เมื่อตัดสินใจที่จะไปอยู่บ้านของภรรยา ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็ก มีเพียง 50 หลังคาเรือน ชาวบ้านมีอาชีพรับจ้างบ้าง  ทำการเกษตรบ้าง บางส่วนก็ทิ้งบ้านทิ้งเรือนไปทำงานในเมืองใหญ่ๆ  บ้านคำปลาหลาย ถูกขึ้นชื่อเป็นหมู่บ้านที่ยากจนที่สุด ในอำเภออุบลรัตน์  จังหวัดขอนแก่น            เมื่อมาร์ตินและครอบครัว เข้ามาอยู่ แรกๆก็ไม่มีทรัพย์สมบัติใดๆเลย จะมีก็เพียงบ้านที่เป็นกระต๊อบหลังเล็ก ที่ใช้เงินในการสร้างเพียง 12,000 บาท ที่คนอีสาน เรียกว่า เถียงนา แต่สำหรับมาร์ตินแล้วเขากลับภูมิใจ ว่านี่คือบ้านของเขา มันสามารถทำให้เขามีที่อยู่  ที่นอน ที่กิน ที่ที่สามารถกันแดดกันฝน ให้กับเขาได้          

        มาร์ตินเขาให้ข้อสังเกตว่า สังคมอีสานเป็นสังคมที่น่าอยู่ เพราะเป็นสังคมที่มีน้ำใจ มีความเอื้ออาทรกันอย่างแท้จริง ทั้งๆที่มีความยากจน แต่ก็ยังมีน้ำใจ หากเป็นสังคมเมืองนอก คงจะเกิดการแก่งแย่งกันอย่างมาก นี่คือเสน่ห์อย่างหนึ่งของสังคมในชนบท  เขายังบอกต่ออีกว่า คนอีสานมีที่ดินกันเยอะมาก แต่ไม่ค่อยได้ทำประโยชน์ ทิ้งที่ดิน ทิ้งไร่ ทิ้งนา  ซึ่งเป็นสมบัติอันล้ำค่าไว้ แล้วไปเป็นลูกจ้างทำงานรายวันในเมืองใหญ่  เขาเปรียบเทียบกับสังคมอังกฤษว่า คนที่อังกฤษส่วนใหญ่ ไม่มีบ้านไม่มีที่ดิน ไม่มีบ้าน อยู่ จะมีก็แต่คนรวยๆเท่านั้นที่มีที่ดิน และในชนบทของอังกฤษก็จะมีแต่คนรวยๆที่มีเงินทั้งไปอยู่กัน เพราะมีเงินซื้อที่ดินได้ ซึ่งสภาพดังกล่าวจะแตกต่างจากสังคมไทยอย่างสิ้นเชิง             

        เมื่อเขาและครอบครัวได้มาอยู่บ้านคำปลาหลาย  เขาก็เริ่มมองหาอาชีพ ว่าจะทำอะไรดี เขาทำหางานทำ งานแรกที่ได้ทำ ก็คืองานก่อสร้าง (อาชีพเดิมตอนอยู่อังกฤษ) แต่เป็นงานสร้างบ้านหลังเล็กๆ ได้ค่าแรงวันละร้อยกว่าบาท สำหรับมาร์ตินแล้วเขาพอใจกับค่าแรงตรงนี้และทุ่งเทให้กับการทำงานอย่างมาก เขาตั้งใจว่าจะต้องเก็บเงิน มาซื้อที่ดินให้ได้            

       ด้วยความเป็นฝรั่งจึงเป็นที่น่าสนใจของชาวบ้านทั่วไป ประกอบกับเขาเป็นคนที่อัธยาศัยดี คุยได้กับทุกคน พูดรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง ก็พยายามที่จะสื่อสารกับชาวบ้าน ก็เรียกได้ว่ามาร์ตินไปที่ไหนก็มีเสียงหัวเราะที่นั่น คงจะขำทั้งที่คุยกันไม่รู้เรื่องบ้าง ขำเรื่องตลกๆมุขเล็กๆน้อยของมาร์ติน บ้าง ตอนนั้นชาวบ้านเขาจะเรียกมาร์ติน ฝรั่งขี้นก ซึ่งก็เปรียบเหมือนฝรั่งตกยาก (เขาขใจว่าอย่างนั้น) แต่เขาก็ไม่ได้โกรธเคือง กับถือเป็นเรื่องสนุก          

         วันหนึ่ง มาร์ติน ได้ขอซื้อที่ดิน แปลงที่อยู่ติดกับบ้านของเขา จากผู้ใหญ่บ้าน คือผู้ใหญ่ ถาวร  สรรสมบัติ  จำนวน 6 ไร่ (ราคาเท่าไหร่ผมจำไม่ได้ครับ) และขอผ่อนส่งเดือนละ 5,000 บาท  ผู้ใหญ่ถาวร  สงสารก็เลยตกลงขายที่ดินให้  เมื่อได้ที่ดินมาแล้วมาร์ติน เริ่มมีความหวัง และเริ่มลงมือทำประโยชน์ในผืนดินที่ได้มาด้วยน้ำพักน้ำแรงอย่างจริงจัง เขาตื่นแต่เช้า แล้วก็รีบทำงาน กลางวันก็ออกไปรับจ้าง เย็นก็กลับมาทำงานในที่ดินของตนเอง โดยที่เขาได้ศึกษาแนวทางของการทำเกษตรแบบพอเพียง ตามพระราชดำรัสของในหลวง อย่างจริงจัง            

         ผู้ใหญ่ถาวร ได้เล่าให้ผมฟังว่า คุณมาร์ติน เป็นคนที่มีความขยันมาก ตอนที่เขาซื้อที่ดินใหม่ๆเขาไม่มีบ่อน้ำ เพราะยังไม่มีเงินขุดบ่อ เขาได้ขอใช้น้ำจากสระของผู้ใหญ่บ้าน ตอนแรกผู้ใหญ่บ้านก็นึกว่าเขาจะซื้อเครื่องสูบน้ำมาสูบ ก็กลังเหมือนกันว่าน้ำจะไม่พอใช้ แต่ก็ตัดใจอนุญาตให้เขาใช้น้ำใน สระ ด้วยกันได้ พอได้รับอนุญาตจากผู้ใหญ่บ้าน มาร์ตินกลับใช้วิธี หาบน้ำ จากบ่อวันละประมาณ 50 หาบ มารดน้ำต้นไม้พืชผักสวนครัว ของเขา สร้างความประทับใจให้กับผู้ใหญ่บ้านไม่น้อย ผู้ใหญ่บ้าน ยังเล่าต่อว่า มาร์ตินเขาเป็นคนที่ประหยัดมาก จะซื้ออะไรซักอย่าง คิดแล้วคิดอีก แม้แต่กระทั่งรถยนต์ ก็ไม่ยอมซื้อ เขาบอกว่า จะซื้อไปทำไมเวลาไปไหนก็ไปกับผู้ใหญ่ สบายดีออก น้ำมันก็ไม่ต้องเติม ขับก็ไม่ต้องขับ ดีไม่ดี นั่งหลับสบายกว่ากันเยอะ ฟังเขาพูดเข้า แต่เขาได้ก็บอกต่อว่า เขาก็อยากได้อยู่รถ แต่ตอนนี้คิดว่ายังไม่จำเป็น ไม่มีก็ยังไม่เดือดร้อน  รถโดยสารก็มีเยอะอยู่ ในหมู่บ้านก็ใช้มอเตอร์ไซค์ก็พอ          

           มาร์ตินเริ่มสร้างเนื้อสร้างตัวมาเรื่อยตามแนวทางของ เศรษฐกิจพอเพียง เขาพยายามหาความรู้จากทุกที่ทุกแห่ง ไม่ว่าจะไปเรียนจาก กลุ่มปราชญ์ชาวอีสาน กลุ่มศรีษะอโศก กลุ่มไหนที่ว่ามีการทำแบบพอเพียงมาร์ตินไปทุกที่ แล้วนำความรู้ที่ได้กลับมาทดลองทำจริง  เขาไม่เพียงแต่ทำเฉพาะครอบครัวของตนเอง ยังได้เป็นผู้นำร่วมกับผู้ใหญ่บ้านชักชวนคนในหมู่บ้านมาร่วมกันพลิกฟื้นฝืนดินให้เกิดประโยชน์ขึ้นมา เขาได้ใช้ความรู้ความสามารถ แนะนำให้ชาวบ้านรู้จักอยู่  รู้จักกิน ลดการกู้หนี้ยืมสิน ด้วยการอยู่อย่างพอเพียง แรกๆก็มีชาวบ้านเข้าร่วมเพียง 10 ครอบครัว แต่พอนานเข้าก็มีชาวบ้านสนใจเข้ามาร่วมกันมากขึ้นเรื่อย            

          ปัจจุบัน บ้านคำปลาหลาย ได้พัฒนาตนเอง จากหมู่บ้านขึ้นชื่อว่ายากจนที่สุดในอำเภออุบลรัตน์ กลายเป็นหมู่บ้านที่มีความเป็นอยู่ที่ดี ในระดับแนวหน้าของอำเภอ และมีหน่วยงาน และองค์กรต่างๆมาศึกษาดูงานอย่างมากมาย รวมถึงรายการโทรทัศน์ ก็มาขอถ่ายทำไปแล้วหลายรายการ มาร์ตินมีส่วนร่วมในการพัฒนาอย่างมาก  จนปัจจุบันชาวบ้านที่เคยเรียกเขาว่า ฝรั่งขี้นก มาเป็น พ่อใหญ่มาร์ ประจำหมู่บ้านคำปลาหลาย            

        ถึงวันนี้มาร์ติน เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ให้กับ คนไทย อีกมากมายทีไปขอดูงานและเรียนรู้จากเขา แล้วเขาทำได้อย่างไร ทั้งๆที่เขา....

  • ไม่ได้เรียนด้านการเกษตร
  • ไม่มีความรู้เรื่องการเกษตร
  • เขาไม่มีเงินทุน และไม่ได้กู้ยืมจาก  ธกส.
เขาทำได้อย่างไร ????????????