหม ผมบอกเค้าไปว่า แล้วแต่พี่ครับ 
 สรุปสุดท้ายเค้าก็ตัดเสร็จเป็นทรงที่ดูดีทรงหนึ่ง ในสายตาผมนะ
    ก็ถ้าเราไปยึดติดว่าจะเอาทรงนู่นทรงนี้ ไม่มีใครที่จะตัดได้ ดี 100 เปอร์เซ็นหรอกครับ ผมก็เลยไม่ยึดติดกับทรงผมไง
  ผมเอาทรงอะไรก็ได้ ตัดออกมาก็ดูดีหมดแหละครับ เพราะเราไม่มี จิตมายึดว่า ต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้
   สิ่งต่างๆ จะสวยจะงามนั้น ไม่ได้สวยไม่ได้งามที่ตัวมันนะครับ แต่มันงาม ที่จิตเราคิดว่ามันงาม เท่านั้นเอง มันก็เป็นอยู่ของมัน อย่างนั้นเอง  
มันเป็นอยู่ของมันเอง อย่างนั้นจริงๆครับ