drniwat
น.พ. นิวัฒน์ ลีวงศ์วัฒน์

พูดมากไป...ก็ใช่ว่าจะดี


ชายเร่ร่อนคนหนึ่งเดินเข้าไปในวัดจีนแห่งหนึ่ง
เห็นพระประธานประดิษฐานอยู่บนแท่นดอกบัว
มีผู้มีจิตศรัธากราบไหว้มากมาย
เขารู้สึกอิจฉาอยากเป็นเช่นพระประธานบ้าง
เขาถามพระประธานว่า...

"ท่านโพธิสัตว์...
ผมอยากขอแลกเปลี่ยนสถานะกับท่านสักครั้ง จะได้ไหมครับ?"
โพธิสัตว์ : "ได้แน่นอน แต่ต้องมีข้อแม้อย่างหนึ่งนะ"
ชายเร่ร่อน : "ข้อแม้อะไรมิทราบครับท่าน?"
โพธิสัตว์ : "แค่เจ้าไม่เอ่ยปากพูดเท่านั้น ไม่ว่าเจ้าจะเห็นอะไร
เห็นคนประเภทไหน เห็นเรื่องอะไร เจ้าห้ามเอ่ยปากพูดเด็ดขาด"
ชายเร่ร่อน : "เรื่องนี้ง่าย ไม่มีปัญหาครับ"

ชายเร่ร่อนขึ้นไปนั่งบนแท่นดอกบัวแทนโพธิสัตว์
เขาได้เห็นความวุ่นวายที่ผู้คนมากหน้าหลายตา
ต่างมากราบไหว้ขออะไรมากมายไม่รู้จบ
แต่เขาก็ไม่ยอมเปิดปากพูดตามที่รับปากโพธิสัตว์ใว้

วันหนึ่งมีเศรษฐีเข้ามาคนหนึ่ง...
เศรษฐี : "ขอให้ท่านโพธิสัตว์ช่วยประทานความสุขสมบูรณ์ให้ผมด้วย"
กราบเสร็จลุกขึ้น กระเป๋าเงินพลันหล่นลงพื้น...

ชายเร่ร่อน (นั่งในฐานะของโพธิสัตว์) คิดจะเปิดปากทักให้เศรษฐีรู้ตัว
พอคิดได้ว่าโพธิสัตว์ห้ามเปิดปาก เขาหยุดคิดทันที...

เศรษฐีจากไปแล้ว มีคนยากไร้เข้ามาใหม่...
คนยากไร้ : "ขอให้ท่านโพธิสัตว์ประทานเงินทองให้ผมด้วยเถิด
คนที่บ้านป่วยหนัก ต้องการเงินไปหาหมอ"
กราบเสร็จลุกขึ้น พลันเขาเห็นกระเป๋าเงินเศรษฐีตกอยู่บนพื้น...
คนยากไร้ : "โอ...ท่านโพธิสัตว์ช่างศักดิ์สิทธิอะไรอย่างนี้"
เขาหยิบกระเป๋าเงินได้ แล้วเดินออกไปอย่างรวดเร็ว...

คนเร่ร่อนคิดจะเปิดปากพูดออกไปว่า
เป็นกระเป๋าเงินของคนอื่นนะ ไม่ใช่เรื่องศักดิ์สิทธิอะไรเลย...
แต่พอคิดถึงคำพูดของโพธิสัตว์ เขาได้แต่หุบปากเงียบ

ขณะนั้นได้มีชาวประมงเข้ามาคนหนึ่ง
ชาวประมง : "ขอท่านโพธิสัตว์ประทานความปลอดภัยให้ผมด้วย
ออกทะเลก็ขอให้ทะเลสงบ อย่าได้มีคลื่นลมรบกวนเลยครับ"
ก้มลงกราบแล้วลุกขึ้น พอจะเดินออกไปพลันปรากฎเศรษฐีวิ่งพรวดพราดเข้ามาจับตัวไว้แน่น
เพราะสาเหตุของเรื่องกระเป๋าเงิน
ทั้ง 2 คนถึงกับลงไม้ลงมือกันยกใหญ่
ฝ่าย "เศรษฐี" หาว่า "ชาวประมง" เอาไป
แต่ชาวประมงบอกว่าเศรษฐีใส่ร้าย...

ชายเร่ร่อนเริ่มทนไม่ไหว เปิดปากตะโกนเสียงดังออกไปว่า...
"หยุดเดี๋ยวนี้นะ"...เสร็จแล้วอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นให้ทั้งคู่รู้

ฉากความวุ่นวายสงบลงแล้ว
ชาวประมงรีบกลับไปออกเรือแล้ว
ส่วนเศรษฐีก็รีบออกไปหาคนยากไร้คิดบัญชีแล้วเช่นกัน...

"เจ้าคิดว่ากำลังผดุงความยุติธรรมหรือ?" โพธิสัตว์ถามชายเร่ร่อน
"ในเมื่อเจ้ารับปากแล้วว่าจะไม่เปิดปากพูด และเจ้ารู้ไหมว่า ?
เราแอบปกปักษ์รักษาคุ้มครองพวกเขาอยู่
เพราะว่าลมพายุกำลังมา เรือของชาวประมงจะจม
เราให้เศรษฐีกับชาวประมงทะเลาะตบตีกันจนบาดเจ็บ
เพื่อประวิงเวลาไม่ให้เขาออกเรือไป เจ้ายังไม่มีบารมีมากพอ
พูดมากก็เสียหายมาก เจ้ารู้ตัวบ้างหรือไม่?"

โพธิสัตว์ยังกล่าวอีกว่า : "เจ้าเอ่ยปากเพราะคิดว่าตัวเองยุติธรรมที่สุด ?"
เพราะสาเหตุนี้ คนยากไร้จึงไม่ได้เงินไปรักษาคนป่วยในครอบครัว
ส่วนเศรษฐีเสียโอกาสในการสร้างบุญกุศล
ชาวประมงออกทะเลเจอพายุ ต้องฝังร่างในทะเลลึก
หากเจ้าไม่เอ่ยปาก คนยากไร้ก็ไม่ต้องเสียญาติไปเพราะขาดเงินรักษา
เศรษฐีแค่เสียเงินไปเพียงเล็กน้อย แต่ได้ช่วยชีวิตคนอื่น
ได้สะสมบุญกุศลให้ตัวเองมากขึ้น
ถ้าชาวประมงทะเลาะกับเศรษฐีจนบาดเจ็บ ไม่สามารถออกเรือได้
ก็เท่ากับหลีกเลี่ยงเคราะห์กรรมครั้งนี้ได้ ถึงตอนนี้ก็ยังไม่ตาย"

ชายเร่ร่อนฟังแล้วให้รู้สึกอับอายยิ่งนัก
ก้มหน้าเดินออกจากวัดไปเงียบๆ...

มีเรื่องมากมายที่ควรเป็นอย่างไร ก็ต้องให้เป็นไปอย่างนั้น
หากปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ผลลัพธ์อาจจะกลับดีกว่ามากมายนัก
แม้จะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อหน้า แต่ใครจะรู้ได้ว่า ท้ายสุดจะลงเอยเช่นใด?

ความสงบนิ่ง คือพลังงานชนิดหนึ่ง
การไม่ฝืนธรรมชาติ ก็เป็นความสุขอย่างหนึ่ง

BL 美丽日报

แปลและเรียบเรียง โดย เจงเอี่ยม แซ่อึ้ง
黄振炎 11/2/2019
เรื่องแปลจาก 美丽日报 Beauties of Life...

ขอบคุณภาพประกอบจาก...
https://www.pairidaiza.eu/en/activities/a-buddhist-temple

หมายเลขบันทึก: 661233เขียนเมื่อ 20 เมษายน 2019 23:59 น. ()แก้ไขเมื่อ 21 เมษายน 2019 00:09 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี