วันนี้ (วันศุกร์ที่ 15 มีนาคม 2562) ผมและทีมงานจัดโครงการ “การจัดการความรู้องค์กรนิสิต” ขึ้น ณ ห้องประชุม 1 อาคารพัฒนานิสิต กองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม โดยครั้งนี้ประเดิมเวทีแรกด้วยการใช้โครงการ “แบ่งปันน้ำใจ ต้านภัยแล้ง ครั้งที่ 1” เป็นกรณีศึกษา
โครงการ “แบ่งปันน้ำใจ ต้านภัยแล้ง ครั้งที่ 1” ดำเนินการโดย “ศูนย์ประสานงานเครือข่ายนิสิตจิตอาสาเพื่อสังคม” (ทำดีเพื่อพ่อ ทำดีเพื่อแผ่นดิน) จัดขึ้นเมื่อวันที่ 29-31 มีนาคม 2562 ณ วัดป่าโตกกลางและอุทยานแห่งชาติภูผายล ตำบลจันทร์เพ็ญ อำเภอเต่างอย จังหวัดสกลนคร
ก่อนเข้าสู่กระบวนการจัดการความรู้ (ถอดบทเรียน) ผมมอบหมายให้ทีมงาน (รุ่งโรจน์ แฉล้มไธสง) ได้จัดกระบวนการเรียนรู้เตรียมความพร้อม โดยบูรณาการระหว่างแนวคิดการ “ประเมินความคาดหวัง”(BAR) และการท “บทวนประสบการณ์”(AAR) ด้านกิจกรรมนอกหลักสูตรย้อนหลังแบบคร่าวๆ เพื่อค้นหา “วัตถุดิบ” หรือ “ต้นทุน” ของนิสิตส่งมอบให้กับวิทยากรหลัก คืออาจารย์นิรันดร คำนุ และทีมงาน –
กระบวนการประเมินความคาดหวังและทบทวนประสบการณ์ฯ เป็นกระบวนการขับเคลื่อนผ่านบัตรคำใน 3 ประเด็นหลัก คือ
- ความคาดหวังในการเข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้
- ได้เรียนรู้อะไรบ้างจากการจัดค่ายอาสาพัฒนา
- ใช้เครื่องมืออะไรบ้างในการจัดค่ายอาสาพัฒนา

อย่างไรก็ดี ในเวทีดังกล่าว ไม่ได้มีแต่เฉพาะคณะทำงานจากศูนย์ประสานงานเครือข่ายนิสิตจิตอาสาฯ แต่ยังมีองค์กรนิสิตอื่นๆ เข้ามาร่วมสังเกตการณ์ หรือแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยเช่นกัน เช่น องค์การนิสิต ชมรมรุ่นสัมพันธ์ ชมรมสานฝันคนสร้างป่า ชมรมเดินตามรอยเท้าพ่อ
ผมมีเจตนาที่ชัดเจนในการชวนเชิญองค์กรอื่นๆ มาร่วมแลกเปลี่ยนฯ โดยไม่จำเป็นต้องรอใช้องค์กรเหล่านี้เป็นกรณีศึกษาเหมือนเช่นที่กำลังดำเนินการ โดยแอบหวังลึกๆ ว่าการเข้าร่วมครั้งนี้จะทำให้องค์กรอื่นๆ เกิดแรงบันดาลใจในการถอดบทเรียนทั้งในประเด็นผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินงานรายโครงการ รวมไปจนถึงระบบและกลไกของการบริหารองค์กร
เช่นเดียวกับการแอบหวังว่า องค์กรเหล่านี้ จะกล้าหาญนำเอากระบวนการถอดบทเรียนไปประยุกต์ใช้กับองค์กรต้นสังกัด รวมถึงนำไปถอดบทเรียนตัวเอง โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ผม หรือทีมงานต้องจัดเวทีรองรับเช่นนี้แต่เพียงฝ่ายเดียว -
และถัดจากนี้ไป คือประเด็นที่พบในบัตรคำ
นิสิตมีความคาดหวังในการเข้าร่วมกิจกรรม (ถอดบทเรียน) ในวันนี้
- แลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวคิดของการบริหารจัดการค่าย
- ความรู้ใหม่ๆ ในการจัดค่ายอาสาพัฒนา
- แนวคิดในการทำงานร่วมกับชุมชน
- การใช้เครื่องมือในการจัดค่ายอาสาพัฒนา
- ความรู้ใหม่ๆ ในการจัดกิจกรรม
- หลักการบริหารจัดการค่ายเพื่อประสิทธิภาพและประสิทธิผล
นิสิตได้เรียนรู้อะไรบ้างจากการจัดค่ายอาสาพัฒนา
- เรียนรู้วิถีชีวิต-วิถีวัฒนธรรม-ภูมิปัญญาของชุมชน
- ได้เรียนรู้การทำงานในแบบจิตอาสา - ผู้ให้
- เรียนรู้แนวคิดและประสบการณ์ของนิสิตชาวค่าย
- เรียนรู้สถานการณ์ปัญหาของชุมชน เช่น ด้านสิ่งแวดล้อม
- แนวคิดและทักษะการทำกิจกรรมจิตอาสา เช่น การวางแผน การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การประสานงาน ความอดทน การมอบหมายงาน ทีมเวิร์ค การสื่อสารสร้างสรรค์ การมีส่วนร่วม
- ความรู้และทักษะในการจัดกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม เช่น สร้างฝายชะลอน้ำ บวชป่า ปลูกป่า
นิสิตใช้เครื่องมืออะไรในการจัดค่ายอาสาพัฒนา
- การสัมภาษณ์/สอบถาม/แบบสอบถาม
- ประชุม/เสวนา
- การสังเกตการณ์
- แผนที่เดินดิน
- การลงมือทำ/ปฏิบัติจริง (เรียนรู้ผ่านการลงมือทำ)
- การฝังตัวในชุมชน (กิน-นอนในหมู่บ้านและโรงเรียน)
- ภาพถ่าย
- คลิป
จากข้อมูลเบื้องต้น ทำให้ผมพอจะใจชื้นอยู่บ้าง เพราะสิ่งที่นิสิตได้เขียนสะท้อนออกมานั้น แสดงว่านิสิตมีองค์ความรู้และมีความเข้าใจในหลายสิ่งหลายอย่างที่ผมและทีมงานได้พยายามสื่อสาร หรือบ่มเพาะมาเป็นระยะๆ โดยเฉพาะในเรื่องของการจัดกิจกรรม “ชาวค่าย” ในแบบ “เรียนรู้คู่บริการ” อันหมายถึงการเข้าไปเรียนรู้บริบท-ต้นทุนของชุมชนจากอดีตถึงปัจจุบัน และการเรียนรู้หลักของงานค่ายที่เกี่ยวพันกับจิตอาสา-จิตสาธารณะบนฐานหลักของการเรียนรู้การเป็น “ผู้ให้” บนฐานความต้องการของชุมชน
เช่นเดียวกับการสื่อให้เห็นผลลัพธ์ของการเรียนรู้ที่ตกผลึกในลักษณะของความเป็นภาวะผู้นำ หรือองค์รวมของทักษะที่เรียกว่า soft skills ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญไม่แพ้เรื่องทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ดังจะเห็นได้จากประเด็นที่สื่อสารกลับมา เช่น
- การทำงานเป็นทีม
- การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
- การสื่อสาร
- การวางแผน ฯลฯ
หรือแม้แต่ในประเด็นที่ว่าด้วย “เครื่องมือของการเรียนรู้” ซึ่งนิสิตสื่อสารกลับมานั้นก็ดูเหมือนว่านิสิตเริ่มชัดเจนว่าการบริหารจัดการค่ายฯ ที่ดีนั้น ควรต้องประกอบด้วยกระบวนการ หรือเครื่องมือแห่งการเรียนรู้อย่างไรบ้าง –
ครับ ... ฟังแล้ว อ่านแล้วก็ใจชื้นและดีใจอยู่มากเลยทีเดียว เพราะเหมือนกับว่านิสิตเริ่มเข้าใจแล้วว่ากิจกรรมนอกหลักสูตรสำคัญอย่างไร และในวิธีการเรียนรู้ต้องทำอย่างไร เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม
หมายเหตุ
เขียน : จันทร์ที่ 18 มีนาคม 2562
ภาพ : พนัส ปรีวาสนา / รุ่งโรจน์ แฉล้มไธสง
-สวัสดีครับอาจารย์-เป็นกำลังใจให้กับทีมงานครับ-พลังแห่งการเรียนรู้เพื่อพัฒนา และส่งต่อ-บ่อยครั้งที่ต้องเพิ่มพลังให้กับตัวเอง เพื่อก้าวต่อไป-เพราะบนโลกใบนี้ยังมีอะไรที่ต้องเรียนรู้อีกมากมาย-ได้ทำในสิ่งที่รัก ที่ชอบ ก็สุขใจ…ครับ
สวัสดีค่ะ อาจารย์ยังเป็นพลังของแผ่นดินเหมือนเดิม เป็นกำลังใจให้ค่ะ