คำนำหน้าชื่อทนายความ

ระเบียบสภาทนายความ ว่าด้วยการกำหนดอักษรย่อนำหน้าผู้ประกอบวิชาชีพทนายความ พ.ศ. 2558

เพื่อการส่งเสริมและผดุงเกียรติของวิชาชีพทนายความ ตามวัตถุประสงค์ของสภาทนายความ และคณะกรรมการสภาทนายความ ในการประชุมครั้งที่ 5/2558 เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2558 เห็นสมควรออกระเบียบสภาทนายความ ว่าด้วยการกำหนดอักษรย่อนำหน้าผู้ประกอบวิชาชีพทนายความ พ.ศ. 2558 ในการแสดงตนตามมาตรฐานสากลของผู้ประกอบวิชาชีพทนายความ และเพื่อให้สอดคล้องกับการขับเคลื่อนประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเป็นหนึ่งเดียวในวันที่ 1 มกราคม 2559 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 มีมติให้ออกระเบียบสภาทนายความ ว่าด้วยการกำหนดอักษรย่อนำหน้าผู้ประกอบวิชาชีพทนายความ พ.ศ.2558 ไว้ดังต่อไปนี้ 

ข้อ 1  ระเบียบนี้เรียกว่า  “ระเบียบสภาทนายความ ว่าด้วยการกำหนดอักษรย่อนำหน้าผู้ประกอบวิชาชีพทนายความ พ.ศ. 2558”  

ข้อ 2  ให้ใช้ระเบียบนี้ตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป

ข้อ 3  ในระเบียบนี้ 

“นายก”  หมายความว่า นายกสภาทนายความ 
“คณะกรรมการ”  หมายความว่า คณะกรรมการสภาทนายความ 
“สมาชิก”  หมายความว่า สมาชิกของสภาทนายความผู้มีคุณสมบัติที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ 

หมวด 1  
การใช้อักษรย่อนำหน้าของผู้ประกอบวิชาชีพทนายความ  

ข้อ 4  ให้สมาชิกที่มีความประสงค์จะใช้คำนำหน้าชื่อเพื่อการแสดงตนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทนายความ  ใช้คำนำหน้าชื่อของสมาชิกเป็นอักษรย่อ

“ทค.”

แทนคำว่า นาย นาง และนางสาว สำหรับภาษาไทย และ ใช้คำนำหน้าเป็นอักษรย่อ 

“ATTY.” หรือ “Atty.”

สำหรับภาษาอังกฤษ

การใช้อักษรย่อตามวรรคหนึ่ง ให้สมาชิกพิจารณาใช้ให้เหมาะสมกับเอกสารหรือหนังสือแล้วแต่กรณี 

ข้อ 5  ให้สมาชิกที่เป็นผู้มีสิทธิใช้คำนำหน้าชื่อแบบอื่นที่ได้รับในสาขาวิชานิติศาสตร์ เช่น ศาสตราจารย์พิเศษ (ศ.พิเศษ) หรือ ดุษฎีบัณฑิต (ดร.) ใช้ชื่อตามแบบที่แสดงคุณวุฒินั้นก่อนการใช้ชื่อ ทค. ของสมาชิก 

หมวด 2  
สมาชิกผู้มีสิทธิใช้สรรพนามอักษรย่อของทนายความนำหน้าชื่อ  

ข้อ 6 สมาชิกที่ประสงค์จะใช้คำสรรพนามของทนายความตามข้อบังคับข้อ 4 ต้องเป็นผู้มีลักษณะดังนี้  
(1) มีสถานะเป็นทนายความ 
(2) เป็นผู้มีความประพฤติดี ดำรงตนอยู่ในกรอบจริยธรรมแห่งวิชาชีพทนายความ 
(3) ไม่เคยถูกลงโทษฐานประพฤติผิดมรรยาททนายความ หรือไม่อยู่ในระหว่างลงโทษฐานประพฤติผิดมรรยาททนายความ หรือไม่อยู่ในระหว่างถูกสอบสวนคดีมรรยาททนายความ 
(4) ไม่เคยประพฤติผิดระเบียบหรือข้อบังคับของสภาทนายความเกี่ยวกับการเงิน หรือข้ออื่นใด จนมีผลกระทบต่อเกียรติคุณของการเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทนายความ 
(5) ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หรือเป็นความผิดที่คณะกรรมการกลั่นกรองเห็นว่าไม่มีผลกระทบต่อเกียรติคุณของการได้รับมอบการใช้สรรพนามนำหน้าของทนายความ 

ข้อ 7  ให้ทุกส่วนงานของสภาทนายความตามข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยการแบ่งส่วนของงานสภาทนายความ และอำนาจหน้าที่ของกรรมการสภาทนายความ พ.ศ. 2556 ถือปฎิบัติตามระเบียบนี้ 

หมวด 3  
คณะกรรมการตรวจสอบ

 
ข้อ 8  นายกสภาทนายความโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการอาจแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการตรวจสอบ” ประกอบด้วย ประธานกรรมการหนึ่งคน และกรรมการอีกไม่เกิน 15 คน โดยให้มีกรรมการหนึ่งคนทำหน้าที่เป็นเลขานุการ

ข้อ 9  ให้คณะกรรมการตรวจสอบมีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบและเสนอแนะปรับปรุงการใช้อักษรย่อนำหน้าชื่อของผู้ประกอบวิชาชีพทนายความ 

ข้อ 10  การประชุมคณะกรรมการตรวจสอบต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมดจึงเป็นองค์ประชุม ให้ประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ในกรณีที่ประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่อาจปฎิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธาน เป็นประธานในที่ประชุม ใรกรณีที่รองประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฎิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมคณะกรรมการตรวจสอบให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด ในการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ ถ้ามีการพิจารณาเรื่องที่กรรมการผู้ใดมีส่วนได้เสียไม่ว่าจะเป็นทงตรงหรือทางอ้อม กรรมการผู้นั้นมีหน้าที่แจ้งให้คณะกรรมการตรวจสอบทราบและไม่มีสิทธิเข้าร่วมประชุมและลงคะแนนเสียง 

ข้อ 11  ให้คณะกรรมการตรวจสอบมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือปฎิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่คณะกรรมการตรวจสอบมอบหมาย ให้นำความใน ข้อ 10 มาใช้บังคับแก่การประชุมคณะอนุกรรมการโดยอนุโลม 

ข้อ 12  คณะกรรมการตรวจสอบพ้นตำแหน่งเมื่อ 
(1) ตาย 
(2) ลาออก 
(3) ขาดจากการเป็นทนายความ 
(4) ถูกลงโทษประพฤติผิดมรรยาททนายความ 
(5) ได้รับโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่โทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ หรือความผิดที่คณะกรรมการเห็นว่าไม่มีผลกระทบต่อเกียรติคุณหากจะให้ดำรงตำแหน่งต่อไป 
(6) ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ล้มละลาย 

ข้อ 13  หากประธานกรรมการหรือรองประธานกรรมการหรือกรรมการคนใดคนหนึ่งพ้นจากตำแหน่งให้นายกสภาทนายความด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการมีคำสั่งแต่งตั้งกรรมการใหม่แทนกรรมการที่พ้นตำแหน่งโดยมีวาระการดำรงตำแหน่งเท่าระยะเวลาที่เหลือของกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทน แต่ในระหว่างที่ยังไม่ได้แต่งตั้งกรรมการใหม่ขึ้นแทนกรรรมการที่พ้นตำแหน่งให้กรรมการที่เหลืออยู่ปฎิบัติหน้าที่ต่อไปได้ 

ประกาศ ณ วันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 
ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ทค. เดชอุดม ไกรฤทธิ์ 
นายกสภาทนายความ

อ้างอิง  
[1] ระเบียบสภาทนายความว่าด้วย การกำหนดอักษรย่อนำหน้าผู้ประกอบวิชาชีพทนายความ พ.ศ. 2558 
[2] อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 
[3] ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยมรรยาททนายความ พ.ศ. 2529 1. ↑ ระเบียบสภาทนายความ https://plus.google.com/+ThailawyersChannelLCT/posts/HPx5H92Z8Dn 2. ↑ http://www.km.thaicyberu.go.th/linkfile/SapaVichasheep/sapa/law/rulaw.pdf 3. ↑ http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2529/A/025/10.PDF