๒ วันที่ผ่านมา ผมได้หยุดพักทุกอย่างไว้ที่ทำงาน แต่ไม่ลืมโครงการใหม่ที่สานต่อความคิดเก่า ปัญหาของนักศึกษาที่ผ่านมาคือ เงินที่ต้องกู้ยืมเพื่อศึกษาเล่าเรียน บางคนก็ให้น่าเวทนายิ่งนักเมื่อเงินกู้ยืมนั้นมิได้เป็นเพื่อการศึกษาหากแต่เป็นไปเพื่อสนองตอบความต้องการในตน ขณะที่บางคนก็พยายามเหลือเกินที่จะเรียนหนังสือให้คุ้มกับเงินที่กู้ยืมมา บางครั้งให้ผมคิดว่า เราสอนให้เขาเป็นหนี้เป็นสินตั้งแต่ตอนนี้เชียวหรือ "อิณํ ทุกฺขํ โลเก การเป็นหนี้เป็นทุกข์ในโลก" มีวิธีการอื่นไหมที่สามารถจะให้เขาไม่ต้องกู้หนี้ยืมสินมาเพื่อการศึกษาในระบบ ในโลกของการเปลี่ยนแปลงและค่านิยมของพวกมากลากไป เราปฏิเสธไม่ได้ที่จะไม่เรียนหนังสือ และการเลือกที่จะเรียนก็ต้องเรียนในสิ่งที่สามารถจะนำไปแลกเป็นเงินตราเพื่อนำไปแลกเป็นสิ่งของเครื่องใช้อำนวยความสะดวกในลำดับถัดจากนั้นอีก คนที่กู้ยืมก็ต้องไปปลดหนี้ปลดสินเมื่อทำงาน เป็นเรื่องที่ดีหากนี้คือการสร้างวินัยให้กับคน แต่มันจะไม่ดีเลยถ้ามีความรู้สึกกดดัน โดยเฉพาะคนที่มีความรับผิดชอบสูง เขาจะรู้สึกกดดันกับความจำเป็นที่เขาต้องกู้ยืมเรียนหนังสือ คนที่ไม่รู้สึกกดดันคือคนที่ไม่มีความรู้สึกว่าต้องรับผิดชอบอะไรกับเงินกู้ยืม ขณะเรียนเราน่าจะมีวิธีการอะไรสักอย่างที่จะเพิ่มเงินเพื่อการเรียนและหาประสบการณ์ที่ดี ในศาสนาพุทธ หลวงปู่ หลวงพ่อ หลวงตาที่มีวิชาความรู้ดีๆ เพื่อชีวิตนั้นมีอยู่ และความรู้เหล่านั้นอยู่ในหนังสือ ถ้าเราถอดความรู้ออกมา (เฉพาะที่อ่านแล้วให้รู้สึกกินใจ) รวมเป็น ๑ หน้าสั้นๆ หลายหน้ารวมกันก็เป็น ๑ เล่ม หลวงพ่อต่างๆ ไม่เคยจดลิขสิทธิ์หรือหวงความรู้ โรงพิมพ์จำนวนมากหาช่องว่างตรงนี้ทำมาหากินร่ำรวยกันก็เยอะ แต่สิ่งที่คิด คิดเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อเยาวชน เก็บสาระจากหนังสือธรรมะทุกวัน วันละหน้าโดยไม่ลืมว่าใครเป็นคนคิด พูด เขียน นำสิ่งนี้เป็นรวมเป็นหนึ่งเล่ม หาเงินมาพิมพ์ออกจำหน่าย น่าจะพอบรรเทาค่าเล่าเรียนได้บ้างกระมัง ภายใต้ชื่อหนังสือว่า "ธรรมะหน้าเดียว" แต่เราไม่เคยจับธุรกิจ สิ่งที่คิดก็คิดได้แค่นี้ คงต้องล้มลุกคลุกคลานน่าดู วันพุธ ผมจะให้ความคิดแก่นักศึกษาเหล่านั้น