ในการประชุมสภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๖๒ มี วาระเชิงนโยบาย เรื่อง ยุทธศาสตร์การดำเนินงานของคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย (วาระการดำรงตำแหน่ง ๒๐ ต.ค. - ๑๙ ต.ค. ๒๕๖๓)
ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ว่าด้วยคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๕๙ กำหนดอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการฯ ๖ ข้อ ผมคิดว่าข้อที่สำคัญที่สุดคือข้อ ๓ “ระดมทุนและแสวงหารายได้ให้กับมหาวิทยาลัย” ซึ่งผมมีความเห็นว่า ต้องตีความใหม่ ใช้ข้อความใหม่ ที่ผมเสนอว่า “ระดมและแสวงหาทรัพยากรในการปฏิบัติหน้าที่ของมหาวิทยาลัย”
และผมคิดว่า ควรเพิ่มข้อ ๗ “เชื่อมโยงมหาวิทยาลัย สู่การทำงานร่วมพัฒนาพื้นที่และประเทศ” ซึ่งเมื่อฟังรายงานส่วน แผนและโครงการดำเนินงานฯ ในปี ๒๕๖๒ ก็เห็นแผนการดำเนินงานตามข้อ ๗ ตามความคิดของผมชัดเจน
ผมมองว่า หน้าที่ข้อ ๓ (ใหม่) และข้อ ๗ เป็นงานในลักษณะ university – social engagement หรือภาษาของประเทศอังกฤษเรียกว่า การทำหน้าที่ public engagement ของมหาวิทยาลัย โดยงานที่เสนออยู่ในลักษณะของ macro public engagement ที่น่าชื่นชมมาก
วิจารณ์ พานิช
๓ ม..ค. ๖๒
We (I included) applaud the transition of thinking from ‘funding’ to ‘resourcing’ (but watch out - ‘dead wood’ can be ‘pruned’ off when they don’t contribute to revenue) and the addition of a noble shift from ‘self-interest’ to ‘public interest’ (that is necessary for building future society and ecology - Thailand 5 LTE [Long Term Evolution]?)