ผมสัญญากับสาวน้อย ว่าช่วงหยุดยาวปีใหม่จะพาไปนอนชายหาดบางแสน พอดีลูกสาวคนเล็ก - ใต้ (มุขยา พานิช) จะพาครอบครัวมาพักผ่อนพอดี นัดกันได้วันที่ ๒๙ – ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๑
ผมเลือกจองโรงแรมริมชายหาด กว่าจะได้จองก็วันที่ ๒๖ ธันวาคม เพราะใต้ยังไม่ชัดเจนว่าวันมาและกลับเป็นวันใด เมื่อรู้ว่ามาวันที่ ๒๘ กลับวันที่ ๓๑ ผมก็จองโรงแรม Sikhara Plago Resort (อ่านว่า สิกขรา พลาโช่) ทันทีในวันที่ ๒๖ โดยจองผ่าน Booking.com จองสองห้อง เป็นห้องสวีท ๑ ห้อง สำหรับใต้ สามีและลูกสาวสามคน และห้องธรรมดา ๑ ห้อง สำหรับสาวน้อยและผม ราคาแพงลิบ คือห้องใต้สองคืน ๑๖,๒๐๐ บาท ห้องผมสองคืน ๙,๙๐๐ บาท ต่อมาเราชวนหมอแต้ว (มุรธา พานิช) ลูกสาวคนโตไปด้วย จองห้องธรรมดาอีก ๑ ห้อง สองคืน ๙,๙๐๐ บาท เดาว่าเป็นโรงแรมสี่ดาวคงจะหรูพอควร
ใต้ขึ้นเครื่องบินมาจากสิงคโปร์ ๓ คน คือใต้, มูราลี สามี, และ แม็ป ลูกสาวอายุ ๘ ขวบ มาถึงค่ำวันศุกร์ที่ ๒๘ มานอนค้างที่โรงแรมเบสต์เวสเทิร์น แจ้งวัฒนะ เยื้องห้างเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ ๑ คืน เขาชมมาก ว่าโรงแรมนี้ดี และราคาไม่แพง เวลา ๑๐ น. วันที่ ๒๙ เขาเอารถตู้ ๘ ที่นั่งที่เช่ามารับเราไปยังโรงแรม โดยขึ้นทางด่วน ไปต่อสาย ๗ (มอร์เตอร์เวย์) แล้วเลี้ยวเข้าบางแสน เข้าถนนสุขุมวิท โรงแรมอยู่บนถนนสุขุมวิท ส่งเราเสร็จรถตู้ก็รีบกลับ เพราะมีงานอื่นตอน ๑๖ น.
ผมเล่าราคาของโรงแรมเพื่อจะบอกว่า สภาพของโรงแรมและบริการไม่สมกับโฆษณาว่าเป็นโรงแรมสี่ดาว และเรารู้สึกว่าเราจ่ายแพงไปประมาณเท่าตัว ซึ่งหมายความว่า ต่อไปเราจะระวังเรื่องการจองโรงแรมผ่าน Booking.com หรือไม่ใช้เลย
เริ่มจากเจ้าหน้าที่ front desk ผู้ชาย เอาบัตรประชาชนไปใช้ชื่อหาการจองของเราไม่ได้ ต้องให้เราเอาหมายเลขการจองมาใช้ค้นหาหลักฐานการจอง แล้วก็บอกว่าเราจองห้องสวีตห้องเดียว จนใต้มีอารมณ์ เมื่อเข้าไปในห้องก็พบว่าห้องไม่ได้กว้างอย่างที่เขาโฆษณา มีเตียงคิงไซส์วางก็เกือบเต็มห้องแล้ว ไม่มีโซฟา ไม่มีขาตั้งวางกระเป๋า ต้องวางกับพื้น สาวน้อยไม่สะดวกอย่างยิ่ง
ใต้ขอให้เจ้าหน้าที่โรงแรมช่วยหาแท็กซี่หรือรถตู้เพื่อออกไปเที่ยว เขาบอกว่าที่บางแสนมีแท็กซี่เพียงสองคันเท่านั้น จึงเรียกยาก และรถตู้โทรศัพท์ไปแล้วไม่มีว่างเลย ซึ่งก็เข้าใจได้ ว่าเป็นช่วงเทศกาล ในที่สุดทางโรงแรมก็เสนอให้เอารถตู้ของเจ้าของโรงแรมไปใช้ โดยมีคนขับให้ด้วย คิดค่ารถเพียง ๑,๕๐๐ บาท เติมน้ำมัน และจ่ายค่าคนขับ
ร้านอาหารวังมุข
เราออกไปกินอาหารเที่ยงที่ร้านอาหารวังมุข ที่ผมเคยเล่าการไปกินเมื่อ ๔ เดือนที่แล้ว ที่ (๑) ระยะทางจากโรงแรม ๑๖ ก.ม. ไปถึงเวลาประมาณบ่ายโมงครึ่ง คนแน่นร้าน เราอยากได้ห้องแอร์ก็คนเต็ม ได้ที่นั่งไม่ดีนัก อับลม แต่ก็ได้กินอาหารอร่อยสมใจ มูราลี่กินมะพร้าวอ่อนถึงสองผล ผลแรกโตมาก ผลหลังขนาดเล็กลงมาก ผมทายว่าผลหลังน้ำจะหวานกว่ามาก ซึ่งเป็นจริง อธิบายว่า มะพร้าวน้ำหวานลูกเล็กกว่ามะพร้าวธรรมดา
วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม หรือ ศาลเจ้าหน่าซาจาซาไท้จือ
กินเสร็จเวลากว่าบ่ายสามโมง คุณชัยวัฒน์คนขับรถ บอกว่าจะพาไปชมศาลเจ้า ไปถึงผมตกใจที่ศาลเจ้าใหญ่โตสวยงามขนาดนั้น ชื่อศาลเจ้าหน่าซาจาซาไท้จือ (๒) หรือวิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม ตามในเว็บไซต์ว่าราคาค่าก่อสร้างกว่า ๓๐๐ ล้านบาท เราถ่ายรูปด้านหน้าแล้วขึ้นไปชมบนชั้น ๒ ซึ่งบันไดสูง สาวน้อยขอนั่งรออยู่ข้างล่าง หมอแต้วกับผมผลัดกันนั่งเป็นเพื่อน เราขึ้นไปถ่ายรูป ตีฆ้อง ตีกลอง และเข้าไปชมตวามสวยงามด้านในที่เขาห้ามถ่ายรูป มีคนไปดูดวงโดยมีระบบจัดคิวอย่างดี คนที่มาศาลเจ้า น่าจะมีเป้าหมายสองอย่างใหญ่ๆ คือมาดูดวง สะเดาะเคราะห์ กับมาเที่ยวชมความงาม ครอบครัวผมปลูกฝังความไม่เชื่อดวงหรือโชคลาง จึงไม่สนใจแก้เคราะห์ สนใจความงามอย่างเดียว
ผมชื่นชมที่ศาลเจ้านี้ไม่มีป้ายบอกเชิญชวนบริจาคเงิน แสดงความเป็นที่ศรัทธาของผู้คนจริงๆ
แต่ผมก็ไม่เชื่อในบุคคลที่ทำหน้าที่สื่อสารกับเทพเจ้า ผมรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องหลอกๆ ใช้ศรัทธาเป็นที่ตั้ง โดยไร้ปัญญา
ตลาดหนองมน
เวลาบ่ายสี่โมงเศษ เราชวนกันไปเที่ยวตลาดหนองมน ที่ทอดยาวตามริมถนนยาวมากอย่างไม่น่าเชื่อ ขายอาหารทะเลแห้ง และที่เราจ้องไปซื้อคือขนมจากกับข้าวหลาม ซึ่งที่เราซื้อมาอร่อยทั้งสองอย่าง
ห้าโมงเย็น ทั้งหลานแม็ป และคุณยายตุ๋น หมดแรง เราจึงชวนกันกลับไปพักผ่อนที่โรงแรม และนัดกันไปกินอาหารเย็นที่ภัตตาคารออเจ้าของโรงแรมนั่นเอง และพบด้วยความประหลาดใจว่า อาหารอร่อย ไม่แพ้รานวังมุข อาหารแปลกของเขาคือ แกงรัญจวน ที่หากินยาก เขาบอกว่าเป็นกึ่งๆ แกงเผ็ดผสมแกงเลียง เราจึงซดคำแรกเผชิญความเผ็ดอย่างร้าย แต่ก็อร่อยดี เป็นแกงอาหารทะเล
วิจารณ์ พานิช
๓๐ ธ.ค. ๖๑
ห้อง ๔๐๑ สิกขรา พลาโช่ รีสอร์ท บางแสน ชลบุรี
1 ที่ล็อบบี้โรงแรมสิกขรา
2 แม็ป และหมอแต้ว
3 ใต้จัดอัลบั้มให้
4 อีกอัลบั้ม
5 ศาลเจ้าหน่าจาไท้จือ
6 ถ่ายจากบนศาลเจ้า
7 ศิลปกรรมงดงาม
8 อีกมุมหนึ่ง
9 ตลาดหนองมน
แก้วกำลังคิดอยากไปเที่ยวบางแสนบ้างค่ะ
หลานๆน่ารักนะคะอาจารย์