สิ่งที่นักเรียนต้องเรียนรู้ในการออกเสียงภาษาอังกฤษ 

What a student needs to know in English pronunciation.

ผลการวิจัยด้านการสอนภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศ (EFL)  บ่งชี้ว่า  ปัญหาใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งของนักเรียนคือ...การออกเสียง

ด้วยเหตุนี้...ทำให้นักเรียนจำนวนมากไม่ประสบความสำเร็จในการสื่อสารด้วยภาษาพูด 

ทั้งนี้เพราะ...การออกเสียง..คือ..วิญญาณของการสนทนา  (Pronunciation is the soul of Conversation.) 

ครูอ้อยได้เขียนบันทึกเกี่ยวกับการสอนการออกเสียงเมื่อคราวที่แล้วชื่อบันทึก  คือ   สิ่งที่ต้องเรียนรู้ในการออกเสียงภาษาอังกฤษ ซึ่งได้กล่าวถึงพื้นฐานในการออกเสียง

แต่คราวนี้จะกล่าวถึง

2.  พยางค์  (Syllabus)  คือหน่วยย่อยของคำ  ในโครงสร้างของพยางค์จะต้องมี  พยางค์อยู่ด้วยเสมอ  เช่น  I  am  a  girl.  เป็นต้น  เมื่อใดไม่มี  สระ  จะไม่ถือว่าเป็น  พยางค์  แต่ละกลุ่ม  จะเรียกว่า  กลุ่มอักษร  (Cluster)  เช่น  el- , pr- , str- , -nds, -rst  เป็นต้น 

นักเรียนจะต้องเรียนรู้และจดจำโครงสร้างของพยางค์  เพื่อให้ออกเสียงพยางค์ได้ถูกต้อง  นอกจากนี้ยังต้องเรียนรู้  กฏการออกเสียงคำนามและคำกริยา  เมื่อเติม  -s  และกฏของการออกเสียงคำกริยาเมื่อเติม -ed  และเรียนรู้ว่าในภาษาพูดตามธรรมชาติ  บางครั้ง  จะมีการย่อคำ  หรือ  รวมพยางค์  เพื่อให้การพูดรวดเร็วขึ้น

กฏ...ของการออกเสียงคำนามและคำกริยา  เมื่อเติม -s  ท้ายคำนามและกริยาที่ลงท้ายด้วยเสียงพ่นลม  (hissing sound)  เช่น  s , z , sh , th , ge  เมื่อเติม -ed  จะเพิ่มเสียงอี ก1 พยางค์  เป็น  -iz  หรือ  ez

กฏ...ของการออกเสียงคำกริยา  เมื่อเติม -ed  ท้ายคำกริยา ที่ลงท้ายด้วย -t  และ  -d  เมื่อเติม  -ed  จะเพิ่มเสียงอีก 1 พยางค์   เป็น  id  หรือ  ed

3.  เสียงเน้นหนักในคำ  (Stress)  เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ผู้ฟัง  เข้าใจถ้อยคำที่พูดได้ชัดเจน    ผู้ฟังจะจับสัญญาณของ  stress  ได้โดยการสังเกตพยางค์ที่มีลักษณะ  ดังนี้  - มีเสียงสูงที่สุด  หรือ  ดังที่สุด  (Pitch Change)  -  มีเสียงยาวที่สุด (Syllabus Length)  -มีการออกเสียง  สระเต็มที่  (Vowel Quality)  และในเมื่อพยางค์ที่  Stress ออกเสียงสระเต็มที่  (เป็น Strong Vowel) แล้ว  สระในพยางค์อื่นๆ  ก็จะลดเสียง  (เป็น Weak Vowel) 

กฏ...ของการลงเสียง Stress ในคำ

***คำที่มี 2 พยางค์  ส่วนใหญ่จะลงเสียงเน้นหนักที่พยางค์แรก  เช่น  pretty     butter

***คำที่มี 2 พยางค์  ส่วนใหญ่จะลงเสียงเน้นหนักที่พยางค์สุดท้าย เช่น begin  produce

***ลงเสียงเน้นหนัก  ตรงพยางค์ที่ 2 จากท้าย  ในกรณีที่

     -  คำเหล่านั้น  ลงท้ายด้วย suffix  -ic  เช่น static    specific

     -  คำเหล่านั้น  ลงท้ายด้วย  -sion  และ  -tion  เช่น  television  solution 

***ลงเสียงเน้นหนัก  ตรงพยางค์ที่ 3 จากท้าย

    -  ในคำที่ลงท้ายด้วย  -ey , -ty , -phy, -gy  เช่น  democracy  , reality

    -  ในคำที่ลงท้ายด้วย  -al  เช่น  critical  economical

***ในคำที่มีหลายพยางค์  มักจะมี stress มากกว่า 1 ที่  เสียงที่เน้นหนักที่สุดเรียกว่า  primary stress รองลงมาเรียกว่า  secondary stress

    -  secondary stress  มักจะเป็น prefix  เช่น  inter ,  anti

    - primary stress  จะอยู่  ข้างหลัง  เสมอ  เช่น  international , antibiotic

***คำประสม  (Compound)  จะประกอบด้วย  คำ 2 คำมารวมกัน

    -  ถ้าเป็นคำนามประสม  จะลงเสียงหนักที่คำแรก  เช่น  greenhouse , blackbird

    -  ถ้าคำประสมนั้นเป็นคำวิเศษณ์  จะลงเสียงหนักที่คำที่สอง  เช่น  good-tempered  ,  old-fashioned

    -  ถ้าคำประสมนั้น  เป็นคำวิเศษณ์  จะลงเสียงหนักที่คำที่สอง  เช่น  understand  ,  overlook

***คำที่ยืมมาใช้ในภาษาอังกฤษ  มักลงเสียงหนักที่พยางค์หลัง  เช่น   magazine , cigarette

ในหน่วยเรื่องพยางค์  และ  การออกเสียงแบบเน้นพยางค์  ได้จบลงแล้ว

ต่อไปจะเป็น  การลงเสียงเน้นหนักแบบใด  โปรดติดตาม..