อีก 1บทเรียนเล็กๆ ของลูก?

โทรศัพท์ยามเช้า(เมื่อวาน)จากลูกชาย
.
ลูก "แม่ครับ ผม(จริงๆ เรียกชื่อตัวเอง) ลืมบัตรนักเรียนไว้ที่บ้านไหม?"
.
เสียงที่ฟังแล้ว มีความรู้สึกตกใจและกังวลใจปะปนกันไป การลืมบัตรประจำตัวนักเรียนนั้นหมายถึง
คุณจะไม่มีอุปกรณ์เชื่อมต่อ เพื่อแสกนบัตรเข้าออกโรงเรียน เช็คชื่อในแต่ละวิชาเรียน ไปจนถึงซื้ออาหาร ของใช้ใดๆ ในโรงเรียนได้ 
.
แต่ทางโรงเรียนก็มีตัวช่วยให้ คือ สามารถไปติดต่อขอบัตรสำรองได้ ที่ห้องฝ่ายปกครอง และแถวมักยาวเป็นปกติ (คือเด็กๆ ลืมกันเยอะ?)
.
ฉันรู้ว่าลูกรู้ดีว่าต้องทำอย่างไร เพราะเพื่อนๆ เขาลืมกันบ่อย เขามักมาเล่าให้แม่ฟัง ว่าแต่ละวันแถวยาว คนลืมกันเยอะ เขาภูมิใจในตัวเองที่ไม่เคยลืม แต่วันนี้ลืม?
.
ฉันเดาจากเสียง และคิดว่า ลูกน่าจะต้องการให้ฉันนำบัตรไปให้ แต่ไม่บอกตรงๆ เพราะรู้ว่าแม่มักให้รับผิดชอบผลของการกระทำตัวเอง
.
ฉันแค่เดาใจ แต่ก็ไม่ถามไป แค่ตอบไปตามที่ลูกถามและถามลูกต่อ "ค่ะ ลูกลืมไว้ที่บ้าน แล้วลูกจะแก้ปัญหานี้อย่างไรดี" 
.
ลูก "ก็ต้องไปติดต่อขอบัตรสำรองแหละ" (เสียงฟังแล้วดูชัดเจน มั่นคง สงบขึ้น)
.
เราคุยกันอีกนิดหน่อยลูกวางสายไป สักพักใหญ่ก็โทรกลับมาอีก
.
ลูก "แม่ คิวยาวมากเลยอะแม่ รอนานแล้ว ยังไม่ได้เลย แสกนเข้าเรียนสายแน่ๆ" (น้ำเสียงบ่นๆ ปนกังวลใจ)
.
ฉัน "ลูกกังวลใจหรือเปล่า ที่อาจต้องแสกนเข้าโรงเรียนสาย" 
.
ลูก "อืม...ก็คงสายแน่ๆ แหละ" 
.
แม่ "แต่ลูกก็รู้ตัวเองใช่ไหม ว่าลูกไปถึงโรงเรียนไม่สาย ที่สายเพราะลืมบัตรแล้วต้องมารอคิวยาว สำหรับแม่ แม่เข้าใจลูกนะ ไม่เป็นปัญหาของแม่เลย ลูกติดขัดเรื่องไหนในใจไหม?"
.
ลูก "ไม่มีแล้ว สายก็สาย วางสายแล้วนะแม่" (เสียงลูกผ่อนคลายและคิดว่าคงยอมรับกับการลงเวลาสายได้)
.
แม่ "ครับ รักลูกนะครับ" 
+
ฉันอาจลืมถอดบทเรียนกับลูกเรื่องนี้ เมื่อวาน
.
ฉันเชื่อว่าลูกได้บทเรียนเรื่องการจัดการบัตรนักเรียนหลังเลิกเรียน ปกติเขาจะแขวนไปข้างตู้เย็น
เมื่อวานไม่เห็น เดาว่าน่าจะถอดแล้วใส่ไว้ในกระเป๋านักเรียน แต่อีกเรื่องที่อยากชวนคิด คือ การลืม ความผิดพลาดเป็นเรื่องธรรมดา ที่อาจเกิดขึ้นได้ การที่เราเจอปัญหาหากเรามีสติ เราจะดูแลและจัดการได้ด้วยดี 
+
แต่เรื่องหนึ่งที่ฉันไม่ลืม ก่อนนอน ฉันนำเรื่องนี้มาชื่นชมลูกอีกครั้ง ค่ะ ไม่ได้ชื่นชมที่ลูกลืมบัตร?
แต่ชื่นชมที่เขามีสติ สามารถจัดการปัญหาภายนอกและดูแลจิตใจตัวเองได้ดี 
+
แต่ละวันมีเรื่องดีๆให้จับถูกและชื่นชม
อย่าจ้องแต่จะจับผิด คิดแต่จะแก้ไขลูก 
จนลืมเติมยาชูกำลังใจให้ลูกกันเนาะ?
+
ปล. การมีสติและทักษะการสื่อสารเชิงบวกเป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนนะคะ แม่ดาวไม่ได้ทำได้ตั้งแต่แรกคลอดลูก และกว่าแม่ดาวจะทำได้คล่องก็ผ่านน้ำตาและความดราม่ามาเยอะ? และก็ไม่ใช่จะทำได้ดีทุกครั้ง ก็ยังมีเผลอขาดสติ ปล่อยคำพูดเป็นพิษก็มีอยู่นะ?

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เลี้ยงลูกแบบแนวคิดบวก



ความเห็น (1)

สอนให้ลูกรับผิดชอบดีค่ะ