๒๑๕. พี่ฟ้าคราม ตอน เป็นนักแสดง

พี่ฟ้าคราม ตอน เป็นนักแสดง

๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๒ พี่ฟ้าครามได้ไปเรียนการแสดงเป็นเวลา ๓ ชั่วโมง ในความจริง เขาจะสอนให้เธอ ๔ ชั่วโมง เมื่อเรียนเสร็จ เธอจะต้องทดลองแสดงให้ผู้กำกับดูด้วย...แต่เธอเรียนช่วงบ่าย ซึ่งเธอคงรู้สึกง่วง + หิว เพราะไม่ได้ทานอะไรมากนัก...ย่าและแม่อ้อมเลยพาเธอกลับบ้านมาก่อน เลยไม่ได้ทดลองแสดงให้ผู้กำกับดู...แต่ในวันจริง เธอสามารถทำได้ โดยไม่ต้องทดลองแสดงให้ผู้กำกับดูเลย...เพียงแต่ผู้กำกับบอกบทให้กับเธอเท่านั้นว่าควรทำอย่างไร...เธอก็สามารถแสดงได้ด้วยตัวของเธอเอง...ในวันแสดงละคร อากาศร้อนมาก ๆ เพราะเธอต้องอดทนเข้าฉากตลอดตั้งแต่เช้าจนกระทั่งเย็น...เธอถูกพี่ ๆ ป้า ๆ ในกองถ่ายบอกว่า "จะเป็นนักแสดงต้องมีความอดทน"...เธอบอกกับย่าพร้อมกับยิ้มในสีหน้า...

ในวันรุ่งขึ้น ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๒...ย่าบุษพาเธอไปแสดงละครตั้งแต่ ๐๗.๐๐ น. ซึ่งบริเวณที่แสดง คือ บ้านสามหลัง อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก...ย่าถือว่าใกล้บ้านในพิษณุโลกมาก ๆ เพราะออกทางเลี่ยงเมืองไป...ฉากของการแสดงย่าได้รับจากน้อง ๆ ที่ดูแลมอบให้ตั้งแต่วันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๒ แล้ว ย่าส่งให้พี่ฟ้าครามอ่านประมาณ ๒๐ หน้า มี ๑๕ ฉาก ซึ่งเธอจะต้องเข้าฉากหลายฉาก และมีบทพูด ประมาณ ๕ - ๖ ครั้ง...เธอรับบทไปอ่านตั้งแต่ฉากแรกจนจบฉากที่ ๑๕...เธอบอกว่า "ทราบแล้วจ๊ะย่า..." 

ย่าถามว่า : พอเข้าใจไหม?

ฟ้าคราม : เข้าใจจ๊ะ

ย่า : รู้เรื่องไหม

ฟ้าคราม : รู้จ๊ะย่า

หลายต่อหลายครั้ง เมื่อนั่งรถไปที่ถ่ายทำ เธอนำบทมานั่งดูและอ่าน ยามที่เธอนึกขึ้นมาว่าจะต้องพูดว่าอะไร...พอไปถึงที่ถ่ายทำ ที่เขาสมอแคลง เธอบอกว่า "ย่าลองไปถามสิ!!! มีฉากหนึ่งที่นู๋สงสัยว่า...บทแรกแม่ตอบลูก...แล้วทำไมนู๋ต้องตอบพ่อ เขาเขียนผิดหรือเปล่า???...ย่าเลยถามผู้กำกับให้ว่า พี่ฟ้าครามสงสัยกับบทที่เธอพูด เพราะในความจริงอาจตอบกับแม่ หรือพ่อก็ได้ เพราะความมี ๒ นัย...ผู้กำกับบทรับไปอ่านได้สักครู่หนึ่ง ก็ตอบว่า "ครับ...พูดกับพ่อก็ได้ครับ"...สีหน้าผู้กำกับดีใจ ที่เจอเด็กแบบนี้ เธอช่างสงสัย ช่างถามยามสงสัย...เขาบอกย่าว่า "เก่งมาก...ที่รู้จักสงสัยแล้วถาม"

ส่วนครูที่สอนการแสดงบอกว่า...เธอเก่งมาก เป็นคนนิ่ง เพราะการเป็นนักแสดงนั้น ต้องมีสมาธิ มีจิตที่นิ่งพอสมควร...และน้องชอบยิ้ม หน้าตาสดใส ไม่หน้าบึ้ง...สอนอะไรก็ทำได้ตามสั่ง...นี่คือ ประสบการณ์แรกในชีวิตของเธอ "พี่ฟ้าคราม"...ซึ่งจะติดตัวของเธอไปจนวันตาย...ทักษะชีวิตที่เธอได้เรียนรู้ด้วยตัวของเธอเอง เป็นประสบการณ์จริงของเธอเอง ที่เธอกล้าแสดงออกกับคนอื่น คนแปลกหน้า กล้าพูด กล้าโต้ตอบในวัยเพียง ๘ ขวบ...เธอบอกย่าว่า "มันง่ายมากเลยนะย่า...เพียงแต่อ่านบท ท่องจำ และทำตามผู้กำกับบอกให้"...คริ ๆ ๆ นางขี้คุยอ่ะ!!!

ละคนที่เธอแสดง คือ ละครมิติสองโลก ตอนเกตุ คนเห็นผี...ซึ่งเธอเล่นเป็นลูกสาวคนเล็กของพระเอก (หวิว นักร้องเพลงเหมือนกบในกะลา) และแม่ยุ้ย แสดงเป็นแม่เกตุ และพี่ชาย (ลูกชายของยุ้ย) ชื่อน้องอาพอร์ช แสดงเป็นพี่ชายของพี่ฟ้าคราม...ซึ่งพี่ฟ้าครามไม่เคยรู้จักกับนักแสดงเหล่านี้มาก่อน ในวันซ้อมนั้น พี่ฟ้าครามก็กลับบ้านก่อน...แต่เมื่อวันลงจริง เธอแสดงได้ ซึ่งลุงหวิว ชมเธอว่า "เธอเก่งมาก ๆ สมัยลุงหวิวอายุเท่าเธอ ลุงหวิวยังทำไม่ได้อย่างเธอเลย"...สำหรับย่าคิดว่า "โอกาส การกล้าแสดงออก กล้าพูด คุย เท่านั้น" ที่ทำให้เธอกล้าพูด คุยออกมาได้ เพราะย่าบอกว่า "หากอยากเป็นนักแสดง นู๋ต้องทำได้ อย่ากลัว ให้มั่นใจ ตั้งใจจริง ๆ เท่านั้น แล้วทุกอย่างมันจะง่ายมาก"...และเธอก็ทำได้จริง ๆ...แม่นักแสดงหน้าใหม่...จนพ่อโอ๋ที่ติดต่อให้เธอไปแสดงบอกว่า..."หากกองถ่ายมาถ่ายที่พิษณุโลกอีก จะให้เธอลงเล่นอีก"...คริ ๆ ๆ แสดงว่าติดใจฝีมือของพี่ฟ้าคราม...อีก ๑ หลักสูตรของการแสดงของเธอเองค่ะ

นี่คือ Competency and Skill ฝีมือของเธอเองค่ะ พี่ฟ้าคราม...ที่มันฝังอยู่ในตัวของเธอและจะแสดงออกมาให้คนอื่นได้ทราบ ได้เห็นว่า เธอมีความสามารถและทักษะเพียงใด...อีก ๒-๓ เดือนคงจะได้ On Air ค่ะ...ช่อง pptv ๗๓ เล่นวันจันทร์ ช่วงเวลา ๑๘.๐๐ น. - ๑๘.๕๐ น. ค่ะ...

ขอขอบคุณที่ให้เกียรติเข้ามาในบันทึกนี้ค่ะ

บุษยมาศ  แสงเงิน

๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๒

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่าของ "ฟ้าคราม"



ความเห็น (0)