๖๘. จดหมายถึงลูก..

พ่อจึงอยากให้ลูกรีบเรียนรีบจบ..เราจะได้มาอยู่ด้วยกัน..และในช่วงเวลานี้เราต้องช่วยกันเตรียมงานที่เป็นมงคลให้พี่ชายของลูก..ถึงจะต้องใช้เงินมาก แต่ก็คงไม่มีปัญหา และไม่กระทบเรื่องเรียนของลูกแน่นอน..

        พ่ออาจจะคิดมากเพราะนอนไม่หลับมาหลายคืน มันเหมือนมีลางสังหรณ์บางอย่าง คล้ายๆกับเมื่อวันที่ลูกเรียนต่อไม่ได้ในสถาบันเดิม..ก่อนที่จะมาเรียนต่อที่นี่ และอีกหลายเรื่องราว..ที่พ่อขาดความเชื่อมั่น..จนถึงกับกังวลและไม่มีความสุข

    แต่เอาเถอะ..ขอให้พ่อได้พูด และพูดแบบนี้เป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย จะไม่ขอพูดอะไรแล้ว..เพราะลูกเป็นผู้ใหญ่ เติบโตสมวัยและก้าวมาไกลพอสมควร

        แค่ให้อยากนึกย้อนไปเมื่อวันนั้น วันที่ลูกอยากเรียน ม.เกษตรฯ พ่อดีใจและสนับสนุน ทั้งที่พ่อเองก็ไม่ได้พิจารณาข้อมูล ไม่ได้แนะแนวทางให้ลูกเลย ถึงวิถีทางแห่งการเรียน เพราะมันเป็นสายที่พ่อไม่ถนัด..

        ค่ำคืน..ที่บอกลูกให้ลาออกจากมหาลัย พ่อนี่ล่ะ..ที่น้ำตาร่วงมากกว่าใครในบ้าน และวันรุ่งขึ้น..พ่อนี่แหละที่โทรประสาน..หาที่เรียนให้ลูก ในแนวที่ลูกชอบ..

        พ่อไม่เคยต่อว่าลูกว่าทำไมไม่อดทน ทำไมไม่มีความพยายาม..ถ้าลูกจำได้ พ่อจะบอกแต่เพียงว่า..มันเรียนยากนะ พ่อไม่ได้คาดหวังนะ ขอแค่ลูกเรียนให้จบก็พอ ได้เกรดแค่ไหนพ่อพอใจทั้งนั้น..

        ลูกก็รู้ว่าพ่อนั้นรู้ดีว่า..ทำไมลูกเลือกที่จะเรียนที่นครปฐม..และอยู่บ้านเช่าเอื้ออาทร..วันนั้นกับวันนี้..ความคิดของลูกเปลี่ยนไปอีกแล้ว แต่พ่อก็รับได้..เพื่อให้ลูกมีขวัญกำลังใจ ที่สุดแล้วพ่อผู้ซึ่งเลี้ยงลูกด้วยเงินมาตลอด รู้สึกไม่ดีเลยถ้าจะไม่พูดอะไรสักอย่าง...เพื่อให้ลูกตระหนักในภารกิจของตัวเอง..

        ภารกิจของลูกคือหน้าที่ที่ต้องศึกษาเล่าเรียนเท่านั้น..พ่อไม่เคยคำนึงถึงว่าลูกจะตอบแทนพ่อ..เพราะพ่อเป็นข้าราชการบนแผ่นดินไทย ใช้ชีวิตพอเพียงแบบนี้ รับรองมีกินมีใช้ไปจนตาย..

        แต่ว่า..อีก ๔ ปีเท่านั้น พ่อจะเกษียณแล้ว ถ้าลูกเรียนจบและพึ่งตนเองได้ จะไม่มีใครต้องเดือดร้อนเพราะพิษเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นจากรัฐบาลชุดใหม่ คำถามคือลูกได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับพ่อแล้วหรือยัง..?

        พ่อส่งลูกไปเรียน..ให้รถลูกใช้ เป็นห่วงแทบขาดใจแต่เห็นลูกอยากได้และมีความรับผิดชอบมากขึ้น พอก็ต้องยอม..ทั้งทีไม่ใช่ความคิดของพ่อเลย

        อยากให้ลูกเรียนอย่างเดียว เพราะรู้ว่ากิจกรรมมันเยอะ แต่ลูกก็ยังรับเป็นประธานรุ่นให้พวกเขา ลูกทำงานหลายด้านไม่ได้ ลองคิดให้ดีๆ

        วันนี้..ลูกกำลังมีผู้หญิงคนใหม่..เรียนไปรักไปพ่อไม่ได้ว่าอะไร แต่ด้วยหน้าที่และความเหมาะสม..ลูกต้องคิดเยอะๆ ว่าโอกาสมีไม่มากนักเหมือนกับที่พ่อก็ไม่ได้มีเงินมากนัก..เช่นเดียวกัน

        สิ่งที่จริงแท้แน่นอนก็คือ..ถ้าลูกไม่มีวิชาติดตัว ไม่มีงาน ไม่มีเงิน..ไม่มีใครคบเราแน่นอน พ่อจึงขอลูกแค่ว่า..อย่าประมาทกับชีวิตอย่างเด็ดขาด

        พ่อไม่เคยประหยัดในเรื่องเรียนของลูกเลยนะ แต่ให้ประหยัดในเรื่องไฟฟ้าและโทรศัพท์ นับวันลูกจะขอเงินพ่อมากขึ้น และทุกครั้ง..พ่อให้มากกว่าที่ลูกขออีก

        ลูกอยากจะเปลี่ยนบ้านพัก เพราะเห็นว่ามันแพง..แต่พ่อยังสู้ได้ ไม่อยากให้ลูกต้องย้ายบ่อยๆ ณ วันนี้..บ้านตรงนี้ในสายตาพ่อยังปลอดภัยและใกล้ที่เรียน อีก ๓ – ๔ เดือน..ปิดเทอมเราค่อยมาว่ากัน..

        พ่อ..เป็นพ่อบุญทุ่ม..ก็เพราะพ่อไม่ได้อยู่กับลูกทุกวัน ลูกจะได้สะดวกในการใช้ชีวิต พ่อสงสารลูกแต่ก็ชื่นชมที่ลูกอยู่คนเดียวได้ ตรงนี้แหละที่ได้ใจพ่อเหลือเกิน

        พ่อแม่หลายคน..ต้องให้ลูกกินใช้อย่างประหยัด นั่นก็คือชีวิตของเขาแต่ละคน แต่ครอบครัวเรา..มั่นคงและเข้มแข็งที่จะให้ลูกได้ โดยที่พ่อ(ยัง)ไม่เดือดร้อน..

        ลูกใช้เงินมากขึ้น..พ่อไม่ว่า ขอแค่อย่าเล่นพนันบอล อย่ากินเหล้า อย่าสูบบุหรี่ ต้องไม่หนีเรียน ก็พอแล้ว..เรื่องผู้หญิงของลูกพ่อรับได้ แต่ก็เป็นห่วงอยู่ดี..

        พ่อเคยพูดเสมอ ถ้ามีปัญหาอะไรก็ตามรีบบอกพ่อ จะได้ช่วยกันแก้ อย่าเก็บไว้และอย่าโกหก เพราะเกลียดคนโกหก การหลอกลวงมันทำให้ติดเป็นนิสัย และแก้ไขอะไรไม่ได้..

        ทุกวันนี้..พ่อเหนื่อยมาก ทำงานไม่มีวันหยุด สุขภาพก็ไม่ค่อยดี ลูกก็รู้ระบบการศึกษาทุกวันนี้ไม่เหมือนเดิม สถานการณ์บีบบังคับให้เราต้องทำและก้าวทัน

        พ่อหาเวลาออกกำลังกาย แต่ก็มีงานในสวนที่ต้องดูแล พี่หนึ่ง..พี่ชายของลูก ที่พ่อไม่เคยชมให้ลูกได้ยิน แต่ลูกรู้ใช่ไหมว่าพี่เขาเป็นคนอย่างไร..เกิดอะไรขึ้นเขาไม่เคยทิ้งเรา..ทุกวันนี้..เขาเหนื่อยแทนพ่อได้ และทำให้บ้านเป็นบ้านมากขึ้น

        พ่อจึงอยากให้ลูกรีบเรียนรีบจบ..เราจะได้มาอยู่ด้วยกัน..และในช่วงเวลานี้เราต้องช่วยกันเตรียมงานที่เป็นมงคลให้พี่ชายของลูก..ถึงจะต้องใช้เงินมาก แต่ก็คงไม่มีปัญหา และไม่กระทบเรื่องเรียนของลูกแน่นอน..

        ตอนนี้..ฝนตกหนักมาก พ่อคงต้องนอนแล้ว..เขียนถึงลูกหมดทุกเรื่อง พ่อก็สบายใจ..ขอให้ลูกเชื่อมั่นในครอบครัว เคารพในตนเองและศรัทธาในวิชาชีพโขนของลูก ที่เป็นศิลปะชั้นสูง..ฝ่าฟันมันไปให้ได้ อย่าท้อถอย..ไม่มีอะไรยากเกินการเรียนรู้....

จากพ่อ...

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๖  มิถุนายน  ๒๕๖๒


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ไดอารี่สีแดง



ความเห็น (0)