เรื่องเล่า ดร.ผึ้ง ตอนที่ 18 อย่าเชื่อทุกอย่างที่หนังสือเขียน และอย่าเชื่อทุกอย่าง ที่เขาบอกมา


ผู้เขียนไปฟังบรรยายคุณหมอท่านหนึ่งพูดเกี่ยวกับคอเลสเตอรอล และบอกที่มาที่ไปว่าแนวคิดเรื่อง diet-heart hypothesis นี้มาจาก Dr. Ancel Keys แต่ปัจจุบันพบว่าคอเลสเตอรอลไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เคยเข้าใจ ทั้งนี้คุณหมอท่านนี้ให้คนไข้งดยาลดไขมันแล้วปรากฎว่าสองสัปดาห์ผ่านไปคนไข้อาการดีขึ้น จากที่ไม่แจ่มใส มื้อเท้าชา ก็แจ่มใจขึ้น มือเท้าหายชา ลุกเดินได้ 

ได้ฟังแล้ว ผู้เขียนก็อยากให้คุณแม่งดยาลดไขมันบ้างเผื่อปลายมือจะหายชา (เพราะคุณแม่บ่นว่าปลายมือชาต้องนวดต้องแช่น้ำอุ่นบ่อยๆ) แต่ผู้เขียนยังไม่เชื่อเพราะตั้งแต่โตมาก็ได้ยินมาตลอดว่าควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว หลีกเลี่ยงอาหารที่มีคอเลสเตอรอล ตลอดจนปิรามิดอาหารที่สอนในโรงเรียนตั้งแต่ชั้นประถมนั้นก็ให้กินคาร์โบไฮเดรตในปริมาณเยอะที่สุดและไขมันน้อยที่สุด (คาร์โบไฮเดรตอยู่ฐานปิรามิด) และคุณหมอส่วนใหญ่ก็สั่งยาลดไขมันให้คนไข้ทั้งนั้น

ผู้เขียนจึงซื้อ text book เรื่อง The Big Fat Surprise กับ Fat Chance, the hidden truth about sugar, obesity and disease มาอ่าน ค้นข้อมูลเพิ่มเติม ก็พบว่าคอเลสเตอรอลไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เคยเข้าใจ

ผู้เขียนก็เลยให้คุณแม่ผู้เขียนงดยาลดไขมันซะเลย ปรากฎว่าสองสัปดาห์ผ่านไป คุณแม่โทรมาบอกว่า ครบสองสัปดาห์ตามที่ลูกให้งดแล้วแม่ต้องกินยาต่อไหม แต่แม่รู้สึกสดชื่น นอนหลับสนิท ปลายมือไม่ชาแล้ว ผู้เขียนก็เลยบอกว่าให้งดต่อไป (คุณแม่มีวินัยในการกินยามาก จึงโทรถามเมื่อครบสองสัปดาห์)

และเมื่อไปพบแพทย์ประจำตัวสัปดาห์ที่ผ่านมา คุณแม่ก็บอกหมอว่า ลูกให้งดยาลดไขมัน เพราะอ่านงานวิจัยมา ซึ่งคุณหมอก็ไม่ได้ว่าอะไร ก็งดยาลดไขมันต่อไป เพราะผลเลือดไขมันก็ไม่ได้สูงเกินเกณฑ์

ทีนี้หนังสือที่ผู้เขียนอ่านเล่มแรก The Big Fat Surprise นั้นเล่ารายละเอียดแบบเจาะลึกเลย ว่าใครพูดอะไร หรือ Dr. Ancel Keys ตอบโต้นักวิจัยที่ไม่เห็นด้วยว่าอย่างไร ลงวารสารอะไรบ้าง ส่วนเล่มที่สองนี่สรุปสาระหลักๆ อ่านง่ายไม่ยืดเยื้อแบบเล่มแรก (เล่มสองยังอ่านไม่จบ)

หลังจากอ่านเล่มแรกแล้ว ต้องร้องโอ้โห เลยทีเดียว เพราะแนวคิด diet-heart disease นั้นมีหลักฐานเชิงประจักษ์ไม่ชัดเจน แต่กลับกลายมาเป็นแนวปฏิบัติ เพราะมีการเมืองมาเกี่ยวข้อง ตั้งแต่ประธานาธิบดี Dwight D. Eisenhower มีอาการ heart attack เมื่อวันที่ 23 กันยายน 1955 (ระดับ Total Cholesterol 165 ml/Dl) หลังจากอาการดีขึ้น ประธานาธิบดีก็ให้การสนับสนุน สมาคมโรคหัวใจแห่งอเมริกา (AHA) อย่างเต็มที่ ถึงขนาดสมาชิกวุฒิสภาหลายคน เป็น Board ใน AHA  อีกทั้งเรื่อง diet-heart hypothesis กลายเป็นวาระแห่งชาติไปด้วย แถมสมัยนั้นสื่อต่างๆ ก็ช่วยเขียนเผยแพร่ในหนังสือพิมพ์ ในคอลัมน์สุขภาพ ประมาณการณ์ว่าถูกเผยแพร่ไปกว่า 35 ล้านครั้ง

นอกจากนี้ Dr. Keys นั้นเป็นผู้มีบทบาทและมีอิทธิพลต่อวงการศึกษาวิจัยในช่วงนั้น ทั้งการอนุมัติเงินทุนวิจัย ดัง บทความตอนหนึ่ง ที่ Dr. George Mann เล่าว่า “the woman who was the study section secretary asked me to step out in the hall. Your opposition to Keys is going to cost you your grant, she said.  (หน้า 68 The Big fat surprise)

หรือ Dr. George Mann เขียนไว้ในงานชิ้นสุดท้ายในปี 1978 เรียก Dr. Keys ว่า “a heart mafia” โดยมีประโยคที่น่าสนใจคือ “a heart mafia” had “supported the dogma” and hoarded research funds. “For a generation, research on heart disease has been political than scientific”

แม้ว่าจะมีนักวิจัยหลายท่านไม่เห็นด้วยกับแนวคิด diet-heart disease กล่าวคือมีแนวคิดว่าน้ำตาลเป็นสาเหตุของการเกิดโรคหัวใจก็ตาม แต่กลับถูกตีตกไป เพราะอุตสาหกรรมอาหารขณะนั้นไม่ยอมรับแนวคิดนี้  กระทั่งต่อมาน้ำมันพืชก็เข้ามาทำตลาดอย่างแพร่หลาย  และกินคาร์โบไฮเดรตเป็นหลักจนอุบัติการณ์โรคอ้วนเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ (อันนี้ผู้เขียนอ่านวิทยานิพนธ์ How the US Low-Fat diet recommendations of 1977 contributed to the declining health of Americans)

กระทั่งงานวิจัยใหม่ๆ ออกมาเรื่อยๆ ยืนยันว่า  คอเลสเตอรอลสูงไม่ได้ทำให้เกิดโรคหัวใจและการกินอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูงไม่ได้ทำให้ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูง

อีกทั้งปัจจุบันเราก็ทราบแล้วว่ากราฟ cherry-picked จากการศึกษา the Seven countries study ที่ Dr. Keys นำเสนอนั้น นำเสนอไม่หมด กล่าวคือ Dr. Keys เลือกมา plot แค่ 7 ประเทศที่ตรงกับสมมติฐานตัวเองเท่านั้น นอกจากนี้ยังเป็นการเสนอความสัมพันธ์แบบ correlation ไม่ใช่ causation กล่าวคือบอกไม่ได้ว่า อะไรเกิดก่อนเกิดหลัง แค่มีความสัมพันธ์เหมือน ไก่กับไข่ เรารู้ว่าสัมพันธ์กัน แต่ไม่รู้ว่าอะไรเกิดก่อนกัน  เรื่องนำเสนอกราฟไม่ครบทั้ง 22 ประเทศนี้ (เลือกมา 7 ประเทศ) ถึงขนาดที่ว่า นักวิจัยหลายคนเขียนไว้ใน blog เลยว่า Dr. Keys, the man who ruined the world.

แต่ที่ผู้เขียนประหลาดใจมากกว่าที่มาที่ไปของแนวคิด diet-heart hypothesis คือ ผู้เขียนพบว่า มีการวิพากษ์ (critical review)  หนังสือหรือ text book ที่ผู้เขียนซื้อมาอ่าน ทีละ chapter ด้วย โดยมีบางจุดที่อ้างอิงไม่ถูกต้อง และบางจุดก็คัดลอกมาจากทีอื่น (รู้สึกทึ่งคนที่วิพากษ์หนังสือมาก เพราะไม่ได้วิพากษ์แค่เล่มเดียว แต่หลายเล่มก็ถูกวิพากษ์ด้วย ซึ่งบางเล่มผู้เขียนก็เล็งไว้ว่าจะซื้อมาอ่าน)  

ผู้เขียนคงไม่ทราบว่ามีการ critical review text book หากผู้เขียนไม่ได้ซื้อ text book มาอ่านและค้นข้อมูลเพิ่ม เพื่อเขียน content เชิงวิชาการไว้ที่ blog ส่วนตัว

....อย่าเชื่อทุกอย่างที่หนังสือเขียน และอย่าเชื่อทุกอย่าง ที่เขาบอกมา

ภัทรพร คงบุญ

16 มกราคม 2562

หมายเลขบันทึก: 659329เขียนเมื่อ 17 มกราคม 2019 07:54 น. ()แก้ไขเมื่อ 22 มกราคม 2019 19:57 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี