ถามพวกผู้ชายทั้งหลาย

“เวลาฉี่มันพุ่งออกจากปลายเจี๊ยว เคยสังเกตกันบ้างไหม ว่าลำของฉี่ที่ออกไปนั้น พุ่งออกไปอย่างไร” ผมถามคำถามนี้ออกไปในช่วงที่นักเรียนแพทย์กำลังเรียนวิชาทางเดินปัสสาวะ

ท่ามกลางความงง

“ไม่เคยดูครับ”

“แล้วของผู้หญิงล่ะ เป็นยังไง” ผมยังคงถามต่อ

“ไม่รู้ค่ะ ดูไม่เห็น” เธอตอบ ผมเดาว่าเธอคงนั่งโถแบบชักโครกแล้วหนีบขาตอนฉี่

“ไม่เห็นหรือไม่ได้ดู” ผมยังคงยิงรัว

“มีใครคนไหนเคยสังเกตไหม ลำฉี่ของผู้ชาย เมื่อมันออกจากปลายเจี๊ยวไปได้สักนิ้วหนึ่ง สายน้ำมันจะควงเป็นเกลียว” 

นี่เป็นหนึ่งในชั่วโมงเรียนที่ผมชอบที่สุดอีกครั้ง มันคือวิชาที่ว่าด้วยระบบทางเดินปัสสาวะ และนักเรียนแพทย์ของผมต้องเข้ากลุ่มเรียนแบบ PBL หรือ problem-based learning

อันที่จริง คราวนี้พวกเค้าเริ่มจากปัญหาเด็กฉี่เป็นหยด แต่ผมเริ่มกวนตีนนักเรียนโดยถามถึงวิถีการฉี่ของพวกเขากันก่อน

หึหึ ไม่งั้นจะเป็นอาจารย์แป๊ะได้ไง

.......................

ไหล่ด้านขวาผมรู้สึกหนัก เพราะหัวของเจ้าตัวเล็กสุดในบ้านวางพาดกดทับลงมา เราอยู่บนเครื่องบินที่กำลังโยกโยนบนกระแสลมเบื้องบน เส้นทางจากมาเลเซียเข้าหาดใหญ่วันนี้ท้องฟ้าไม่แจ่ม น้องจ้าจึงเลือกที่จะหลับโดยอิงไหล่ผมแทนการพูดจ้อต่างจากตอนขามา

นี่ถ้าเป็นเมื่อก่อน คงไม่รู้สึกหนักมากนัก เพราะไม่ว่าจะไปที่ไหน ก็จะมีลูกอยู่บนตัวเสมอๆ ผมเคยแบกพี่แป้งดูคอนเสิร์ตลุงเบิร์ดยืนเต้นอยู่ราว ๓ ชั่วโมง จำได้ว่าคืนนั้นแทบตาย ตอนที่พาครอบครัวไปเที่ยวสิงคโปร์ช่วงที่เจ้าจ้าอายุได้ราว ๔ ขวบ ก็ต้องแบกมันเกือบทั้งวัน

ใครหลายคนเคยบอกว่า ลูกเล็กอย่าอุ้มเยอะ เพราะเดี๋ยวเด็กจะติดมือ ผมก็มักจะย้อนถามไปเสมอว่า “ติดมือแล้วไง” 

ที่ย้อนถามก็เพราะไม่เข้าใจจริงๆ ว่าลูกติดมือแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ต้องอุ้มทั้งวันเหรอ ไปไหนมาไหนไม่ได้เลยเหรอ แต่ในช่วงนั้นจะไปแคร์อะไร ก็ในเมื่ออยากมีลูกมาก อยากอุ้มลูกมาก มีมาแล้วก็อุ้มมันไปให้หายอยากก็แค่นั้นเอง อีกอย่าง ผมมีลูกตอนหนุ่มมากๆ แรงยังเยอะ

ทุกๆเช้า สมัยที่มีบ้านอยู่ริมอ่างน้ำใหญ่ของมหาวิทยาลัย เมื่อผมขยับตัวลุกขึ้นจากที่นอน เจ้าจ้าซึ่งอายุไม่ถึงขวบ ก็จะผงกหัวขึ้นมามองราวกับว่า เธอนอนรอผมอยู่พักหนึ่งแล้ว

“ป่อป้อ” จ้าจะเรียกทันทีที่ผมขยับตัวลุกขึ้นมานั่งเตรียมตัวไปฉี่

จ้าเรียกแบบนี้ทุกเช้า เพราะเธอรู้ว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า จ้าจะถูกแบกขึ้นตัวไปเดินเล่นนอกบ้าน ไปจนถึงอ่างน้ำ บางวันจะขออาศัยรถบัสที่มารับพี่ๆไปโรงเรียนจากหมู่บ้าน นั่งรอบหมู่บ้านรอบหนึ่งแล้วค่อยลงเดินต่อไป

มันเป็นอยู่อย่างนี้จนจ้าเริ่มเดินได้ จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นปั่นจักยานแล้วมีลูกนั่งซ้อนท้ายออกเที่ยวรอบอ่างน้ำแทน

พี่แป้งก็เป็นเหมือนกัน เพียงแต่ในช่วงเวลาที่เธอยังเล็กอยู่นั้น คุณตาเป็นผู้รับหน้าที่พาออกเดิน ตอนนั้นเราอยู่แฟลต มีสระน้ำเล็กๆอยู่หน้าตึก คุณตาพาพี่แป้งออกเดินฉับๆอย่างรวดเร็ว และเพียงไม่นานก็กลับมาถึงห้อง

เวลานั้นคุณตาเป็นพระเอกในช่วงเช้า เพราะพ่อต้องรีบหลับ เนื่องจากเธอจะต้องลุกขึ้นมากินนมราวๆ ตี ๒ เป๊ะทุกคืน และเมื่อโตขึ้นอีกนิด ก็ต้องอุ้มลุกขึ้นมาฉี่ทุกเที่ยงคืน 

“ฉฉฉฉฉฉฉฉี่.....” เสียงลากยาวเพื่อกระตุ้นให้ลูกฉี่ดังข้างๆหูลูก มือผมสอดที่ข้อพับเข่าของลูก กระดกขาให้ยกขึ้นพ้นวิถีถูกน้ำรด

“ฉฉฉฉฉฉฉฉี่.....” คือฉี่ที่ออกจริงๆพุ่งลงไปบนพื้นห้องน้ำ ผมสังเกตเห็นว่า ฉี่ที่ออกจากท่อเยี่ยวของลูกสาวมันกระฉอกออก ไม่มีการม้วนบิดเป็นเกลียวเหมือนของพ่อมัน

ฉี่เสร็จก็เช็ดจิ๋ม ดึงกางเกง อุ้มมันกลับไปนอนต่อ เป็นอย่างนี้อยู่ราวเดือนหนึ่งจนเธอเองก็เบื่อ ดึกดื่นคืนหนึ่งแป้งบ่นว่า “ไม่ฉี่แล้ว” ก็เป็นอันจบ สัญญาเป็นสัญญา เธอแทบไม่ฉี่รดที่นอนอีกเลยตั้งแต่คืนนั้น ที่ตลกก็คือ น้องจ้าก็เป็นเช่นนี้ พี่น้องสายพันธุ์เดียวกัน ไม่ฉี่ก็คือไม่ฉี่ 

โห..นั่นมันผ่านมากี่ปีแล้ว

ผมอุ้มลูกแบบนั้นอีกไม่ไหวแล้ว ผมแก่ลง ลูกเป็นสาวกันไปหมด ทำได้ก็เพียงแค่กอดและจูบมันเท่านั้น

...................

สองวันที่ผ่านมา บ้านเราไปเที่ยวมาเลเซียกัน

ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าเที่ยว หรือมาเปลี่ยนที่กินที่นอน เพราะเรามาเนื่องจาก “แป้งมาดูคอนเสิร์ตนักร้องเกาหลี”

ดูที่ไทยไม่ได้ ช่วงนั้นติดสอบมาราธอนเข้ามหาวิทยาลัย แก็ต แผ็ด โอเหน็ด(เหนื่อย) และ ๗ วิชาสามัญ(ยันเรือรบ)

“มีข้อสอบถามว่า ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินใช้ฮอร์โมนอะไร” มีคนถามผมมา และผมถามแป้งอีกที (แบบว่า แป้งจะไม่สนใจเอาข้อสอบมาถามผมหลังสอบเสร็จแน่ๆไง)

“เอสโตรเจน” แป้งตอบ

“ผิด” ผมบอก 

“มันต้องเป็นโปรเจสเตอโรน ยาคุมฉุกเฉินใช้โปรเจสเตอโรนครับลูก” 

“ช่างมัน แป้งไม่ได้สนใจ” เธอเป็นอย่างนี้จริงๆ

แต่แล้วผมก็ฉุกคิด อันที่จริง ยาคุมฉุกเฉินนั้น นอกจากการใช้ยาขนิดที่เป็นฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนอย่างเดียว หรือที่เค้าไปหาซื้อกันในยี่ห้อ โพสตีนอร์ หรือ มาดอนน่า แล้วนั้น มันยังสามารถใช้ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมกินก็ได้ นั่นหมายความว่า คำตอบที่ถูกต้อง ยังตอบว่า เอสโตรเจนบวกโปรเจสเตอโรน ก็ยังได้เลย 

ยังครับยัง หากจะเป็นทางเลือกอีกข้อ คือการกินยาในกลุ่มต้านฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่ชื่อว่า ไมฟิพริสโตน ก็ยังได้

หึหึ งงสิครับงง คราวนี้จะว่ายังไง

ข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยออกมาแบบนี้ ผมว่ามันห่วยบรรลัยเอามากๆ

มีคนถามผมว่า ที่ผ่านมาทุกวันนี้ ลูกผมถูกสอนอะไรไปบ้าง สอนเพื่ออะไร ทำไมต้องเรียน เรียนไปทำไม เรียนแล้วจะใช้ประโยชน์อะไร อย่างข้อสอบที่ออกมาอย่างนี้ ถามว่า ไอ้ที่เรียนๆมานั้น มันจะเอาไปใช้คุมกำเนิดได้จริงๆไหม แล้วไอ้คนที่ออกมามันจะรู้ตัวไหม ว่าออกข้อนี้ออกมาได้ห่วยแตกมาก หึหึ (เขาคงไม่รู้ เพราะถ้ารู้ก็คงไม่ออกมาแบบนี้)

ไม่ได้แปลกใจ ที่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คุยกับสาวอายุ ๒๕ ปีถึง ๒ คน เธอไม่รู้จักการใช้ยาคุมกำเนิด ไม่รู้ว่าจะเริ่มกินยายังไง จะหาซื้อยาแบบไหน แถมแม่เธอยังบอกว่า สาวโสดพกยาคุมเป็นเรื่องน่าอาย และ ฮ่าย....พอแล้ว....เหนื่อย

นี่ต้องลองออกข้อสอบโอเหน็ด(เหนื่อย) ให้เด็กม.๖ที่เข้าสอบลองทำดูนะ ว่าฉี่มันพุ่งเป็นลำยังไง เกลียวหรือไม่เกลียว และเพราะอะไร หึหึ น่าลองจริงๆ หรือออกในข้อสอบ กสพท.ก็ได้ ใครอยากเรียนแพทย์ ต้องดูลำฉี่ตัวเองมาก่อน มันน่าสนุกนัก

...................

“เอาเป็นว่า เมื่อดูคอนเสิร์ตที่ไทยไม่ได้ แป้งก็ขอไปดูที่สิงคโปร์” (ตัดอารมณ์สุดๆ)

อันนี้พ่อชอบ เพราะสิงคโปร์นั้นพ่อคิดถึง เที่ยวได้ ปลอดภัย

“ไปสิงคโปร์ไม่ได้ มันต้องกดซื้อบัตรในวันสอบอีก” ยังไงก็ไม่พ้นเรื่องสอบสักทีสินะ

“งั้นแป้งไปดูที่มาเลเซียได้ไหมพ่อ” เธอต่อรอง

“ได้สิลูก เราไปกันสองคนนะ” ผมบอก

“ไม่ได้ แม่กับน้องจ้าไปด้วย” นั่นไง จบข่าว ก้มหน้าก้มตาจองตั๋วเรือบินและโรงแรมด่วนๆเลย เมียสั่ง

เราจึงไปมาเลเซียกันในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา (แบบว่า เลือกตั้งล่วงหน้ากันเรียบร้อยแล้วด้วยนะ อย่าได้สงสัย)

พ่อ แม่ น้อง เดินเล่น เดินจริงๆจังๆ เดินกันจนเกือบสองหมื่นก้าว

“จ้าน่าจะมากกว่าพ่อนะ เพราะจ้าขาสั้น” ว่าแล้วเธอก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู 

“เห็นมั้ย มากกว่าเป็นพันเลยนะ” เธออวด

“แต่พ่อเดินไกลกว่าลูกแน่ๆ เพราะเมื่อช่วงเที่ยง พ่อต้องเดินกลับไปขี้ที่โรงแรม ไปกลับก็ราว ๒ กิโล” ผมรู้สึกถึงความเหนือกว่า

“มาเลย์ มาเลย์” เสียงเพลงของเป้ อารักษ์ ดังขึ้นมาแปร่งๆ นั่นเพราะมีการร้อง cover โดยเจ้าจ้าเวลาถูกใจในบางเรื่อง

เธอเริ่มไม่อยากถูกถ่ายรูปแบบปกติ มันดูไม่อาร์ต ดังนั้นหากตั้งท่าได้อย่างถูกใจ เพลงมาเลย์ มาเลย์ก็ดังขึ้นมา

ที่มาเลย์ กับข้าวมาเลย์ไม่ถูกปากใครสักคนในบ้าน ยกเว้นผม ซึ่งกินอะไรก็ได้ในโลกนี้ แต่การเดินทางกลับสะดวก กลางเมืองหลวงคนน้อย รถไม่ติดมากมายนัก เดินหลบแดดในร่มไม้ใหญ่ริมถนนได้สบายๆ

พี่แป้งไปดูคอนเสิร์ตด้วยการขึ้นรถไฟฟ้าไปคนเดียว ทิ้งให้แม่มันเป็นห่วงได้ตั้งแต่ประตูรถปิด 

ลูกเริงร่า

ก่อนเดินทาง ๑ วัน มีการประกาศผล ว่าตั๋วของแป้งเป็นหนึ่งในที่ถูกสุ่มให้ได้เข้าไปถ่ายรูปกับนักร้องคนโปรด เธอแหกปากกรี๊ดในร้านเล้งต้มแซบที่หาดใหญ่จนคนในร้านตกใจ 

“มันโชคดีมาก” เธอว่าอย่างนั้นพร้อมปาดน้ำตา

“อย่างนี้ ตายได้แล้วใช่ไหมลูก” เป็นคำแซวที่หมายความถึงโชคดีแบบสุดๆ 

“ตายทำไมพ่อ ไม่เกี่ยวกัน” เธอไม่ตบมุขเอาเสียเฉยๆ ส่วนเจ้าจัาหัวเราะลั่น

.......................

ลูกของพ่อโชคดี ได้เกิดมาเพราะความรัก พ่อและแม่ต้องการมีลูกจริงๆ ไม่ได้เกิดมาด้วยความบังเอิญ ไม่ได้เกิดมาท่ามกลางความไม่พร้อม 

พ่อบรรจงใส่อสุจิเข้าไปในช่องคลอดแม่ด้วยความพิศวาสและเฝ้ารอการมาของลูก เมื่อลูกมาเราก็รักเหลือเกิน อุ้มได้ทั้งวัน ตอนนี้อุ้มไม่ไหว แม้เพียงลูกหนุนบ่าก็สุขใจเหลือเกินแล้ว

...................

“ตกลงทราบหรือยัง ว่าฉี่ของผู้ชายบิดเป็นเกลียวจริงๆไหม” ผมยังไม่ยอม 

ในวันนี้ เป็นการเข้ากลุ่มครั้งที่ ๒ ซึ่งแต่ละคนต้องมาเล่าสู่กันฟังว่า ที่ตัวเองไปอ่านหนังสือมานั้นเจออะไรที่เพื่อนๆต้องรู้ไปด้วยกันบ้าง

“ไม่ได้ดูครับอาจารย์ มันมองไม่เห็น” หัวหน้ากลุ่มตอบ

“ไข่นายสั้นขนาดที่มองไม่เห็นเลยเหรอ เป็นไปได้ไง อันที่จริงไม่ได้ให้ดูเจี๊ยวสักหน่อย ผมให้ดูสายน้ำ” เกิดอาการเขินอายกันไปได้อีก

“เอางี้ ไปดูกัน” ผมออกปากชวน ซึ่งถึงตอนนี้บรรดาสาวๆก็เกิดอาการงวยงง 

“เอิ่ม...ผมคงไม่ได้ไปฉี่ให้ดูเองหรอกนะ มาเถิด” ผมบอก ว่าแล้วก็เดินไปเอากรวยและสายยางมาต่อกัน แล้วใส่น้ำลงไปในกรวย

“ซซซซซซซซู่.....” น้ำพุ่งออกจากกรวย ไร้การบิดเกลียว

“นี่เป็นเพราะปลายเปิดของท่อน้ำมันกลม คล้ายกับท่อฉี่ของผู้หญิง แต่ช้าก่อน ของผู้หญิงมันออกมาแบบฉ่าาาาาา...... ปลายแตกกระจาย” ผมบอก

“แล้วท่อและปลายท่อฉี่ของผู้ชายมันเป็นยังไง” ผมถาม

“มันเป็นท่อกลมอยู่ใน corpus spongiosum ครับ” พอถามวิชาการแบบนี้ นักเรียนแพทย์จะตอบได้ มันออกโหมดวิชาการสุดๆ

ผมบีบปลายท่อน้ำแล้วให้เขาใส่น้ำลงในกรวยอีกรอบ

“แต่ปลายท่อฉี่ของพวกผู้ชาย มันต้องแบนตั้งตรงที่ตรงปลายแบบนี้ใช่ไหม” เอิ่ม..กรุณาก้มไปดูเจี๊ยวตัวเองประกอบด้วยได้เลย ปลายเปิดท่อฉี่ที่ปลายเจี๊ยวของใครไม่แบนและตั้งตรง เจี๊ยวของคนนั้นไม่ปกติ

แล้วสายน้ำที่ออกมามันบิดเป็นเกลียวให้ทุกคนได้เห็นกัน “ซซซซซซซู่......”

“จบมั้ย” ผมถาม

“ลองไปอ่านหนังสือดูอีกที ว่าเค้าอธิบายไว้ว่าอย่างไร” ผมบอกนักเรียนแพทย์กลุ่มนี้

“เอิ่ม..อาจารย์คะ” เสียงของนักเรียนแพทย์คนสวยดังขึ้นมาแผ่วๆ 

“ครับ” ผมหันไปมอง เธอหน้าแดงระเรื่อ คงเพราะเขินอาย

“แล้วอย่างนี้ เวลาผู้ชายหลั่งอสุจิตอนถึงจุดสุดยอดทางเพศนั้น น้ำอสุจิจะควงเป็นเกลียวออกมาแบบนี้ไหมคะ” 

เป็นไงครับ เล่นมีคำถามแบบนี้ ความฮาจึงบังเกิด

นี่แหละ เสน่ห์ของการเรียนแบบ PBL มันคือการสร้างคำถามอย่างไม่รู้จบ

“หึหึ อันนี้ก็ไม่รู้สินะ เพราะตั้งแต่ได้เมียมา ก็หมดโอกาสการดูอสุจิพุ่งไปนานเป็น ๒๐ ปีแล้ว”

ถ่าแล็ม ถ่าแล็ม ถ่าแล็ม

ผมนี่โคตรรักการเรียนแบบ PBL จริงๆ เรียนให้สนุก มันต้องเรียนแบบนี้

ธนพันธ์ ชูบุญควงสว่านมั้ยครับ

๒๕ มีค ๖๒