นโยบายท้องถิ่นว่าด้วยการประสานแผนพัฒนา

นโยบายท้องถิ่นว่าด้วยการประสานแผนพัฒนา

10 สิงหาคม 2562

ทีมวิชาการสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย [1]

ประเด็นแผนพัฒนาและการประสานแผนพัฒนาท้องถิ่นมีความเป็นมาที่ยาวนานกว่า 14 ปี ขอตัดตอนเริ่มที่ระเบียบกระทรวงมหาดไทย (มท.) ว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2548 [2] กำหนดให้มี “แผนยุทธศาสตร์การพัฒนา” “แผนพัฒนาสามปี” และ “แผนการดำเนินงานประจำปี” (Action Plan หรือ Operation Plan) ระเบียบนี้ให้ยกเลิกระเบียบกระทรวงมหาดไทย (มท.) ว่าด้วยการจัดทำและประสานแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2546 ต่อมา มีการแก้ไขระเบียบฯ พ.ศ. 2548 สองครั้ง คือ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2559 [3] สาระสำคัญแก้ไขนิยามคำว่า “แผนพัฒนา” “แผนพัฒนาสี่ปี” และ “โครงการพัฒนา” ที่เพิ่มขั้นตอนมากขึ้น ย้ายอำนาจการตัดสินใจไปให้ประชาชน ในรูป “การจัดประชุมประชาคมท้องถิ่น” และ ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2561 [4] สาระสำคัญแก้ไขนิยามเพิ่มเติมเช่นกันคำว่า “แผนพัฒนาในระดับพื้นที่” (เริ่มจากแผนพัฒนาหมู่บ้าน แผนชุมชน) “การจัดทำแผนและประสานแผนพัฒนาในระดับพื้นที่” “การจัดทำเวทีประชาคมหมู่บ้านและชุมชน” ปรับปรุงกำหนดเป็นแผนไม่กำหนดระยะเวลาสี่ปี ลดขั้นตอนลง อย่างไรก็ตามล่าสุด “แผนพัฒนาห้าปี พ.ศ. 2561-2565” ไม่มีระเบียบรองรับแต่เป็นไปหนังสือกระทรวงมหาดไทยซักซ้อม ด่วนที่สุด ที่ มท 0810.3/ว 2931 ลงวันที่ 15 พฤษภาคม 2562 [5] แน่นอนว่า อปท.ก็ต้องเดินตามหนังสือซักซ้อมสั่งการของกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้การบริหารงบประมาณถูกต้องปลอดภัยจากหน่วยตรวจสอบได้ดีที่สุด

การจัดทำแผนพัฒนา อปท. ที่ถือเป็นตัวจักรสำคัญในการตราข้อบัญญัติงบประมาณ ทำให้ อปท. ต้องเข้มงวดตรวจสอบและจัดทำแผนพัฒนาให้ถูกต้องใกล้เคียงต่อความเป็นจริงมากที่สุด ภายใต้การชี้นำของนายกเทศมนตรีผู้ถือนโยบายนำปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนไปบรรจุในแผนแล้วนำไปสู่การปฏิบัติ

ปัญหาอุปสรรคการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่น

แผนพัฒนาท้องถิ่น 5 ปี (พ.ศ. 2561-2565) มีประเด็นโต้แย้งจากฝ่ายผู้ปฏิบัติหลายประการ ที่ไม่สอดคล้องกับบริบทของท้องถิ่น ด้วยงบประมาณตามข้อบัญญัติงบประมาณที่จำกัดจำเขี่ย ปัญหาความไม่สอดคล้องของแผน ปัญหาการตราข้อบัญญัติงบประมาณให้ถูกต้อง เพื่อลดความเสี่ยงจากการตรวจสอบของ สตง. หน่วยตรวจสอบการเงินการงบประมาณที่เข้มงวดมากขึ้น เป็นปัญหาทางปฏิบัติที่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติในระดับท้องถิ่นต้องคอยระวังมากขึ้น ด้วยข้อจำกัดต่าง ๆ ที่มากขึ้น ในขณะเดียวกันส่วนกลาง คือ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นก็สั่งการแก้ไขปัญหาการปฏิบัติของแผนพัฒนาท้องถิ่นมาตลอด และมีการแก้ไขระเบียบ มท. เป็นระยะดังกล่าวข้างต้น แต่การยิ่งแก้เหมือนยิ่งเป็นวัวพันหลัก เพราะสุดท้ายกระทรวงมหาดไทยก็ได้ตรา “ระเบียบ มท. ว่าด้วยการจัดทำแผนและประสานแผนพัฒนาพื้นที่ในระดับอำเภอและตำบล พ.ศ. 2562” [6] ที่นัยสำคัญเพื่อการปฏิรูประบบแผนทั้งหมดในที่นี้รวม “แผนพัฒนาท้องถิ่น” ด้วยให้ไปสู่ยุทธศาสตร์ชาติ แต่ “คณะกรรมการประสานแผนพัฒนาท้องถิ่น” ที่เกินศักยภาพยังคงเป็นอำนาจของ อบจ. เช่นเดิมตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยฯ (การจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นฯ) พ.ศ. 2548 [7] แต่การประสานแผนร่วมจังหวัด กลุ่มจังหวัด เป็นไปตาม กฎหมายบริหารราชการแผ่นดิน และกฎหมายยุทธศาสตร์ชาติ ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยฯ (การประสานแผนพัฒนาพื้นที่ฯ) พ.ศ. 2562 [8]

การประชุมประชาคมชาวบ้าน ตามหลักการมีส่วนร่วม ในการพิจารณา ร่วมคิดร่วมทำ โดยมี “คณะกรรมการสนับสนุนการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่น” ยกร่าง แล้วเสนอสภาท้องถิ่นเป็นผู้เห็นชอบการจัดทำแผนพัฒนานั้น ๆ เป็นปัญหาของการปรับแผนพัฒนาท้องถิ่นซ้ำแล้วซ้ำอีกบ่อยครั้ง เพื่อให้มีปรากฏในแผนพัฒนาเพื่อการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี หรือการจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ที่อาจไม่สอดคล้องกับปัญหาความต้องการของชาวบ้าน เพื่อเพียงแก้ไขให้เป็นไปตามเม็ดเงินงบประมาณที่จะดำเนินการให้ได้เท่านั้น   

มีข้อสังเกตว่าหากโครงการใดเป็นงานปกติประจำที่ทำต่อเนื่องเป็นประเพณี หรือทำมานานกว่า 3 ปีเป็นต้น เช่น วันลอยกระทง งานกีฬาตำบล วันเด็ก วันผู้สูงอายุ ฯลฯ ที่ถือเป็นธรรมเนียมของท้องถิ่นนั้นๆแล้ว เห็นว่าไม่จำเป็นต้องอยู่ในแผนพัฒนาท้องถิ่น เพราะแผนท้องถิ่นควรเป็นของใหม่หรือนวัตกรรมใหม่ๆ อันเป็นแผนท้องถิ่นที่ทันสมัยที่สุด ในการพัฒนาตัวเองที่สร้างสรรค์ ไม่ต้องไปพะวงเรื่องไร้สาระ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจำนวนงบประมาณที่มากยิ่งใหญ่ เพราะเป็นงานรูทีนประจำไปแล้ว เพียงคงงบประมาณรายจ่ายประจำปีไว้เท่านั้น คือทำตามศักยภาพของชุมชน มิเช่นนั้น ตัวแผนนั่นแหละคืออุปสรรคของการทำงานท้องถิ่น เพราะเป็นการสร้างภาระให้เกิดแก่เจ้าหน้าที่โดยไม่จำเป็น เทียบส่วนกลางแผนตามนโยบายรัฐบาลคิดกันเพียงสองเดือนทำได้ แต่แผนท้องถิ่นเขาคิดล่วงหน้าไว้ถึง 5 ปีหากไม่ถูกต้องรื้อใหม่

ปัญหาเรื่อง “ประสิทธิภาพ” สะท้อนถึง “สมรรถภาพ” ขององค์กรและบุคลากร เป็นจุดอ่อนของท้องถิ่นในเรื่องการจัดสรรงบประมาณที่ต้องควบคู่กันกับการจัดทำแผนพัฒนา ที่คนท้องถิ่นสับสนและหลงทิศในบทบาท เพราะการสั่งการแนวปฏิบัติจากกระทรวงมหาดไทยที่ อปท.ไม่เข้าใจไปไม่ถึง เพราะบริบทของท้องถิ่นต่างจากหน่วยงานราชการอื่น กล่าวคือ อปท. มีการทำงานที่ครบวงจรในตัวเองแล้วในทุกด้าน แต่จุดด้อยคือ อปท. ไม่มีกำลังพอที่จะทำโครงการใหญ่หรือ เมกะโปรเจกต์ที่มีทุนเป็นหลักสิบล้านร้อยล้านได้ แม้การสับเปลี่ยนหมุนเวียนข้าราชการระดับสูงในราชการส่วนภูมิภาคและส่วนกลางบ่อย เช่น การย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดบ่อยเป็นวัฒนธรรมของข้าราชการภูมิภาค ที่มีผลกระทบต่อท้องถิ่นน้อย แต่เป็นปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนาท้องที่และจังหวัดในภาพรวมมีผลต่อการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ต้องใช้เวลาตามแผน 3-4 ปี การเปลี่ยนวิสัยทัศน์จังหวัดตามผู้นำฝ่ายประจำทำให้การพัฒนาไม่ต่อเนื่อง หากนักการเมืองบารมีในพื้นที่หนุนเช่นบางจังหวัด ในจังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดบุรีรัมย์ การพัฒนาก็ยังเดินหน้าโดยไม่ต้องอาศัยบารมีฝ่ายประจำ  

เนื่องจากไทยมีแผนพัฒนาทั้งในระดับชาติ ภูมิภาค และท้องถิ่น ทำให้แผนฯซ้ำซ้อนกันสิ้นเปลืองและไม่คุ้มค่า ไม่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ระบบ “แผนพัฒนาคู่ขนาน” ของภูมิภาค และท้องถิ่น ก่อให้เกิดความยุ่งยาก ในโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการประสานแผนระดับจังหวัด อำเภอ [9]

การบูรณาการประสานแผนพัฒนาท้องถิ่น

คำว่า “บูรณาการภาคส่วนในพื้นที่” (Integrated) กับคำว่า “การประสานแผนพัฒนา” (Coordinating) สองคำนี้มีความเหมือนที่แตกต่าง แต่ขอให้เป็นจริงมิใช่เพียงเครื่องมือป้องกันหรือสร้างความชอบแก่ อปท. ในการทักท้วงตรวจสอบจากหน่วยตรวจสอบ การแสวงประโยชน์จาก 3 M ของท้องถิ่น เช่น คนและเม็ดเงินงบประมาณอ้างว่าการสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายรัฐ (ส่วนกลาง) มีมาตลอด รู้ทั้งรู้ว่าผิดหลักการในการกระจายอำนาจ แต่บรรทัดฐานธรรมเนียมที่ผ่านมาหลายปีเป็นเช่นนั้น มาถึง ณ ปัจจุบันแนวคิดนี้หาเปลี่ยนแปลงไม่

พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 รวมที่แก้ไข พ.ศ. 2545 มาตรา 53/1 วรรค 4 [10]  กำหนดว่า เมื่อประกาศใช้แผนพัฒนาจังหวัดแล้ว การจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นของ อปท.และการดำเนินกิจการของส่วนราชการและหน่วยงานอื่นของรัฐทั้งปวงที่กระทำในพื้นที่จังหวัดต้องสอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัดดังกล่าว นี่คือที่มาของคำว่า “ประสานแผนพัฒนา” ส่วนคำว่า “บูรณาการ” คือการเกณฑ์กำลังคน เครื่องมือ มาทำภารกิจร่วมกัน ภายใต้การสั่งการ หรือ บัญชาการของคนหรือกลุ่มคนเดียวกัน ในลักษณะ “รวมศูนย์เฉพาะกิจ” ในที่นี้อาจรวมไปถึงการใช้เงินงบประมาณด้วย กรณีเป็นงบประมาณเพียงเล็กน้อยจะไม่มีผลกระทบต่อ อปท. แต่หากมีจำนวนมากหรือพร่ำเพรื่ออาจกระทบถึงโครงสร้างอำนาจหน้าที่ และการใช้เงินงบประมาณรายจ่ายที่ไม่เป็นไปตามข้อระเบียบข้อบังคับ และแผนพัฒนาท้องถิ่นด้วย

ใน อปท.เดิมที่มีภารกิจร่วมมานาน เช่น การจัดงานประเพณี การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จะไม่มีผลกระทบใด แต่สำหรับ อปท.ใหม่ ได้แก่ เทศบาลยกฐานะใหม่ หรือ อบต.จะมีผลกระทบต่อการบริหารตามสัดส่วนขนาดของ อปท.

ความขัดแย้งระหว่างสิทธิโดยธรรมชาติกับสิทธิทางกฎหมาย

อีกเรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้นในท้องถิ่น ในสังคมมากมายคือ ความขัดแย้งระหว่าง “สิทธิโดยธรรมชาติ” [11]กับ “สิทธิทางกฎหมาย” [12]ได้แก่ สิทธิการครอบครองทรัพย์ การสะสมทรัพย์ การถือกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ ที่ต้องแยกแยะ ให้ออก สอดคล้องกับการอนุเคราะห์ หรือ การประกันความเสี่ยงในเรื่องทรัพย์สินนั้น ๆ ด้วยที่ อปท.ต้องเจออยู่ทุกวัน

สังคมที่มีพ่อค้าเอาเปรียบเป็นพ่อค้าหน้าเลือด (กฎุมพี) ตรงข้ามกับสังคมแบบเอื้ออาทร เช่นการครอบงำวิถีชีวิต เศรษฐกิจชาวบ้านลึกไปถึงระดับครัวเรือนปัจเจกบุคคล ให้ฟุ้งเฟ้อ ไม่รู้จักการออม ความพอเพียงต้องพึ่งพิงทุน เรียกว่าเลี้ยงยังไงก็ไม่โต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินทุน หรือเทคโนโลยีที่ต้องมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ส่งผลให้มีการเพิ่มทุน ไม่รักษ์สิ่งแวดล้อม พืชผักสินค้าเกษตรอุดมไปด้วยสารเคมี ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพภาวะแวดล้อมและชุมชน ลงลึกไปจนถึงทรัพย์สินชิ้นสุดท้ายอันเป็น “ปัจจัยการผลิต” ที่สำคัญคือ  “ที่ดินทำกิน” [13]ของชาวบ้านต้องตกไปอยู่ในมือของนายทุน เท่ากับว่าเป็นการตัดวงจรการผลิตของชาวบ้านไปทันที สภาพเช่นนี้มีเกิดมากขึ้น ๆ จากในเมืองลามไปสู่ชนบทท้องทุ่ง แล้วชาวบ้านที่เป็นคนพื้นถิ่นจะดำรงชีวิตในสังคมบ้านเกิดของตนเองได้อย่างไร เพราะการอ้างส่งเสริมอุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว แต่จงใจละเลยการเกษตร ประการสำคัญคือ ชนชั้นนำไทยที่พยามผูกขาดอำนาจ แต่ขาดความรับผิดชอบ มองการต่อต้านความอยุติธรรม เป็นความวุ่นวาย ถือเป็นการล่มสลายของทุนนิยม เปรียบเทียบกับฮ่องกงก็เป็นการล่มสลายของทุนนิยมที่คล้ายกัน [14]เพราะสินทรัพย์ (assets) ตกอยู่ในมือคนรวยหมด ชนชั้นกลางเข้าไม่ถึงบ้าน (คอนโด) เพราะมีราคาสูงมาก

ฝ่ายรัฐบาลมีการตั้งงบประมาณขาดดุล (กู้มาเพิ่ม) สะสมยอดรวมมาหลายยุคถึงปัจจุบัน เริ่มจากยุครัฐบาลพลเอกชวลิต มีภาระหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น คนรับภาระหนี้ในรูปราคาสินค้าและบริการคือประชาชน เมื่อภาครัฐขาดวินัยการงบประมาณไม่เข้มงวด สุรุ่ยสุร่าย ขาดการกำกับควบคุมอย่างที่ควรจะเป็นสะสมมาอย่างต่อเนื่อง ไฉนการสร้างวาทกรรมที่สวยหรูจะสร้างประโยชน์ถึงชาวบ้านได้ จะรอเพียงอัศวินเท่านั้นมาแก้ไข

ปัญหาเศรษฐกิจเศรษฐกิจตกต่ำ

ช่วงปี 2529-2531 ไทยเติบโตแบบก้าวกระโดด GDP โตปีละสองหลัก [15] แต่เศรษฐกิจตกต่ำฟองสบู่แตกในปี 2540 ไทยต้องปรับตัวน้อมนำแนวทางพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงเริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 2541 [16]ในส่วนของการเมืองนั้น หลังฟองสบู่แตกรัฐบาลใหม่ส่งเสริมขยายทุนเชิงรุกมาก จนสามารถล้างหนี้ IMF ได้หมดก่อน [17] กำหนดเป็นที่ชื่นชมของกองเชียร์ แต่ในที่สุดการบริหารที่ผูกขาดเกิดคู่ปฏิปักษ์ทางการเมือง เกิดตุลาการภิวัตน์ [18] เกิดวาทกรรมแห่งความร้าวฉานและการเกลียดชังกัน (Hate Speech) [19] มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายสองขั้วชัดเจน เป็นการชิงไหวพริบความได้เปรียบกันของฝ่ายผู้กุมอำนาจในแต่ละขั้ว (สองฝ่ายใหญ่) [20] ร่วมกับระบบข้าราชการ (หนุน) เมื่อการเมืองเข้าสู่ยุคความขัดแย้งวุ่นวายรุนแรง เกิดการยึดอำนาจโดย คสช. [21] และทำให้ คสช.ต้องอยู่ในอำนาจนานถึง 5 ปี ข้ออ้าง “อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน” เป็นเพียงวาทกรรมลมปากที่ไม่ถึงมือประชาชน เพราะ “คำว่าประชาธิปไตยกับวิถีการกระจายอำนาจนั้นต้องเป็นของคู่กันเสมอ” เมื่อท้องถิ่นไม่มีการเลือกตั้งจึงมีผลกระทบต่อประชาธิปไตยในท้องถิ่น “ถูกครอบงำชี้นำ” และขาดความเชื่อถือ

การแก้ไขวิกฤตปัญหาต้องไม่หลงติดในกับดัก (Traps) ต่าง ๆ เช่น รายได้ปานกลาง หรือ NICs (เสือเศรษฐกิจตัวใหม่) [22] หรือ 4.0 หรือ AI (ปัญญาประดิษฐ์) [23] เพราะปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อยู่ที่ตัวบุคคล “เริ่มต้นจากคน” [24] หากต่างคนต่างเอาเปรียบกัน การลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำระหว่างคนก็ยิ่งห่าง หัวใจอยู่ผู้นำในแต่ละระดับต้องทำตัวเป็นตัวอย่างมีความตั้งใจนำพาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนี้ไปใช้เป็นตัวอย่างในวิถีชีวิต  

[1] Phachern Thammasarangkoon & Watcharin Unarine, Municipality Officer ทีมวิชาการสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย, หนังสือพิมพ์สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ปีที่ 66 ฉบับที่ 47 วันเสาร์ที่ 10 - วันศุกร์ที่ 16 สิงหาคม 2562, บทความพิเศษ หน้า 9  & นโยบายท้องถิ่นว่าด้วยการประสานแผนพัฒนา, สยามรัฐออนไลน์, 10 สิงหาคม 2562, https://siamrath.co.th/n/95868

[2]ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2548, ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122 ตอนพิเศษ 115 ง วันที่ 17 ตุลาคม 2548 หน้า 46-57, http://wiki.kpi.ac.th/images/4/46/ระเบียบ_มท.ว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนา.pdf  

[3]ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559, ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 133 ตอนพิเศษ 218 ง วันที่ 28 กันยายน 2559 หน้า 3-8, http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2559/E/218/3.PDF 

& มท.แจ้งซักซ้อมแนวทางการจัดทำและประสานแผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปีของ อปท., 10 ตุลาคม 2559, http://www.thailocalmeet.com/index.php?topic=63248.0& ตามหนังสือกระทรวงมหาดไทย ด่วนที่สุด ที่ มท 0810.3/ว5797 ลงวันที่ 10 ตุลาคม 2559 เรื่อง ซักซ้อมแนวทางการจัดทำและประสานแผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี (พ.ศ.2561-2564) ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, http://www.thailocalmeet.com/bbs/PDF/59/17290_1_1476091054432.pdf 

& และ หนังสือกระทรวงมหาดไทย ด่วนที่สุด ที่ มท 0810.2/ว 0600 ลงวันที่ 29 มกราคม 2559 เรื่อง แนวทางและหลักเกณฑ์การจัดทำและประสานแผนพัฒนาท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

[4]ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2561,  ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนพิเศษ 246 ง วันที่ 3 ตุลาคม 2561 หน้า 1-4, http://www.chiangrang.go.th/docs/law3-2561.pdf

[5]หนังสือกระทรวงมหาดไทยซักซ้อม ด่วนที่สุด ที่ มท 0810.3/ว 2931 ลงวันที่ 15 พฤษภาคม 2562 เรื่อง ซักซ้อมแนวทางการทบทวนแผนพัฒนาท้องถิ่น (พ.ศ. 2561-2565) ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, www.dla.go.th/upload/document/type2/2019/5/21747_1_1557918909334.pdf  

[6]ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการจัดทำแผนและประสานแผนพัฒนาพื้นที่ในระดับอำเภอและตำบล พ.ศ. 2562, ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนพิเศษ 149 ง วันที่ 11 มิถุนายน 2562 หน้า 1-10, http://www.samutsongkhram.go.th/V2013/attachments/article/8263/1539-2.PDF 

[7] ดูข้อ 10(2) แห่งระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2548 แก้ไข ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2559   

ข้อ 10 คณะกรรมการพัฒนาท้องถิ่นมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

 (2) ร่วมจัดทำร่างแผนพัฒนา เสนอแนะแนวทางการพัฒนา และการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการจัดทำร่างแผนพัฒนา

ในการจัดทำร่างแผนพัฒนา ให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล เมืองพัทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง นำปัญหาความต้องการจากแผนพัฒนาหมู่บ้านหรือแผนชุมชน ที่เกินศักยภาพของหมู่บ้านหรือชุมชน ที่จะดำเนินการเองได้มาพิจารณาบรรจุไว้ในแผนพัฒนาแต่หากเกินศักยภาพของเทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล เมืองพัทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้งให้เสนอปัญหา ความต้องการไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดและให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดนำมาพิจารณาบรรจุไว้ในแผนพัฒนาขององค์การบริหารส่วนจังหวัดตามอำนาจหน้าที่

[8] ดู ข้อ 4 ข้อ 9 ข้อ 12 ข้อ 13(2) ข้อ19 ข้อ 20 แห่ง ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการจัดทำแผนและประสานแผนพัฒนาพื้นที่ในระดับอำเภอและตำบล พ.ศ. 2562

ข้อ 4 ในระเบียบนี้

“แผนพัฒนาอำเภอ” หมายความว่า แผนพัฒนาที่รวบรวมรายการโครงการและแผนงานต่าง ๆ ของอำเภอที่สะท้อนถึงปัญหาและความต้องการของประชาชน ตลอดจนความต้องการของทุกภาคส่วนในพื้นที่อำเภอโดยแผนพัฒนาอำเภอจำเป็นต้องจัดทำเพื่อให้เป็นเครื่องมือในการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์และทิศทางการพัฒนาของอำเภอในอนาคต

“แผนพัฒนาในระดับพื้นที่” หมายความว่า แผนพัฒนาหมู่บ้าน แผนชุมชน แผนพัฒนาตำบล แผนพัฒนาท้องถิ่น แผนพัฒนาอำเภอ และแผนพัฒนาของส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่นที่ดำเนินการในพื้นที่อำเภอ

ข้อ 13 ให้ ก.บ.อ. มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(2) จัดทำแผนพัฒนาอำเภอและแผนความต้องการระดับอำเภอ โดยกำหนดทิศทางการพัฒนาอำเภอ การประสานและรวบรวมข้อมูลจากปัญหาและความต้องการของประชาชน แผนพัฒนาหมู่บ้าน แผนชุมชน แผนพัฒนาตำบล แผนพัฒนาท้องถิ่น และแผนพัฒนาของส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่นที่ดำเนินการในพื้นที่อำเภอ

ข้อ 19 ให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจารณาโครงการที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขอรับการประสานโครงการตามบัญชีประสานโครงการพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือโครงการที่คณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.บ.จ.) เพื่อบรรจุไว้ในแผนพัฒนาขององค์การบริหารส่วนจังหวัด พร้อมทั้งตรวจสอบโครงการดังกล่าวเพื่อไม่ให้โครงการซ้ำซ้อนกับแผนพัฒนาจังหวัด และแผนปฏิบัติงานของส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่น และให้จัดทำบัญชีประสานโครงการพัฒนา เพื่อจัดส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการ

ข้อ 20 ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ความสำคัญกับการสร้างและพัฒนาศักยภาพในการจัดทำแผนและประสานแผนพัฒนาท้องถิ่น โดยในการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

[9]สุจินต์ ไชยชุมศักดิ์, การเชื่อมโยงและประสานแผนพัฒนาในระดับต่าง ๆ, สำนักยุทธศาสตร์และส่งเสริมการบริหารราชการอำเภอ กรมการปกครอง, http://pokkrongnakhon.com/datacenter/doc_download/1.ppt      

[10] มาตรา 53/1 เพิ่มโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2550

“ให้จังหวัดจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในระดับชาติ และความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นในจังหวัด

ในการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดให้มีการประชุมปรึกษาหารือร่วมกันระหว่างหัวหน้าส่วนราชการที่มีสถานที่ตั้งทำการอยู่ในจังหวัดไม่ว่าจะเป็นราชการบริหารส่วนภูมิภาคหรือราชการบริหารส่วนกลางและผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมดในจังหวัดรวมทั้งผู้แทนภาคประชาสังคม และผู้แทนภาคธุรกิจเอกชน

การจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดตามวรรคหนึ่ง จำนวนและวิธีการสรรหาผู้แทนภาคประชาสังคมและผู้แทนภาคธุรกิจเอกชนตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา

เมื่อประกาศใช้แผนพัฒนาจังหวัดแล้ว การจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและการดำเนินกิจการของส่วนราชการและหน่วยงานอื่นของรัฐทั้งปวงที่กระทำในพื้นที่จังหวัดต้องสอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัดดังกล่าว”  

& ดู คู่มือการจัดทำ และประสานแผนพัฒนา ในระดับพื้นที่ หมู่บ้านชุมชน ตำบล และอำเภอ, สำนักพัฒนาและส่งเสริมการบริหารราชการจังหวัด สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย, http://nongkhai.cdd.go.th/wp-content/uploads/sites/70/2019/06/PPPP.pdf

การเชื่อมโยงการพัฒนาในทุกระดับ ทุกประเด็น ทุกภารกิจ ทุกพื้นที่ เพื่อให้การจัดทำและประสานแผนพัฒนาในระดับพื้นที่เป็นลักษณะแผนเดียวกัน ( One Plan) รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (แผนพัฒนาท้องถิ่น)

[11] สิทธิ ( Rights) 2 แนวความคิด คือ (1) สิทธิมนุษยชน (Human Rights) : สิทธิ เสรีภาพ ที่จำเป็นขั้นพื้นฐานที่คนทุกคนพึงได้รับอย่างเสมอภาคและเป็นธรรมในฐานะที่เกิดมาเป็นมนุษย์ (2) สิทธิธรรมชาติ (Natural Rights) : สิทธิที่ติดตัวมาแต่กำเนิด คือ มีสิทธิในชีวิต สิทธิในทรัพย์สิน ไม่สามารถยกเลิก หรือสูญหายไปได้โดยวิธีใด ๆ ก็ตาม

[12] สิทธิทางกฎหมาย (บางครั้งเรียกสิทธิพลเมือง : Civil Rights) คือสิทธิที่ถ่ายทอดมาจากระบบการปกครองเฉพาะอย่าง และถูกกำหนดลงในบทบัญญัติบางรูปแบบ เช่น กฎหมาย จารีต หรือความเชื่อ ในขณะที่สิทธิธรรมชาติ (บางครั้งเรียก จริยสิทธิ์ หรือ สิทธิอันมิอาจเพิกถอนได้) เป็นสิทธิที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากกฎหมาย จารีต หรือความเชื่อของสังคมหรือการปกครองใด สิทธิ ...

ดู สิทธิธรรมชาติและสิทธิทางกฎหมาย, วิกิพีเดีย, https://th.wikipedia.org/wiki/สิทธิธรรมชาติและสิทธิทางกฎหมาย 

[13] “ทรัพยากรการผลิต” หรือ productive resources ในทางเศรษฐศาสตร์ หมายถึง ทรัพยากรที่นำมาผลิตสินค้าและบริการ เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ปัจจัยการผลิต” หรือ factors of production ซึ่งแบ่งเป็น 4 ประเภทคือ

(1) ที่ดิน ( land) คือ ที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติทั้งหมด  

(2) แรงงาน ( labor)หรือ ทรัพยากรมนุษย์ (human resource) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ทุนมนุษย์ (human capital) ได้แก่ แรงกาย แรงใจ ความรู้ สติปัญญา และความคิด ที่มนุษย์ทุ่มเทให้แก่การผลิตสินค้าและบริการ

(3) ทุน ( capital)  หรือ สินค้าทุน (capital goods)  2 ประเภท คือ สิ่งก่อสร้าง (construction) และอุปกรณ์การผลิต (equipment)

(4) ผู้ประกอบการ ( entrepreneur)       

[14] วรวรรณ ธาราภูมิ , ฮ่องกงโดย Nippon Wannapensakun, ทนง ขันทอง แชร์มาให้อ่าน, 4 สิงหาคม 2562, https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=10218373932246884&id=1450051196&__tn__=H-R

& จุดแข็ง จุดอ่อน ของประเทศไทย และบทสรุปที่น่าคิด, Komsan J, 30 กรกฎาคม 2562, https://www.jangkhao.com/news/8141/?fbclid=IwAR23HTEgeryVkzllXQfW34m5dI7SstJCgye-3Xg96x8CF-E7z0PBrYd_iiU     

[15]ถ้าไทยจะเป็นเสือเศรษฐกิจ, หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจปีที่ 35 ฉบับที่ 3118, 31 ธันวาคม 2558 - 2 มกราคม 2559, เวบฐานเศรษฐกิจ 4 มกราคม 2559, www.thansettakij.com/content/24337  

[16]จรัญ จันทลักขณา, ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเริ่มต้นจากวิธีคิดของคน, 22 ตุลาคม 2549, https://www.gotoknow.org/posts/136966    

& จุดแข็ง จุดอ่อน ของประเทศไทย และบทสรุปที่น่าคิด, Komsan J, 30 กรกฎาคม 2562, https://www.jangkhao.com/news/8141/?fbclid=IwAR23HTEgeryVkzllXQfW34m5dI7SstJCgye-3Xg96x8CF-E7z0PBrYd_iiU     

[17] 21 ปี “วิกฤตการณ์ต้มยำกุ้ง” บทเรียนราคาแพง ภาคเศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบ, 2 กรกฎาคม 2561, https://www.77kaoded.com/content/118524

เมื่อทักษิณ ชินวัตร เข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จึงได้มีการสร้างโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินและการทำธุรกิจ โดยมีการสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ( SMEs) กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง และโครงการโอทอป เป็นต้น ทำให้ประชาชนจึงมีรายได้เพิ่มขึ้น เงินทุนเริ่มไหลเข้าประเทศ ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศสูงขึ้น เงินบาทแข็งค่า สภาพคล่องของประเทศเริ่มสูงขึ้นทำให้ประเทศไทยสามารถมีเงินใช้หนี้ IMF ได้หมดในปี พ.ศ.2546

[18] ตุลาการภิวัตน์  หรือ ตุลาการภิวัฒน์ หมายถึง ใช้เรียกกรณีที่อำนาจตุลาการต้องสงสัยว่าบังคับใช้กฎหมายตามความเชื่อส่วนบุคคลหรือการเมือง แทนที่จะอิงตามกฎหมายที่บัญญัติไว้

ดู ตุลาการภิวัฒน์ (judicial activism), วิกิพีเดีย, https://th.wikipedia.org/wiki/ตุลาการภิวัฒน์

[19] เป็นปรากฏการณ์ใหม่ใช้วาจาสร้างความเกลียดชัง เรียก “ประทุษวาจา” ( hate speech) คือ ถ้อยคำโจมตีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลด้วยเหตุแห่งเชื้อชาติ ศาสนา เพศ หรือรสนิยมทางเพศ เป็นต้น

ดู ประทุษวาจา, วิกิพีเดีย, https://th.wikipedia.org/wiki/ประทุษวาจา  

[20] นักวิชาการแยกขั้วได้สองฝ่ายคือ( 1) ฝ่ายกลุ่มอนุรักษ์ เป็นพวกหัวเก่า(Conservative) พวกชนชั้นอีลิท(Elite) และ (2) ฝ่ายกลุ่มหัวใหม่หัวก้าวหน้า (Liberal & Progressive) ที่มีแนวโน้มจะถูกเรียกว่าพวกฝ่ายซ้าย (The Left)

[21]คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยึดอำนาจวันที่ 22 พฤษภาคม 2557  ดู 5 ปี คสช. : พล.อ. ประยุทธ์ อ้างผลงาน ฟื้นฟูเกียรติคุณ-ความสงบให้แก่ประเทศ, 15 กรกฎาคม 2562, https://www.bbc.com/thai/thailand-48986979

[22] ถ้าไทยจะเป็นเสือเศรษฐกิจ , ฐานเศรษฐกิจ, 2559, อ้างแล้ว

ประเทศอุตสาหกรรมใหม่ (Newly Industrialized Country, NIC) เป็นประเภทการจำแนกประเทศโดยนักรัฐศาสตร์และนักเศรษฐศาสตร์  เศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงจากภาคเกษตรกรรมไปเป็นภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะภาคการผลิต เศรษฐกิจตลาดเสรีเพิ่มมากขึ้น มีการค้าเสรีกับชาติอื่นๆ ดู ประเทศอุตสาหกรรมใหม่, วิกิพีเดีย, https://th.wikipedia.org/wiki/ประเทศอุตสาหกรรมใหม่    

[23]“5G ยังไม่ทันใช้ อะไรคือ 6G” สำรวจเครือข่ายแห่งอนาคตที่มี AI อยู่เบื้องหลัง, Thinkers, 2 พฤษภาคม 2562, https://thematter.co/thinkers/the-future-of-6g/76263 

& การผสมผสาน Hologram กับ AI, pmall, 6 สิงหาคม 2562, https://timeline.line.me/post/_deVc2qXutNVqAhFtgmaSBbEHc7SDqbP_8o1MUbI/1156508630110024532 

Hologram คืออะไร? โฮโลแกรม คือ รูปแบบของภาพที่สร้างขึ้นให้มีมิติ มีความลึกเหมือนนูนออกมา ถูกสร้างขึ้นด้วยกระบวนการที่เรียกว่า ฮอโลกราฟี (Holography)      

[24] จรัญ จันทลักขณา , 2549, อ้างแล้ว     

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Local Administration



ความเห็น (0)