บันทึกชุด สอนเข้ม เพื่อศิษย์ขาดแคลนนี้ ตีความจากหนังสือ Poor Students, Rich Teaching : Seven High-Impact Mindsets for Students from Poverty (Revised Edition, 2019) เขียนโดย Eric Jensen ผู้ที่ในวัยเด็กมีประสบการณ์การเป็นเด็กขาดแคลนอย่างรุนแรง และมีปัญหาการเรียน และเคยเป็นครูมาก่อน เวลานี้เป็นวิทยากรพัฒนาครู ผมคิดว่าสาระในหนังสือเล่มนี้ เป็นชุดความรู้ที่เหมาะสมต่อ “ครูเพื่อศิษย์” ที่สอนนักเรียนที่มีพื้นฐานขาดแคลน ผมเข้าใจว่าในประเทศไทยนักเรียนกลุ่มนี้เป็นนักเรียนส่วนใหญ่ของประเทศ
การดำเนินการตามที่แนะนำในบันทึกชุดนี้ จะไม่เพียงมีคุณประโยชน์ต่ออนาคตของศิษย์เท่านั้น แต่จะมีผลส่งเสริมความก้าวหน้าของครูด้วย
บันทึกที่ ๒ นี้เป็นบันทึกแรกใน ๓ บันทึกภายใต้ชุดความคิดว่าด้วยความสัมพันธ์กับศิษย์ (relational mindset) ตีความจากบทนำของ Part One : Why Relational Mindset และ Chapter 1 Personalize the Learning
ในสภาพที่นักเรียนรู้สึกว่าได้รับความเอาใจใส่ รับฟัง เห็นอกเห็นใจ จากครู นักเรียนจะรู้สึกอบอุ่นและมีกำลังใจที่จะเรียน ยิ่งกว่านั้น ในหลักการของ relational mindset ครูมีความเชื่อว่าชีวิตของคนเรามีความเชื่อมโยงถึงกัน ครูจะมีปฏิสัมพันธ์กับศิษย์ในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเป็นปฐม ส่วนความสัมพันธ์ในฐานะครูกับศิษย์เป็นที่สอง
สรุปอย่างสั้นที่สุดของบันทึกนี้คือ ครูต้องเอาใจใส่ชีวิตความเป็นอยู่ของศิษย์ในทุกด้าน ทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน เอาใจใส่ศิษย์เป็นรายคน แสดงความรักความเอาใจใส่ให้ศิษย์รู้สึก
ข้อมูลหลักฐานที่บอกว่าปฏิสัมพันธ์ที่ดี ช่วยการเรียนรู้ของศิษย์
หนังสือ Poor Students, Rich Teaching ทบทวนผลงานวิจัย จากหลายแหล่ง และสรุปว่า เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่ต้องการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น โดยสามารถมีปฏิสัมพันธ์ห่างออกไปจากตัวได้ถึง ๖ ชั้น นักเรียนมีความต้องการใกล้ชิดสนิทสนมกับครูเพื่อให้ช่วยการตีความประสบการณ์ส่วนตัวของนักเรียนเข้ากับบทเรียน และเพื่อนำมาอภิปรายแลกเปลี่ยน รวมทั้งร่วมกิจกรรมการทำงานเป็นทีม
ความสัมพันธ์ที่ดีกับครู ช่วยการเรียนรู้ของนักเรียน ผลงานวิจัยชี้ชัดว่า นักเรียนจากครอบครัวยากจนขาดแคลนหรือไม่มั่นคง ต้องการความสัมพันธ์นี้มากกว่านักเรียนจากครอบครัวฐานะและสภาพสังคมดี โดยที่ effect size ของปฏิสัมพันธ์ที่ดีของครูต่อนักเรียน ที่มีผลต่อการเรียนรู้ของนักเรียน เท่ากับ ๐.๗๒ สำหรับนักเรียนทั้งหมด ตัวเลขนี้ของนักเรียนชั้นมัธยม สูงถึง ๐.๘๗ และมีหลักฐานจากงานวิจัยว่า เมื่อครูสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีอย่างได้ผล นักเรียนจากครอบครัวรายได้ต่ำ มีผลการเรียนรู้เท่าเทียมกันกับนักเรียนกลุ่มรายได้สูง
ผลงานวิจัยบอกว่า ปฏิสัมพันธ์ที่ดีในชั้นเรียน ช่วยเพิ่มความเอาใจใส่การเรียนของนักเรียนจากหลายกลไก ได้แก่ (๑) ช่วยสร้างปฏิสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างศิษย์กับครู (๒) ปฏิสัมพันธ์เชิงบวกนี้ช่วยให้นักเรียนรู้สึกปลอดภัยในชั้นเรียน ซึ่งจะเพิ่มการแสดงบทบาทในชั้นเรียน (๓) ช่วยให้นักเรียนมีผลการเรียนดีขึ้น ผ่านปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนๆ และครู มีผลการวิจัยบ่งชี้ว่าระดับปฏิสัมพันธ์เชิงบวกหรือลบในชั้นเรียนนี้สามารถใช้ทำนายว่านักเรียนแต่ละคนมีโอกาสสูงต่ำแค่ไหนในการออกจากการเรียนกลางคัน มีความแม่นยำพอๆ กันกับระดับ ไอคิว และพอๆ กันกับระดับผลการเรียน
จำชื่อศิษย์ และเรียกชื่อ
ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคนเริ่มจากการรู้จักชื่อ ครูต้องจำชื่อศิษย์และรู้จักศิษย์เป็นรายคน เมื่อครูเรียกชื่อศิษย์ต้องยิ้มให้ และมองตา วิธีช่วยให้จำหน้าและชื่อศิษย์ได้มีหลากหลายวิธี เช่น
- แนะนำตัว ในช่วงต้นของปีการศึกษา ให้นักเรียนแนะนำชื่อของตนเองทุกครั้งที่พูด หากมีนักเรียนในชั้น ๓๐ คน การแนะนำตัวนี้ทำใน ๓๐ วันแรกของชั้นเรียน หากมีนักเรียน ๒๐ คน ก็ให้แนะนำตัวใน ๒๐ วันแรก
- ป้ายชื่อประจำโต๊ะ ให้นักเรียนทำป้ายชื่อตนเองวางบนโต๊ะ โดยทำจากกระดาษดัชนี (index card) พับสองตามยาว มีกล่องใส่ป้ายชื่อ ให้นักเรียนไปหยิบมาตั้งที่โต๊ะทุกเช้า และเก็บในตอนเย็น หลัง ๒ สัปดาห์ครูซ้อมเอาป้ายชื่อไปวางที่โต๊ะนักเรียนเอง
- ทดสอบตนเอง เมื่อนักเรียนเข้ามาในห้อง ขานชื่อนักเรียน บอกนักเรียนว่า นักเรียนแต่ละคนจะเข้าห้องได้เมื่อครูขานชื่ออย่างถูกต้องแล้วเท่านั้น การขานชื่อต้องพร้อมกับยิ้มและสบตา “สมชาย ครูดีใจที่พบเธอวันนี้”
- ขานชื่อเมื่อคืนกระดาษคำตอบ “สมศรี หนูเขียนตัวสะกดการันต์ถูกทั้งหมด”
- สัมภาษณ์ จับคู่นักเรียน ให้ใช้เวลา ๒ - ๓ นาทีสัมภาษณ์ซึ่งกันและกัน เพื่อค้นหาสิ่งที่ไม่คาดคิด แล้วให้แนะนำเพื่อนต่อชั้นเรียน ใช้เวลาแนะนำคู่ละ ๑ นาที
ปฏิสัมพันธ์ที่ดีในชั้นเรียนช่วยยกระดับการเรียนรู้ ปฏิสัมพันธ์นี้มีทั้งระหว่างนักเรียนกับครู และระหว่างเพื่อนนักเรียนด้วยกัน ครูต้องมีวิธีสร้างปฏิสัมพันธ์เชิงบวก เพื่อสร้างความคุ้นเคย ความเคารพนับถือ และความไว้เนื้อเชื่อใจ ต่อกันและกัน แนะนำให้นักเรียนเรียกชื่อเพื่อน แนะนำต่อนักเรียนว่า เมื่อมีกิจกรรมจับคู่ในชั้นเรียน ให้แนะนำชื่อตนเองโดยสบตาเพื่อน กล่าวคำทักทาย และจับมือ
สร้าง “กระเป๋าตัวฉัน”
นี่คือเครื่องมือให้นักเรียนรู้จักครู ในหลากหลายแง่มุมของชีวิต และนำไปสะท้อนคิดเชื่อมโยงกับชีวิตของตนเอง ทำโดยครูหาสิ่งของพื้นๆ เช่นกากตั๋ว ภาพถ่าย ใบเสร็จ กุญแจ บันทึก ฯลฯ ที่บอกเรื่องราวของตัวครู ใส่ในถุงผ้าหรือกระดาษ เอามาใช้เวลา ๗ - ๑๐ นาที เล่าเรื่องของตนเอง นักเรียนที่มีชีวิตยากลำบากเมื่อได้ฟังประสบการณ์ความยากลำบากของคนอื่น ก็จะใจชื้นว่าตนไม่ใช่คนเดียวที่ต้องเผชิญความยากลำบาก
การแชร์เรื่องราวชีวิตส่วนตัว ช่วยทะลายกำแพงกั้นระหว่างบุคคล สิ่งที่ครูแชร์ต้องเป็นเรื่องจริง นักเรียนต้องการครูที่ซื่อสัตย์ และจริงใจ
แลกเปลี่ยนปัญหาประจำวัน
นี่คือกระบวนการไปสู่การทำหน้าที่ แบบอย่าง (role model) ให้แก่นักเรียน เด็กๆ ต้องการคนที่ตนนับถือและเชื่อถือ นำมาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต
ครูควรแชร์ประสบการณ์ชีวิตของตนสั้นๆ ราวๆ ๓ นาที สัปดาห์ละครั้ง ตามด้วยการให้นักเรียนสะท้อนคิดว่ามันสะท้อนภาพชีวิตของผู้ใหญ่อย่างไร หากเป็นตัวนักเรียนเอง จะเผชิญสภาพเช่นนั้นอย่างไร หากเป็นเรื่องที่เชื่อมโยงสู่บทเรียนของชั้นเรียนได้ยิ่งดี
กิจกรรมนี้จะนำไปสู่การเรียนรู้ที่ยิ่งใหญ่ ๓ ประการ สำหรับนักเรียน (๑) ชีวิตของคนเราย่อมต้องมีปัญหา เล็กบ้างใหญ่บ้าง (๒) ไม่ว่าปัญหาใหญ่แต่ไหน ย่อมแก้ไขได้เสมอ ขึ้นอยู่กับวิธีการแก้ปัญหา (๓) ในกระบวนการเล่าวิธีแก้ปัญหาของครู ครูได้แชร์ค่านิยม เจตคติ และวิธีการบรรลุความสำเร็จ
แลกเปลี่ยนเป้าหมายและความก้าวหน้า
การแลกเปลี่ยนเป้าหมายชีวิต เป็นเครื่องมือสร้างความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างครูกับศิษย์ ครูจำนวนมากพยายามแยกความสัมพันธ์กับศิษย์ ในฐานะครู-ศิษย์ ออกจากความสัมพันธ์แบบมนุษย์-มนุษย์ แต่นักเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเรียนจากครอบครัวที่ขาดแคลน ชอบเรื่องราวของเป้าหมาย การที่ครูแชร์เป้าหมายชีวิตของตนจึงเป็นวิธีการที่ทรงพลังมากในการพัฒนาชุดความคิดเชิงปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน (relational mindset) ทั้งของครู และของศิษย์
แนะนำให้ครูเขียนเป้าหมายชีวิตส่วนตัวของตนและติดประกาศไว้ในชั้นเรียน โดยที่นักเรียนทุกคนก็ทำเช่นเดียวกัน ครูแชร์ความก้าวหน้าสู่เป้าหมายนั้นอย่างสม่ำเสมอทั้งปี หรือทั้งเทอม และในขณะเดียวกัน ครูก็ติดประกาศเป้าหมายของชั้นเรียนด้วย
ตัวอย่างของเป้าหมาย ได้แก่
- เข้าร่วมโครงการของชุมชน
- เริ่มกินอาหารถูกสุขลักษณะ และออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ
- ดำเนินการให้ครบตามรายการพัฒนาการสอน
- วิ่งออกกำลังให้ได้ ๕ กิโลเมตร
- ให้คำแนะนำ (mentoring) แก่ ...
- ทำสวน
- ฝึกเล่นกีฬา ...
- ช่วยเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมของโรงเรียน
เมื่อเวลาผ่านไป ครูแชร์เรื่องราวความสำเร็จตามเป้าหมายรายทาง เฉลิมฉลองความสำเร็จ และแชร์วิธีดำเนินการสู่ความสำเร็จนั้น เพื่อให้นักเรียนได้ตระหนักว่า ไม่ว่าจะทำอะไร ย่อมมีปัญหาหรืออุปสรรคเสมอ คนเราต้องมุ่งมั่นเผชิญปัญหาและหาทางเอาชนะ เพื่อบรรลุความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ กิจกรรมนี้จะเป็นตัวอย่างให้นักเรียนเห็นว่า ครูกำลังเรียนรู้และเติบโตเช่นเดียวกันกับนักเรียน
วิจารณ์ พานิช
๑๓ เม.ย. ๖๒