869. "ความลับของสามก๊ก"

ผมติดตามเรื่องสามก๊กมาหลายปี อ่านบทวิเคราะห์มาเยอะ และเขียนเองก็เยอะ แต่ละสุดผมดูซี่รี่ย์ “ความลับชองสามก๊ก” ซึ่งเป็นการตีความสามก๊กอีกมุมมอง... น่าสนใจครับ สามก๊กเดิมเล่าปี่เป็นพระเอก ที่พยายามต่อสู้เพื่อรักษาราชวงค์ฮั่น แต่ที่สุดก็ต้องพ่ายแพ้ต่อสุมาอี้ ที่กินรวบทุกก๊กในตอนท้าย...เป็นผู้ชนะที่แท้จริง ...ภาพเป็นอย่างนั้น 

แต่สามก๊กตอนนี้กลับมองอีกมุม ว่าจริงแล้วที่สามก๊กรวมเป็นหนึ่งและเล่าปี่พ่ายแพ้นั้นมาจากการสบคบคิดกันครับ ..ผู้อยู่เบื้องหลังจริงๆ คือพระเจ้าเหี้ยนเต้ จักรพรรดิองค์สุดท้ายของฮั่น ที่ถ้าสามก๊กเดิมนี่เป็นตัวละครที่น่าหดหู่สุด แต่กลายเป็นว่าสามก๊กตอนนี้ตีความให้ท่านโดดเด่นสุด อยู่เบื้องหลังการล่มสลายตั้งแต่เล่าปี่ ซุนกวน และโจโฉเอง ..  

ผมจะไม่เล่าหมดเอาเป็นว่าจักรพรรดิท่านนี้เป็นคู่แฝดจักพรรดิเหี้ยนเต้ตัวจริง แต่ถูกนำไปเลี้ยงในบ้านสกุลสุมา ท่านจริงๆ เลยกลายเป็นน้องของสุมาอี้ โดยไม่มีใครรู้ ต่อมาจักรพรรดิเหี้ยนเต้สิ้นพระชนม์ ก่อนเสียท่านวางแผนให้คนกลุ่มเล็กๆ ไปตามเอาน้องชายซึ่งหน้าเหมือนกันทุกอย่าง มาสวมรอยเป็นจักรพรรดิ์ เพื่อกันไม่ใช้โจโฉยึดบัลลังค์  

แล้วทุกอย่างก็ดำเนินไปอย่างลับๆ การเปลี่ยนแปลงดีๆ เริ่มเกิดขึ้น จักรพรรดิ์เหี้ยนเต้ตัวปลอม นี่นิสัยไม่เหมือนพี่ คือมีเมตตามากๆ และมีบุคคลิกที่แตกต่างจนคนรอบตัวสงสัย ผมเห็นชัดเลยว่าท่านตอนแรกก็ถูกรังแก แต่อาศัยความเมตตา คนก็เริ่มยอมให้ท่านทำโน่นนี่นั่น  เริ่มสยายปีก จนกลายเป็นคนที่ไม่ธรรมดาขึ้นทุกที และแน่นอนเกิดการยอมรับร่วมมือกัน และที่สุดก๊กของเล่าปี่และซุนกวนก็ล่มสลาย .... 

จะสบคบคิดอย่างไร ก็ไปดูกันเองครับ...คำถามจักพรรดิที่ดูโดดเดี่ยว ไม่มีใครคบ นับถือ ทำไมที่สุดแท้กระทั่งศัตรูที่น่ากลัวที่สุด ...เอาเป็นว่ากุนซือทุกคน .. ลูกโจโฉ จนในที่สุดโจโฉหันมารัก มานับถือ...  

ส่ิงที่จะอธิบายปรากฏการณ์นี้ได้มีสามคำครับ อันนี้ผมมองจากมุมมองของจิตวิทยาเชิงบวก (Positive Psychology) นั่นคือท่านบริหารอยู่สามเรื่องครับคือ Purpose (จุดประสงค์)  คุณค่า (Value) และเป้าหมาย (Goals)  ที่ท่านสามารถบริหารได้อย่างลงตัวที่สุด...มาดูกันแต่ละตัวคืออะไร

จุดประสงค์ ผมเรียกทับศัพท์คือ Purpose ...Purpose คือจุดประสงค์ในชีวิต หรือเหตุผลที่คุณมีชีวิตอยู่ คุณจะอยู่ไปเพื่ออะไร...Purpose เป็นการมองอะไรไปไกลมากกว่าผลประโยชน์ของตนเองและครอบครัว...พูดง่ายๆ เพื่อโลก คุณต้องตอบคำถามให้ได้ว่า ...โลกกำลังเรียกร้องอะไรจากคุณ.. (What’s the world Calling for).. ส่ิงที่เหี้ยนเต้เห็นตลอดมาคือความตาย ความทุกข์ยากของราษฎร เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านสื่อสารกับคนรอบตัว ก็คือ ...ท่านอยากให้จงหยวน (ชื่อเรียกประเทศจีนสมัยโบราณ) สงบ รวมเป็นหนึ่งเดียวกัน 

Value หรือคุณค่า...คือส่ิงที่ท่านให้คุณค่า หรือส่ิงที่คุณให้ความสำคัญมากที่สุด... เวลาจะตัดสินใจมนุษย์เราจะใช้ระบบคุณค่ามาเกี่ยวข้องเสมอ...  เหี้ยนเต้ จะมีการถอดรหัสคำว่าโอรสสวรรค์เสมอ เวลาต้องตัดสินใจอะไรยากๆ... ท่านจะพูดว่าโอรสสวรรค์คือ...พ่อ ..ประชาชนคือลูก...เพราะฉะนั้น จักรพรรดิ์จะไม่มีวันทำร้าย ไม่ฆ่า ที่สำคัญไม่ทอดทิ้งประชาชนของตนเอง...

เป้าหมาย หรือ Goal เป็นเป้าหมาย เป้าหมายที่ดีเกิดจากการกลั่นกรอง...ว่ามันสอดคล้องกับ Purpose และ Value หรือไม่...

เช่นหลายโอกาส ขุนนางเก่าราชวงค์ฮั่นต้องการให้ท่านฆ่าลูกโจโฉซะ ยึดเมืองด้วย จะทำลายได้ทั้งตระกูล... แต่ท่านกลับบอกว่า ... ท่านมองเห็นว่าราษฎรท่านสำคัญสุด ท่านอยากให้จงหยวนสงบ ถ้าท่านฆ่าไปตอนนี้ ที่สุดก็จะเกิดคนวิ่งเข้ามาชิงอำนาจ  ไม่จบอีก ประชาชนก็เดือดร้อนอีก นี่ท่านกำลังพูดถึง Purpose... ที่สำคัญท่านไม่ทิ้งประชาชน เพราะเขาคือลูกของท่าน (value) เพราะฉะนั้นเมื่อถูกล้อม ก็จะไม่หนี เขาจะร่วมต่อสู้กับประชาชน  ที่สุดท่านก็ตั้งเป้าหมายกู้วิกฤติ ร่วมมือกับลูกโจโฉต่อสู้กับศัตรูที่มาล้อมเมือง (Goal) ที่สุดสองตระกูล ราชวงค์ฮั่นและตระกูลโจ ก็รักษาเมืองไว้ได้ ...ผลก็คือลูกโจโฉทุกคนจากรังเกียจ ไม่นับถือก็หันมานับถือท่าน ยอมตายแทนจักรพรรดิได้ นำมาสู่ทฤษฎีการสบคบคิด (Conspiracy Theory) ...

กุยแก กุนซือคนสำคัญของโจโฉ ซึ่งสงสัยมาตลอด และเป็นภัยคุกคามราชวงค์... พยายามจับผิด และรู้ด้วยว่าท่านเป็นจักรพรรดิ์ปลอม... เหี้ยนเต้ก็รู้ว่ากุยแกตามทัน...มีคนบอกให้ลอบฆ่า... ท่านกลับไปตรรกะเดิม...  ท่านทำเพื่อจงหยวน และรู้ว่าโจโฉกับกุยแกจะทำให้จงหยวนสงบ...  ที่สำคัญท่านเป็นโอรสสวรรค์ ท่านไม่ฆ่าลูกตนเอง...เป้าหมาย เมื่อเห็นกุยแกป่วย ท่านกลับพยายามไปดูแล (ท่านเรียนแพทย์จากลูกศิษย์หมอฮูโต๋ที่เป็นแพทย์ที่ดังที่สุดในประวัติศาสตร์จีน)  ... กุยแกเอง ก็เริ่มเห็นคุณธรรม... ที่สุดก็ยอมรับ และทั้งๆที่จับได้ กลับกลายมาเป็นสนับสนุนในภายหลัง..

ครับลองจินตนาการ...เป็นไปได้ไหมครับ ..ประเทศจีนอาจไม่มั่นคงก้าวหน้าขนาดนี้ ถ้าโจโฉตาย และเล่าปี่มาเป็นใหญ่...เล่าเสี้ยน ฮ่องเต้ที่มีปัญหามาครองอำนาจแทน หรือราชวงค์ซุนกวนที่ค่อนข้างเค็มๆ ขึ้นมา ตอนหลังรุ่นลูกก็ดูเป็นโรคจิตฆ่ากันเอง  ... ผมว่าคงล่มสลายแน่ๆ อาจกลายเป็นเมืองขึ้นพม่าไปแล้วก็ได้  

และนี่คือความลับของสามก๊ก...หนังสามก๊กที่มองจากอีกทฤษฎีครับ...

ผมจะไม่พูดต่อ เกรงจะ Spoil หนัง..เอาเป็นว่า Purpose Value และ Goal  ที่ไปด้วยกันได้ เรื่องใหญ่มากๆ...

ตอนนี้ผมว่าประเทศเรา..มีปัญหาเพราะสามเรื่องนี้ไม่ไปด้วยกัน ...

แต่ถ้ามีจะได้กว่าไหมครับ..

เช่นหัวหน้าวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาสัตว์ป่าทุ่งใหญ่เนรศวร..ที่เป็นผู้จับเศรษฐีถ่อยที่มาล่าเสือดำ ตอนนี้ได้รับรางวัลจาก UN ครับ 

Purpose ของหัวหน้าวิเชียร คืออะไรที่ยิ่งใหญ่ ท่านเกิดมาเพื่อดูแลสัตว์ป่า...

Value  ซื่อสัตย์

Goal พิทักษ์สัตว์ป่า... เจอคนหน้าสงสัย ดูมีเส้นมีสาย ...แต่จาก Purpose และ Value ไม่คิดอะไรมาก จับเลย....

ลองขาดแค่ตัวที่สองสิครับ...คดีนี้คงไม่เกิด... 

แต่ถ้าขาดตัวที่หนึ่ง ตัวที่สองก็อาจไม่มีครับ...


ถามว่ามีตัวที่สามอย่างเดียวได้ไหม..ก็ได้อาจเป็นแค่ข้าราชการที่ตั้งเป้าทำงานให้ผ่านไปวันๆ รอลูกเรียนจบก็เกษียณ.. โลกคงเสียโอกาสดีๆ ไป..  มีตัวที่สามเรียกว่า... We three only...เราสามคนพอ (พ่อแม่ลูก).. นี่ก็เสียโอกาสประเทศอีก ..

ส่วนเศรษฐีถ่อยของไทยเรา..

Purpose ไม่มี

Value คือ อะไรก็ได้ที่ทำให้บรรลุเป้าหมายชีวิต ...ทางตรงทางอ้อมได้หมด 

Goal คือทำธุรกิจ กับใช้เงินซื้อความสุข

ก็เป็นอย่างที่เห็นครับ... ด้วย Goal แบบนี้...ไม่สนใจชีวิตใคร ไม่ได้อยู่ไปเพื่อใครนอกจากตัวเองและครอบครัว... การฆ่าสัตว์ พรากชีวิตคู่ของเสือดคู่หนึง จึงอยู่ในเส้นทาง...  

ผมไม่โทษเสี่ยท่านครับ... ท่านเติบโตมาในสังคมไทยที่ระยะหลังๆ เราขาดการทบทวนตนเอง... มีคำคมมาแต่โบราณ...  "มีเงินนับว่าน้อง มีทองนับว่าพี่"...   เสี่ยท่านเป็นผลิตผลของสังคมแบบนี้ครับ ...เรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเราไม่มาคิดทบทวนกัน ว่าเราควรใส่อะไรไปในสังคม...เอาเป็นว่าเราคงอยากให้มีคุณวิเชียรเยอะๆ และถ้าเศรษฐีก็คนต่อไปนี้เยอะๆ เช่น Christ Anderson  ไม่ใช่เศรษฐีถ่อยๆ  คนๆนี้สร้าง Ted Talks แหล่งรวบความรู้สุดยอดของโลก  มาดูสามข้อของเขากัน

Purpose โลกเข้าถึงความรู้ชั้นยอดอย่างเท่าเทียมกัน

Value      การเปิดกว้าง...

Goal       พัฒนาต่อยอดทุ่มเทสร้าง TED Talk ที่ตอนนี้ขยายไปทั่วโลก สร้างขึ้นมาเพื่อนให้คนเข้าถึง Idea เปลี่ยนโลกดีๆ ทำให้โลกสร้างสรรค์ก้าวหน้าขึ้น 

อีกคน...


Sebastián Piñera

Purpose เขาไม่อยากให้ลูกหลานจำเขาแค่.. ทำเงินได้เป็นล้านๆ... อยากให้ลูกหลานเห็นว่าเขาได้สร้างอะไรดีๆ ไว้ประเทศชิลี

Value ให้มากกว่ารับ

Goal สร้างพื้นที่ป่าในประเทศมากๆ...ตอนนี้ซื้อไป 250,000 ไร่ครับ..กำลังขยายตัว 


อีกคน...  


Johan Eliasch นั่นซื้อป่าอเมซอนกว่า 1 ล้านไร่เพื่อทำเป็นพื้นที่อนุรักษ์... นั่นคืออยากให้โลกดีขึ้น 

นี่ครับข้าราชการตัวจริง เศรษฐีตัวจริง.. 

คุณอยากให้คนดีๆ แบบนี้มีสักล้านคนในประเทศไทยไหมครับ...ถ้ามีคุณคงเห็นว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับประเทศกับโลกของเรา..

ทำอย่างไรครับ เริ่มที่ตัวท่านเอง...ท่านต้องมีครับ...

อย่างแรกคือหา Purpose ... ทำได้ดังนี้ครับ 

  1. ตอบคำถามก่อนว่าชีวิตนี้เกิดมา เพื่อจะทิ้งตำนานเรื่องเล่าขานอะไรดีๆ ให้โลก... ...คุณเกิดมาเพื่ออะไร... (คำตอบจะไม่ใช่เกิดมาเพื่อทำงาน และเพื่อครอบครัว)    ถ้ายากไปตอบไม่ได้มาทำข้อสอง
  2. ตอนคุณตายไปโลก ในงานศพ คนจะสรรเสริญคุณว่าคุณได้สร้างอะไรดีๆ หนึ่งเรื่องให้ประเทศไทย..........  ถ้ายากไปตอบไม่ได้ทำข้อต่อไป
  3. ลองนึกถึงเรื่องที่คุณหงุดหงิดที่สุด และเป็นมานาน......เช่นบางคนเจอคอรัปชั่นไม่ชอบ นี่คือสิ่งที่คุณอยากให้หายไปจากสังคมไทย...คุณอาจสร้าง Purpose ว่า...อยากให้วงการคุณไม่มีคอรัปชั่นอีกต่อไป..... ตอนนี้อะไรที่คุณหงุดหงิดที่สุดมานาน...............................Purpose ของคุณคืออะไร.....
  4. หน่วยงานคุณ บางทีก็มี Purpose อยู่แล้ว มันอาจซ่อนอยู่ในอาชีพ แต่ในไทยไม่ค่อยมีพูดถึงกัน....ก็พากันหา Purpose ของหน่วยงานกันครับ......ด้วยคำถามว่า... ถ้าหน่วยงานของคุณหายไปจากประเทศไทย สังคมจะมีปัญหาตรงไหน... เช่นถ้าคุณเป็นตำรวจแล้วหน่วยงานคุณหายไป....สังคมจะวุ่นวาย คนจะไม่ปลอดภัยอีกต่อไป .... เพราะฉะนั้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติเกิดมาเพื่อทำให้สังคมปลอดภัย มีความสุข ไม่ต้องห่วงหน้าห่วงหลังอะไร... นี่คือ Purpose ขององค์กรครับ...   คนในองค์กรก็ต้องเข้าใจ Purpose.... 
  5. บางที่ยุคสมัยเปลี่ยนแปลงมากๆเช่น MBA มหาวิทยาลัยขอนแก่น (ผมสอนที่นี่)  มาถามว่าตอนนี้ถ้าขาด MBA มข. ไปคนอิสานจะทำไง..... ดูใน Youtube กับเรียน Coursera (เว็บสอนความรู้จากมหาลัยระดับโลกฟรีๆ) ครับ ...หรือไม่ก็เรียนหลักสูตรสั้นๆ แล้วไปหาประสบการณ์เอง..ทำไมต้องเสียเวลา...ยุค Disruption อาจต้องคำถามยากๆ...ให้มาตั้งวงหากันใหม่ครับ ...ถามผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกันว่าภาคภูมิใจอะไรที่สุด...เท่าที่ผมเริ่มถาม  จะเห็นว่าเราภูมิใจที่คนเอาความรู้ของเราไปเปลี่ยนแปลง สร้างโอกาสได้ในหลายๆ วงการ...เช่นผมภูมิใจที่สอน Theory U ไปแล้วมีพี่พยาบาลเอาไปประยุกต์ในงานบริบาลผู้ป่วยก่อนเสียชีวิต (Palliative Care)  ... เพื่อนผมก็ประมาณนี้...แสดงว่า MBA มข. ของเราถ้าหายไป อาจไม่มีองค์กรไหนที่เจาะลึกความรู้บางเรื่องที่บางทีไปหาเรียนจาก Coursera หรือ Youtube ไม่มีวันเข้าใจได้ ...ให้ความรู้เขาครับ ...  แสดงว่า Purpose ของ  MBA อาจเป็นการอยู่ไปเพื่อพัฒนาสร้างองค์ความรู้ที่ก้าวหน้างเกินยุคสมัยแต่ใช้งานได้จริง..ที่มิอาจจะเรียนรู้ได้จาก Youtube ที่ทำให้คนสามารถเอาความรู้ไปสร้างการเปลี่ยนแปลงในวงการต่างๆได้ ไม่จำกัดแค่แวดวงธุรกิจ ...
  6. ตอบไม่ได้อีกลองไปค่อยๆ ตอบจากบทความ IKIGAI ที่ผมเขียนไว้ (Purpose กับ IKIGAI เป็นเรื่องเดียวกัน)  ดูบทความนี้ครับ  https://www.gotoknow.org/posts...

Value หาคุณค่าดีๆ วิธีการมีดังนี้ครับ...

  1. ไปศึกษาประวัติบุคคลสำคัญของโลกเอามาเป็นต้นแบบบ ดูสิว่าเบื้องหลังความสำเร็จของเขา เข้าให้ความสำคัญกับเรื่องอะไน เช่นอาจารย์ที่ผมเอาเป็นต้นแบบคืออาจารย์  David Cooperrider ท่านเปิดโอกาสให้คนทั้งโลกมาเรียนรู้ Appreciative Inquiry จากท่านได้ฟรี ทั้งไม่หวงครับ .. ผมก็เอามาเป็นแบบอย่าง... Value ของผมคือให้ความรู้แก่คนมากที่สุด เท่าที่จะทำได้ ...คุณพ่อผมได้ Value สุดๆ จากคุณปู่ที่เป็นข้าราชการ ที่ได้สมญาว่า “ไม้บรรทัด” นั่นคือส่ิงที่ท่านถือตลอดชีวิตการทำงาน...ดูหน้าท่านสิครับ หลังเกษียณมีแต่ความผ่องใส สบายใจ   มาถึงท่านแล้ว....บุคคลต้นแบบที่เป็นคนสำคัญของโลกของท่านคือใคร .....................คนสำคัญของท่านให้ความสำคัญกับเรื่องอะไรมากที่สุด................
  2. ถ้าคุณทำงานในหน่วยงานใดๆ หน่วยงานของท่านอาจมี Value ซ่อนเร้นอยู่ ก็เอามาถือปฏิบัติได้ เช่นที่ Sena Development เน้นเรื่องการจ่ายเงินตรงเวลา... Value นี้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของบริษัทเลย คุณก็เอาใช้ได้ ....
  3. หรือเอาทั้งของคุณและขององค์กรมาผสมผสานกัน.....
  4. ถ้าไม่มีเลย...ลองจัด Session ค้นหากัน... ด้วยคำถามว่าคุณภาคภูมิใจอะไรมากที่สุดที่มาอยู่นี่ ที่มาของความภูมิใจคืออะไร ไอ้ที่มานี่มักจะสามารถนำมาทำเป็น Value ได้.... บางที่เจอเหมือนกันเลย..ว่าที่มาของความภูมิใจ เกิดจากการที่ผู้ใหญ่ให้โอกาสเด็ก ...นี่เจอมาสองที่...  เพราะฉะนั้น Value คือการให้โอกาส...  

Goal

เมื่อได้ Purpose และ Value แล้ว ค่อยมาหาว่าเป้าหมายของคุณควรมีอะไรบ้าง ที่จะทำให้คุณสามารถทำ Purpose ของคุณให้เป็นจริง...  แล้วคุณก็ทำ ถ้าเจอปัญหาก็ใช้ Purpose และ Value มาตัดสินใจ...   

คำถามแล้วคุณจะได้อะไรครับ...

ความสุข 

สังคมจะได้อะไร...การเติบโต ความยั่งยืน

ครอบครัว ...ความภูมิใจ...คุณว่ากรณีแล้วระหว่าง...คุณวิเชียร พนักงานตัวเล็ก และเศรษฐีคนนั้น... ใครได้รับการยอมรับครับ...มหาวิทยาเกษตรศาสตร์แถลงด้วยความภูมิใจ...เศรษฐีคนนั้นมหาวิทยาลัยของเขาออกมายกย่องไหมครับ...  UNDP มอบรางวัลให้ใคร... ก็เห็นชัดๆ... ใครดูเบิกบาน...ใครดูป่วยประสาทๆ... 

มีการศึกษาในญี่ปุ่นนะครับคนมีอายุไขยาวนาน มีสุขภาพแข็งแรง .. มีความสุขในชีวิตมากๆ ...คือพวกมี IKIGAI หรือ Purpose ครับ ....   

มาถึงตอนนี้แล้ว...

ตอบได้ยัง..

คุณเกิดมาเพื่ออะไร...

คุณให้ความสำคัญกับอะไร

เป้าหมายคุณคืออะไร.....

วันนี้พอเท่านี้ เพียงเล่าให้ฟัง ลองเอาไปพิจารณาดูนะครับ

สวัสดีปีใหม่นะครับ....

คำอวยพรของผมคือ...ขอให้คนไทยทุกคน..ตอบคำถามสามข้อนั้นได้...


โลกรอท่านอยู่ครับ...

ด้วยรักและปราถนาดี...

ดร.ภิญโญ รัตนาพันธุ์

https://www.facebook.com/IkigaiSchool1/

Note: เรื่องที่ผมภูมิใจมาก ดูจากClip นี้ครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Appreciative Inquiry



ความเห็น (4)

เขียนเมื่อ 

สุขสันต์ปีใหม่ครับ

สวัสดีปีใหม่ และขอบคุณอาจารย์ที่เขียนอะไรดี ๆ ให้อ่านเสมอมาครับ

สวัสดีปีใหม่นะคะอาจารย์ มีสุขภาพกาย จิต และจิตวิญญาณแข็งแรงนะคะขอบคุณมากค่ะที่อาจาย์นำคลิปที่เราคุยกันมาเผยแพร่อีกครั้งค่ะ

ขอนุญาตนำไปเผยแพร่ต่อนะคะคลิปค่อนข้างยาวค่ะ แต่สรุปว่า หลังจากเรียน KM: Theory U แล้วเรามาขยายผล แล้วเกิดประโยชน์ต่อโลกการทำงานได้จริงค่ะ