บางอย่างในนิยายก็ไม่ใช่ชีวิตจริง

drniwat
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

"การแต่งงาน"..
น่าจะเป็นเป้าหมายของคู่รักส่วนใหญ่
คงมีน้อยคู่มากครับ ที่ไม่ต้องการให้เกิดการแต่งงาน
โดยเฉพาะฝ่ายหญิงด้วยแล้ว
"การแต่งงาน"ต้องถือว่าเป็น"ความใฝ่ฝันอันยิ่งใหญ่"ในชีวิตเลยก็ว่าได้
ในละครทีวี ภาพยนตร์ หรือนวนิยายขายดีทั้งหลาย
ก็มักจะจบลงด้วยการแต่งงานของคู่พระคู่นาง
ที่สื่อถึงการใช้ชีวิตคู่อย่างมีความสุขตลอดไป

แต่ในชีวิตจริงแล้ว..
"การแต่งงาน"..ก็เป็นแค่การเริ่มต้นของการใช้ชีวิตคู่เท่านั้น
หลายคู่อาจไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจไว้ก่อน
จึงทำให้เกิดปัญหาต่างๆตามมามากมาย

หรืออาจเข้าใจไปว่า..
ช่วงระยะเวลาที่คบหาดูใจกันตอนที่เป็นแฟนนั้น
เราน่าจะรู้จักตัวตนของเขาดีเพียงพอแล้ว

แต่เราอาจลืมไปว่า..
คนทุกคนก็ต้องมีทั้งด้านดีและด้านไม่ดีในตัวเองเสมอ
และเวลาที่เราชอบใครหรือคิดจะคบใครเป็นแฟนนั้น
เราก็คงอยากให้เขาเห็นแต่ด้านที่ดีของเรา
เราจึงหันแต่ด้านที่ดีให้เขาเห็น
โดยหลบซ่อนด้านที่ไม่ดีของเราไว้อย่างมิดชิด

แต่เวลาที่เราแต่งงานไปแล้ว
เราต้องใช้เวลาอยู่กับเขาตลอดเวลา
ซึ่งทำให้เราไม่สามารถเก็บงำด้านที่ไม่ดีของเราไว้ได้อีกต่อไป
หรืออาจเป็นเพราะเราคิดว่า ทุกอย่างมันจบบริบูรณ์แล้ว
เราก็น่าจะแสดงตัวตนที่แท้จริงของเราออกมาได้
พฤติกรรมหลายๆอย่างที่ไม่เคยทำให้เห็น
ก็จะทำมันบ่อยขึ้น ทั้งเขาและเรา
นิสัยบางอย่างที่เคยปิดบังไว้ก็เริ่มปรากฏ

ในช่วงแรกของการแต่งงาน
หรือที่เราเรียกว่า..ช่วง"ข้าวใหม่ปลามัน"นั้น
จะหนักนิดเบาหน่อย มันก็พอทนได้
พออยู่กันไปได้ซักระยะ ซึ่งอาจจะเป็น 5 ปี 10 ปี
หรือบางคู่อาจจะยังไม่พ้นปีแรกด้วยซ้ำ
ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงที่สำคัญมากๆครับ
เพราะเป็นช่วงที่หลายๆคู่มักมีความคิดที่จะแยกทางกัน
เพราะไม่สามารถปรับตัวเข้าหากันได้
ต่างคนต่างมีจุดยืนของตัวเอง ไม่มีใครยอมใคร
และถ้าเราไม่สามารถประคองชีวิตคู่ให้ผ่านช่วงนี้ไปได้
สุดท้ายก็คงต้องแยกทางกันในที่สุด
และนั่นก็คงเป็นเหตุผลที่ทำให้..
อัตราการหย่าร้างในปัจจุบันสูงขึ้นจนน่าเป็นห่วง

แต่สำหรับคู่ที่มีความอดทนอดกลั้น
และมีเป้าหมายชัดเจนในการสร้างครอบครัวที่ดี
ก็จะค่อยๆเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ปรับตัวเข้าหากัน
และประคับประคองชีวิตหลังแต่งงานให้ผ่านช่วงวิกฤตินี้ไปได้
สุดท้าย..จึงสามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างมีความสุข
จนกระทั่งถึงบั้นปลายของชีวิต

ดังนั้น..ผมจึงอยากจะเตือนคู่รักหนุ่มสาวทุกคู่ด้วยความห่วงใย
ว่าก่อนจะตัดสินใจแต่งงานเพื่อใช้ชีวิตร่วมกันอย่างเป็นทางการนั้น

ก่อนอื่นต้องมั่นใจว่า..
เราสามารถรับได้ทั้งเรื่องดีและไม่ดีของคู่ชีวิตเรา
ต้องยอมรับว่าการที่คน 2 คนมาใช้ชีวิตร่วมกัน
ต่างคนก็มีประสบการณ์ชีวิตแตกต่างกัน
ดังนั้น...
ความคิดความเห็นจึงอาจแตกต่างกันได้สุดขั้ว
ปัญหาที่เราจะเจอทั้งหมด ก็คงไม่ใช่แค่ปัญหาเขาบวกกับปัญหาเราเท่านั้น
แต่มันจะมีปัญหาอื่นๆตามมาอีกมากมาย
โดยเฉพาะเวลาที่เรามีเจ้าต้วน้อยเพิ่มเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ในครอบครัวเรา
ความสุขและความทุกข์ก็จะตามมาเป็นแพ็กเกจกันเลยทีเดียว

และเมื่อไหร่ที่มันถึงจุดที่เริ่มมีความคิดจะแยกทางกัน
ก็ขอให้มีความอดทนอดกลั้นสุดๆ หนักแน่นสุดๆ
อย่าเอาเรื่อง"หย่า"มาท้าทายกัน
เพราะมันทำให้หลายครอบครัวพังพินาศมาแล้วนับไม่ถ้วน
ใช้"ความรักความเข้าใจ"ในการประคองชีวิตคู่
บางครั้งก็ต้องปล่อยวางเรื่องเหตุผลบ้าง ปล่อยวางความถูกผิดบ้าง
มันจะมีประโยชน์อะไร ถ้าเราจะชนะการโต้แย้งแต่ต้องสูญเสียซึ่งความสัมพันธ์
และที่สำคัญคือ ต้องฝึกการ"ให้อภัย"กันเยอะๆครับ
เราก็จะสามารถผ่านช่วงวิกฤติของการแต่งงานไปได้
และละครชีวิตคู่ของเราก็จะปิดฉากลงได้อย่างสวยงาม

สุดท้ายนี้ ผมขอเป็นกำลังใจให้ทุกคู่แต่งงาน
สามารถข้ามผ่านวิกฤติชีวิตคู่ไปได้เป็นอย่างดีนะครับ

สู้..สู้..ครับ !!!

น.พ.นิวัฒน์  ลีวงศ์วัฒน์
22 มกรคม พ.ศ.2562

(ขอขอบคุณภาพประกอบสวยจาก www.pixabay.com) 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน กลยุทธ์ชีวิต พิชิตความสุขและความสำเร็จ



ความเห็น (0)