งานมหกรรม KM ครั้งนี้ คนของภาคฯ ไปกันถึง 10 คน ขอยืมคำพูดของอ.ปลื้มจิตว่า อย่ามองแบบเรียวไทม์    กว่าจะไป 10 คนนี่ มันมีที่มาที่ไปค่ะ

คนในทีม KM ที่ทำงานด้วย ไม่ทราบเป็นยังไง  ชวนไปไหน ก็ไม่ค่อยจะไปด้วย (โดยเฉพาะคนที่มีลูกเล็กเด็กโตที่บ้าน)  เมื่อ สคส. ประกาศเรื่องงานมหกรรม  ตนเองก็คิดว่า น่าจะต้องไปหาประสบการณ์  แล้วก็อยากให้คนในทีม KM ไปด้วย  จึงไปชวนพี่เม่ย  ควักกลยุทธ์ไปหลายเหมือนกัน กว่าจะ OK  แล้วก็นึกต่อว่าน่าจะชวนคุณลิขิตอาสาของเราทั้ง 2 คนคือคุณศิริ และ คุณ nidnoi ไปหาประสบการณ์ด้วยท่าจะดี  จึงไปชวนทั้งคู่ ไปชวนคุณศิริ ก็บอกว่า คุณ nidnoi ไปด้วยนะ  ชวนคุณ nidnoi ก็บอกว่า คุณศิริ ไปด้วยนะ ไม่เหงาหรอก มีเพื่อน (รุ่นเดียวกัน) ไม่ใช่มีแต่คนแก่ ประมาณนั้น 

เสร็จจากนั้น ก็จึงมาชวน อ.เสาวรัตน์ ต้องชักแม่น้ำทั้งห้า เพราะเธอไปยากมาก บอกว่าเด็กๆ ไปกันด้วย ไปกันเป็นทีม สนุกดีออก  เธอก็อิดออดอยู่  ส่วนคุณโอ๋นั้น อ.จันทวรรณ ชวนไปช่วย workshop gotoknow จึงได้ไปด้วยอีกคน  เราทั้งหมดนี้ จึงได้จัดแจงลงทะเบียนเข้างานตั้งแต่เดือนกันยายน (ค่าลงทะเบียนถูกสุด)  ยกเว้น อ.เสาวรัตน์ ซึ่งกว่าจะ OK ก็หลังจากนั้นเป็นเดือน จึงได้ลงทะเบียนในเดือนตุลาคม

เมื่ออยากให้เขาไปด้วย ก็ต้องทำให้เขายุ่งยากลำบากน้อยที่สุด ตั้งแต่หางบประมาณให้  จัดการเรื่องลงทะเบียน จองห้องพัก จองตั๋วเครื่องบิน จองรถรับส่งสนามบิน (ให้ธุรการช่วย)  แถมยัง print กำหนดการของงานแจกให้ทุกคนด้วย  เรียกว่าเพียงแต่เตรียมใจไปงาน และจัดกระเป๋าไปเท่านั้น

และ เนื่องจากหลังจากนั้น เราได้รับเงินรางวัลจากมหา’ลัย (รางวัล CoP) ให้ส่งคนเข้าร่วมได้อีก 1คน จึงตัดสินใจในปลายเดือนพฤศจิกายน ชวนคุณจำเป็น จากธุรการไปด้วยอีกคน เพราะเธอช่วยงาน Patho OTOP มาตลอด  อีกอย่างร้อยวันพันปี เธอไม่ได้ไปประชุมที่ไหนกับเขาเลย จึงอยากให้เธอไปเปิดหูเปิดตาบ้าง แต่เนื่องจากมีภาระทางบ้าน ก็คุยกันอยู่นาน ว่าจะสามารถบริหารจัดการภาระได้หรือไม่  สุดท้ายก็ไปได้ 

ส่วนอีก 3 ท่านที่ไปแต่ไม่ต้องออกแรง เพราะเธอตัดสินใจไปเอง คือ คุณณัฐิยา คุณติ๋ม และ อ.พรพรต

และเมื่อถึงวันงาน  ตนเองก็พบว่า ทุกคนมีความสุข และ สนุกกับงานนี้อย่างถ้วนหน้า  คิดว่าทุกคนได้เข้าใจแนวคิดเรื่องการจัดการความรู้มากขึ้น (โดยเฉพาะน้องใหม่ของทีม รู้สึกจะซาบซึ้งเป็นพิเศษ) ได้เห็นวิธีการพัฒนาคน พัฒนาองค์กรจากหน่วยงานอื่นๆ ได้มีมุมมองที่กว้างขึ้น ที่สำคัญ เป็นการเติมเชื้อ เพื่อช่วยขับเคลื่อนภาควิชาต่อไป

นึกย้อนหลัง กว่าจะถึงวันมหกรรม หายเหนื่อย และรู้สึกคุ้มค่ามากๆ  ประสบการณ์นี้ ยืนยันสิ่งที่ตนเองเชื่ออีกครั้งว่า “ทำในสิ่งที่เชื่อ (ว่าใช่)” ด้วย “ความพยายามอยู่ที่ไหน  ความสำเร็จอยู่ที่นั่น” 

ถึงแม้เป็นความพยายามเล็กๆ คือการ "ชวน" ก็ภูมิใจค่ะ