๙๐๔. ผู้นำการศึกษาไทย..คิดได้ถีงเพียงนี้เชียวหรือ?

“…ผู้ที่เป็น ครู จะต้องนึกถึงความรับผิดชอบ เพราะว่าถ้าเป็นครูแล้ว ลูกศิษย์จะต้องนับถือได้ ต้องวางตัวให้เหมาะสมกับที่เป็นครู ไม่ใช่วางตัวอย่างหนึ่งแล้วมาสอนอีกอย่างหนึ่ง ….”

         เช้าวันนี้..ผมรีบมาก เพราะรถไถชาวบ้านจะมาช่วยโรงเรียน ไถพื้นที่ในป่าโดยรอบอาคารให้สะอาดและโล่งเตียน คงเหลือไว้แต่ไม้ยืนต้น ส่วนใบไม้แห้งก็ไถกลบไว้ให้เป็นปุ๋ย..

    ผมบอกคนขับรถไถให้ดำเนินงานตามแผน ส่วนผมไปมอบทุนการศึกษาให้นักเรียน ๔๕ คน ซึ่งผู้ปกครองมารอพร้อมแล้ว ในห้องประชุมของอาคารออมสิน..

    เสร็จภารกิจมอบทุน ก็มีโอกาสต้อนรับผู้ปกครองซึ่งมีอาชีพขายข้าวแกงอยู่หน้าโรงพยาบาลฯร้านใหญ่ที่สุดของอำเภอ..

        ขอย้ายลูกมาเข้าเรียนชั้น ป.๑ และ ป.๕..ย้ายมาจากโรงเรียนคุณภาพประจำตำบล..ผมก็เลยต้องพาชมอาคารสถานที่ เพื่อประกอบการตัดสินใจของเขา..

        วันนี้อากาศร้อนมาก..ผมเห็นว่านักเรียนบางส่วนสอบเสร็จแล้ว..จึงให้ช่วยกันรดน้ำต้นไม้ที่ค่อนข้างเหี่ยวเฉาและนักเรียนบางส่วนช่วยผมขุดหลุมและเตรียมดิน สำหรับปลูกต้นเฟื่องฟ้ารุ่นใหม่..เพื่ออนาคตที่สดใสของโรงเรียน..

        ครูและนักเรียนกลับกันหมดแล้ว..ผมยังต้องอยู่ต่อ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ภารโรง ดูเล้าไก่ ปิดน้ำและเปิดไฟหน้าอาคารเรียน  ทันใดนั้น..เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น...

        “พ่อ..คิดยังไงครับ ที่รัฐมนตรีจะให้ครูขายของออนไลน์ เป็นอาชีพเสริม”

        “อ้าวหราพ่อยังไม่รู้ ตอนนี้รู้แต่ว่าพ่อจะทำโรงเรียนคุณภาพประจำหมู่บ้าน..”

        ผมตอบลูกชายไปแบบนั้น แต่ใจก็พรั่นพรึง คิดไม่ถึงว่าคนระดับนั้น จะคิดแบบนี้..เพราะเรื่องแบบนี้คนที่มีการศึกษา เขาจะไม่คิดดังๆจนเป็นนโยบาย...

        ผมอ่านข้อความในไลน์ที่ลงข่าวธุรกิจ ที่รัฐมนตรีจะช่วยเรื่องหนี้สินครู โดยขอให้ สกสค.เป็นแม่งาน ประสานครูให้ใช้เวลานอกราชการ เพื่อขายของออนไลน์..

        แสดงให้เห็นว่าผู้นำการศึกษาคนนี้ ไม่รู้ซึ้งถึงความเป็น “ครู” เขาเป็นกัน ๒๔ ชั่วโมง ครูเขามีระเบียบปฏิบัติและมีจรรยาบรรณ..คนที่เป็นหมอก็น่าจะรู้

        ถามว่าแล้วครูที่มีหนี้สินล่ะ จะแก้ปัญหาอย่างไร? ตอบ..วิธีที่คุณคิดมันไม่ใช่วิธีแก้..เพราะทุกวันนี้ครูบางส่วนเขาก็ขายของกัน แต่เขาไม่ได้เป็นหนี้ เขาทำเสริมรายได้ทำแบบไม่เปิดเผยตัวเท่าใดนัก..เพราะอาชีพหลักเป็นครู..ผู้ปกครองรู้ก็น่าจะไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไหร่...

        ใครจะศรัทธาครูของลูกที่เป็นคนค้าขาย..ถ้าขายจนกิจการดี มิทิ้งลูกหลานเขารึ...เป็นถึงรัฐมนตรี คิดหน่อยเป็นไร..?

        เมืองไทยนะ มิใช่เมืองนอก และครูไทยก็ไม่จำเป็นต้องอิสระเสรีถึงเพียงนั้น ควรจะมีหลักเกณฑ์กติกาและมีระเบียบวินัยกำกับ นโยบายแบบนี้บ่งบอกชัดเจนว่า ผู้นำการศึกษาไทยคนนี้ ไม่ได้ใช้หลักคิดของศาสตร์พระราชา ไม่รู้เรื่องปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเลยแม้แต่น้อย...

        และที่สำคัญตามไม่ทันความคิดตัวเอง แบบพูดไปเรื่อย..เพราะวันนี้..โจทย์ข้อ้ใหญ่ที่ให้โรงเรียนคุณภาพประจำตำบลทำให้แล้วเสร็จภายใน ๑ ปี ล้วนเป็นภาพเชิงประจักษ์ เป็นนวัตกรรมเชิงคุณภาพทั้งสิ้น..ครูจะได้ปิดเทอมกันหรือเปล่า..ก็ยังไม่รู้

        จะไปทำให้โรงเรียนเขาละล้าละลังทำไม? “ครู”ทุกวันนี้..อย่าว่าแต่ขายของเลย เวลาจะอยู่กับครอบครัวก็แทบจะไม่มี เป็นรัฐมนตรีหัดอยู่เฉยๆบ้างเถอะ...คิดอะไรแต่ละอย่าง ล้วนบั่นทอนจิตใจผู้บริหารและครูไทย

         พูดมาถึงตรงนี้ น้ำตามันอยากจะร่วงริน..พ่อหลวงทรงเหน็ดเหนื่อยพระวรกาย เสด็จเยี่ยมครูในท้องถิ่นกันดาร ทรงมีโครงการพระราชดำริในโรงเรียนชายแดน และพระราชทานทุนส่วนพระองค์ค้นคิดนวัตกรรมให้โรงเรียนขนาดเล็ก....  

          พ่อสู้อุตส่าห์ฝากครูให้ช่วยดูแลเด็กๆด้วย ให้เขามีความรู้และคุณธรรม วันนี้ท่านผู้นำการศึกษา..จะแนะนำอาชีพเสริมให้ “ครู”อีกแล้ว..จึงดูไม่เหมาะสมนัก

          พ่อเคยสอนพวกเราว่า...“…ผู้ที่เป็น ครู จะต้องนึกถึงความรับผิดชอบ เพราะว่าถ้าเป็นครูแล้ว ลูกศิษย์จะต้องนับถือได้ ต้องวางตัวให้เหมาะสมกับที่เป็นครู ไม่ใช่วางตัวอย่างหนึ่งแล้วมาสอนอีกอย่างหนึ่ง ….”  และพระบรมราโชวาทที่ครูไทยตระหนักและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ทรงห่วงใยในอาชีพ “ครู”

        “...ถ้าครูไม่ห่วงประโยชน์ที่ควรจะห่วง หันไปห่วงอำนาจ ห่วงตำแหน่ง ห่วงสิทธิ์ และ ห่วงรายได้กันมากเข้า ๆ แล้ว จะเอาจิตเอาใจที่ไหน มาห่วงความรู้ ความดี ความเจริญของเด็ก ความห่วงในสิ่งเหล่านั้น ก็จะค่อย ๆ บั่นทอนทำลายความเป็นครูไปจนหมดสิ้น จะไม่มีอะไรเหลือไว้ พอที่ตัวเองจะภาคภูมิใจ หรือผูกใจใครไว้ได้ ความเป็นครูก็จะไม่มีค่าเหลืออยู่ให้เป็นที่เคารพบูชาอีกต่อไป ”

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๑๓  มีนาคม  ๒๕๖๒


       

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า....จากโรงเรียนเล็ก



ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 

เกินคำบรรยายจริง ๆ ความคิดของคนระดับสูงคนนี้ ;(

เขียนเมื่อ 

ปัญหาคือ ครูอยากรวย… และยังสอนเด็กให้อยากรวย…

[email protected]
IP: xxx.132.107.227
เขียนเมื่อ 

I read and love this one. Agree with you completely.

They should promote teachers remuneration (salary), so teachers can concentrate on their job and role in society. Politicians, police and (top) public servants get that though their jobs and roles may be of dubious values to the public at large.

หมายเลขบันทึก

660437

เขียน

13 Mar 2019 @ 21:50
()

แก้ไข

13 Mar 2019 @ 22:02
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
ดอกไม้: 4, ความเห็น: 3, อ่าน: คลิก