ภาพทุกภาพ..ล้วนมีความหมาย..จะช่วยสร้างความเข้าใจที่ฝังลึก ไม่มีถูกผิดและไม่มีคะแนน..เป็นเครื่องตอบแทน แต่จะมีเพียงภาพสีตรงหน้า มีครูกับนักเรียน และดวงตาสองคู่ที่จ้องมองกัน..ผ่านการสอนกระบวนการคิดและพูดออกมา..

        ผมมีเรื่องจะเล่าให้ครูฟัง..ผมขับรถเข้าโรงเรียนตอนเจ็ดโมงครึ่ง มีรถรับส่งนักเรียนวิ่งสวนออกมา..ผมก็เพิ่งคิดได้..ณ เวลานั้น...

    ผมเดินทางมาถึงจุดนี้ได้ไง? ผมไม่เคยคิดว่าจะเห็นภาพนี้ ภาพของปีการศึกษา ๒๕๖๑ ที่มีรถรับส่งนักเรียนจากตลาด..เข้ามาเรียนถึงบ้านหนองผือ

    นักเรียนนั่งอัดกันมาเต็มคันรถ เกือบยี่สิบคน ตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึง ป.๖ จากโรงเรียนที่เคยจะถูกยุบ..มาจนถึงรถรับส่งนักเรียนนี่นะ..ช่างผกผันเสียนี่กระไร..

        คราวนี้..พอนักเรียนเพิ่ม แถมเลิกไม่พร้อมกัน ช่วงเย็น ป.๕ (บางคน) กับป.๖ ครูประจำชั้นต้องสอนเสริมเติมเต็มให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย..

        ดังนั้น..นักเรียนที่มากับรถรับส่ง ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ชั้นอนุบาลและประถมต้นที่เลิกเรียนบ่ายสามโมงครึ่ง..ก็ต้องรอและรอ จนกว่าพี่จะเลิกเรียน..

        ผมก็เลยอาสาสอนให้บ้างตามสมควรแก่เวลา..ด้วยแนวคิดที่คิดอยู่เสมอว่า..ไม่มีสื่อทันสมัยอันใดจะเสมอเหมือนครูที่มีชีวิตจิตใจ..อย่าได้ไปเห่อเหิมกับนวัตกรรมให้มันมากมายนัก..ไม่ควรไปตระหนกตกใจ แต่ควรตระหนักในภาระหน้าที่จะดีกว่า..

        เริ่มจะมีเสียงบ่นจาก “ครูไทย” ว่านับวันจะอยู่ยาก อยากลาออก อยากเกษียณ เพราะมีสื่อ เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่เข้ามา..กลัวว่าจะก้าวไม่ทันยุคทันสมัย ยังไม่รวมนโยบายที่ต้องปรับตัว เพื่อยอมรับการเปลี่ยนแปลง...

        ที่สุดแล้ว..ครู(ประถม)บางท่านจึงอาจคิดว่า..อีกไม่นานคงหมดความจำเป็น ภาครัฐจะจ้างครูให้น้อยลง..คัดสรรครูออกมากขึ้น..จึงคิดว่าน่าจะอยู่ยากขึ้น..

        อันนี้ขอบอกว่า..อย่าไปคิดอะไรเลย..ตราบใดที่ยังมีการศึกษาขั้นพื้นฐาน..ครูจะยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด เพราะครู..เป็นผู้สอนคุณธรรมและกล่อมเกลาจิตใจเด็กได้ดีกว่าสื่อทุกประเภท..เชื่อผม

        วันนี้.ผมลองแล้ว..ใช้สื่อภาพนิ่ง..ให้เด็กอ่านข้อความสำนวนสุภาษิต เด็กอ่านได้..บางคนอ่านไม่ได้ผมก็ช่วย..ถ้าเป็นเด็กโต การรู้ความหมายคงไม่เพียงพอ ครูจะต้องสร้างสถานการณ์หรือกรณีตัวอย่างให้เด็กวิเคราะห์...

        จุดประสงค์อันนี้ก็เพื่อจะบอกครูทั้งหลายว่า...ภาพสื่อธรรมดานี่แหละ..สอนมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล..หยิบมาใช้เถอะ..ได้ใกล้ชิดเด็กและรู้จักเด็กรายบุคคลด้วย

        สื่อออนไลน์กำลังถาโถมเข้ามา..อย่านิ่งเฉย..ต้องมีสื่อประหยัดเรียบง่ายสำรองไว้ใช้ยามฉุกเฉิน..วันนี้..ผมใช้นิทานภาพให้เด็กเล่าเรื่อง..ถ้าเป็นเด็กโตก็จะเล่าต่อกันเป็นทอดๆ..จนจบเรื่อง..

        เด็กเล็กๆ..ทำไม่ได้.แต่ครูก็ต้องฝึกให้เด็กใช้จินตนาการแล้วก็พูดออกมา..ครูต้องอดทนในการใช้คำถามที่ช่วยเสริมต่อ กระตุ้นให้เด็กพูด..และอดทนในการรอคอยให้โอกาสเด็กได้คิดอะไรของเขาบ้าง..

        ภาพทุกภาพ..ล้วนมีความหมาย..จะช่วยสร้างความเข้าใจที่ฝังลึก ไม่มีถูกผิดและไม่มีคะแนน..เป็นเครื่องตอบแทน แต่จะมีเพียงภาพสีตรงหน้า มีครูกับนักเรียน และดวงตาสองคู่ที่จ้องมองกัน..ผ่านการสอนกระบวนการคิดและพูดออกมา..

        "ภาพนกตัวเล็กถูกงูรัด..ใกล้ๆกันนั้นมีนกตัวใหญ่บินเข้ามาช่วยจิกงู..เหตุการณ์ต่อไปจะเป็นเช่นไรไม่รู้..เด็กต้องเล่าต่อให้ได้..เล่าอะไรก็ได้.."

        แต่ที่ครูต้องถามคือ..นักเรียนคิดว่า..นกตัวใหญ่มีคุณธรรมในเรื่องใด..?

       “สามัคคีค่ะ”  “ซื่อสัตย์ค่ะ”....กว่าเด็กจะบอกว่า “ความเมตตาค่ะ” ครูก็ต้องอดทนและรอคอย..จนถึงที่สุด

        ครับ..แผ่นดินทองของไทย..ยังไงก็ต้องมีครู แต่ครูก็ต้องอยู่อย่างมีคุณค่ามีศักดิ์ศรี..คิดงานสอนให้ตรงกับความสนใจของผู้เรียน พากเพียรในวิชาชีพ ไม่ต้องรีบคิดว่าจะอยู่ยาก....

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๒๑ มกราคม  ๒๕๖๒