การวิจัยไม่ได้สักแต่ว่าทำ แต่ทำเพราะมองเห็นประโยชน์
ครับสำหรับวันนี้ ก็กะว่าจะมาต่อยอดจากเดิม แรกเริ่มเดิมนี้วันนี้เป็นวันหยุด ผมกะจะพักผ่อนอยู่ที่หอพักครับ แต่ไปๆมาๆ ยังไงไม่รู้ กำลังชมรายการทีวีในวันหยุดดีดี ไฟก็เกิดดับขึ้นมา สำหรับผมแล้ว ถ้าเป็นอย่างนี้ให้ผมอยู่เฉยๆรอให้ไฟมาตามปกติไม่ได้ครับ ก็เลยแวะเข้าที่ทำงานและก็รวบรวมเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 49 ในงานพัฒนาศักยภาพในการทำงานวิจัยของคณาจารย์ มมส.
เรื่องที่จะมาเล่าวันนี้ต้องขอออกตัวก่อนว่า ผมคงสรุปได้เพียงบางช่วงบางตอนเท่านั้น เนื่องจากว่ามีบาทบาทหน้าที่ 2 อย่าง ในคนเดียวกันและเวลาเดียวกัน คือ บทบาทที่ 1 เป็น “ฝ่ายสถานที่และโสตทัศนูปกรณ์” และอีกบทบาทคือ “คุณลิขิต(MSU-KM Team)” ซึ่งก็เป็นข้อจำกัดในการฟังอย่างลึก (Deep Listening) เพราะต้องเดินไปๆมาๆอยู่เป็นระยะๆ อย่างไรก็ตามท้ายบันทึกนี้ผมก็มีไฟล์ข้อมูลมาประกอบด้วยเพื่อให้ท่านผู้อ่านได้มีการ ลปรร. บ้าง
ในช่วงเช้าผมก็ได้ฟังบรรยายของท่าน ศ.ดร.ดวงเดือน พันธุมนาวิน หัวข้อ “การเขียนเค้าโครงวิจัยให้ได้ทุนและเป็นเลิศ” ซึ่งท่านอาจารย์เองก็พยายามให้เป็นบรรยากาศแบบ “การแลกเปลี่ยนเรียนรู้จริงๆ” แต่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมก็ไม่มีใครซักถามหรือแสดงความคิดเห็นเลย ผมสรุปประเด็นหลักๆ บางส่วนได้ดังนี้ครับ
- การวิจัยไม่ได้สักแต่ว่าทำ แต่ทำเพราะมองเห็นประโยชน์
- การแสวงหาความจริง (ไม่ใช่เท็จ) อะไรสิ่งหนึ่ง เกี่ยวข้องกับ อะไรที่สอง เช่น การมาตรงต่อเวลาในการฟังบรรยาย มีผลต่อ ความกระตือรือร้นในการทำวิจัย ใช่หรือไม่ (WHAT)
- การตีความ ข้อความจริงเหล่านั้น เป็นสิ่งที่ต้องทำโดยมนุษย์เท่านั้น เช่น สาเหตุที่เกิดขึ้นเช่นนั้น ก่อให้เกิดผลอะไร (WHY)
- การวิจัย ต้องตอบทั้ง WHAT และ WHY
- การวิจัย ใช้กระบวนการ/วิธีการทางวิทยาศาสตร์
- หัวข้อเค้าโครงการวิจัยเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องนำเสนอ เพื่อแสดงให้เห็นว่า เรามีความพร้อมในการทำวิจัย
ไฟล์ข้อมูลประกอบ
3. เสียงบรรยาย ศ.ดร. ดวงเดือน พันธุมนาวิน
3.1 ว่าด้วยเรื่อง การวิจัย
ปัจจัยสู่ความสำเร็จ (KSF)
- การประมวลเอกสารที่เกี่ยวข้องให้มากๆ ทั้งปริมาณและคุณภาพ และต้องเป็นเอกสารที่ตีพิมพ์ในระดับนานาชาติ
- ปรึกษาผู้รู้ ผู้มีประสบการณ์ ผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งอาจให้เพื่อนช่วยวิจารณ์
- ความทุมเท ความพยายามในการทำวิจัย
ในโอกาสต่อไป คงจะได้มี Version สรุปจากการจัดกิจกรรมครั้งนี้ของ MSU-KM Team ครับ
tananchai
อยากทราบมาก ๆค่ะว่า ถ้าเราทำงานวิจัยสักชิ้น เราจะทราบได้อย่างไรคะว่า งานวิจัยชิ้นนั้นมี "ความน่าเชื่อถือ" เอาอะไรมาวัดเอาอะไรมาเป็นเกณฑ์ในการตัดสินความน่าเชื่อถือของงานวิจัยคะ
ขอบคุณค่ะ ^_^