คู่มือการสอน IKIGAI ของดร.ภิญโญ
IKIGAI คือเหตุผลที่เกิดขึ้นมาแต่ละวัน ..เป็นสิ่งที่คนมาค้นพบว่าเกิดขึ้นกับชาวโอกิน่าว่า เชื่อกันว่า IKIGAI ทำให้คนที่นี่มีอายุขัยยืนนาน มีความสุข เลยเกิดการค้นหา ค้นคว้า เผยแพร่ มาเป็นศาสตร์ใหม่ ที่ยังใหม่ จริงๆ
ผมสอนมาพักหนึ่งจนเปิดเป็น IKIGAI School และสอนไปมาก มีประสบการณ์อยู่บ้าง. ล่าสุดลูกศิษย์ถามว่าอาจารย์ช่วยเล่าวิธีการสอน IKIGAI อย่างละเอียด step by step ให้หน่อย ... ผมเองเลยเอาประสบการณ์การสอน IKIGAI มาแชร์ดังนี้นะครับ
จะมีสามส่วน ส่วนแรกคือปรับความเข้าในเรื่อง IKIGAI กันก่อน แล้วสอน และสิ่งที่เกิดขึ้นหลังทำ IKIGAI
ก่อนทำ IKIGAI...
ทำตวามเข้าใจกันก่อน
- ควรศึกษาหาความรู้เรื่อง IKIGAI ที่มีการเขียนขึ้นมาในโลกให้มากที่สุด... ส่วนใหญ่ผมซื้อมาจาก KINDLE AMAZON
- IKIGAI เป็นสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ไปค้นพบว่าเป็นสิ่งที่คนโอกิน่าที่ขึ้นชื่อว่ามีอายุยืนที่สุดสุขภาพกายใจดีที่สุดในโลกจะบอกว่ามี IKIGAI ทุกคน มันมีหน้าตาอย่างนี้ เป็นฝรั่งไปวิจัยสรุปมา

3. ข้อสังเกตุที่ผมเจอมาทุกเล่มเท่าที่อ่านมาถึงสองสามเดือนหลังนี้ไม่มีเล่มไหนเขียนโดยคนโอกินาว่า
4. ในญี่ปุ่นเองความเข้าใจเรื่อง IKIGAI ก็ไปคนละทาง..บางกลุ่มเชื่อเป็นเพียงการวางแผนหลังเกษียณเท่านั้น... บางคนคิดว่าเพื่อครอบครัวบางคนทำเพื่อกลุ่มของตนเองทำเพื่อบริษัท.. แล้วไหงฆ่าตัวตายเยอะจัง อายุก็ไม่ยืนหรือมีสุขภาพจิตดีอย่างคนโอกินาว่า
5. จริงๆมันมีอย่างอื่นประกอบอีกเช่นอาหารหรือประเพณี
6. ไม่เท่านั้นตัวอย่างเรื่องคนมี IKIGAI กลายเป็นคนในถิ่นอื่นไม่ใช่โอกินาว่าเช่นจิโร่เชพซูชิไม่ใช่คนโอกินาว่า
7. อาจารย์ผมเพื่อนผมที่ไปโอกินาว่าบอกว่าคนที่นั่นไม่รู้จักวงจรข้างบนแต่ก็บอกว่าเท่าที่ดูมีอะไรสอดคล้องกับรูปที่ฝรั่งคิดมา
8. แล้วจะเชื่อใคร ...ลองถามตัวใจตัวเองลองสืบค้นเท่าที่ดูน่าจะมีความสอดคล้อง ... ล่าสุดผมทำ Workshop ด้านสาธารณสุขมีคนเจอคนสูงอายุในขอนแก่นที่ยังขายพริกทำอะไรด้วยตนเองแข็งแรงมากอายุ 80 ฟันไม่ผุไปถามว่าทำไมยังทำอยู่ท่านบอก “อยากให้ลูกค้าได้กินพริกดีๆ” นี่เข้า Concept เป๊ะ เอาสิ่งที่หลงใหลไปแก้ปัญหาคนอื่นให้ได้พริกดีๆแล้วเป็นอาชีพเลยใช้ชีวิตอย่างมีความสุข
9. ไปทำเรื่องการเงินในโรงงานปรากฏว่าคนที่เงินเดือนสูงก้าวหน้าในอาชีพและทุกคนรัก...จะเป็นประเภทมี passion เจาะลึกมีความรู้และชอบช่วยเหลือคนอื่น...คล้ายๆ IKIGAI
10. ยังไม่พอครับ ผมทำ Appreciative Inquiry Workshop เรื่องการสร้างแรงบันดาลใจ คือบริษัทที่ผมไปพนักงานบอกว่าไม่ค่อยมีแรงบันดาลใจ พอถามเขาว่าตอนที่มีแรงบันดาลใจมากที่สุดเกิดอะไรขึ้น ทั้งหมด บอกว่าการได้ช่วยเหลือคนอื่น ..หรือการพัฒนาตนเองจนสามารถไปช่วยคนอื่นได้ ..เข้าแนว IKIGAI มว๊าก...
10 .ผมเลยอนุมานว่าวงจร IKIGAI ที่เห็นน่าจะใช้ได้
11. ผมลองเอามาใช้มาสองสามปีเจอลูกศิษย์หลายคนที่ค้นพบตัวเองทำให้สามารถสร้างธุรกิจจนไปไกลกว่าเดิมในเวลาที่รวดเร็วแถมมีความสุขใจที่ได้ทำ ..ผมเลยเชื่อว่าวงจรนี้ใช้ได้จริงแน่นอน
12. แต่ IKIGAI เป็นเพียงทิศทางในชีวิตบางคนมีอะไรที่ไกล้เคียงอยู่แล้วก็ต่อยอดไปได้เลยแต่บางคนอาจเจอแค่รางๆส่วนหลังจะมากกว่า .. ต้องใช้เครื่องมืออื่นช่วย
13. เครื่องมืออื่นๆที่ช่วยได้ดีมากๆของผมคือ Appreciative Inquiry คนอื่นอาจเป็น Coaching แล้วแต่ถนัด ถ้าจะพัฒนาต่อยอดไปเป็นอาชีพต้องผสมเช่น Business Mode Canvas จะช่วยได้มากที่สำคัญคือทำจริงๆ ...ถ้าเขาไม่ทำ...ก็คิดใหม่ได้เลย เพราะไม่ใช่ IKIGAI เพราะฉะนั้นคนสอนต้องรู้จักเครื่องมืออื่นมาช่วยเติมเต็ม... หรือไม่ก็ต้องรู้ว่าจะส่งต่อไปที่ใคร..
มาหา IKIGAI กันครับ
- IKIGAI แปลว่า “สุขทุกวัน” เกิดจากการที่ผู้นั้นค้นพบความหลงใหลของตนเอง (Passion) แล้วเอาไปช่วยคนรอบข้างในวงกว้าง ...โดยมีอาชีพรองรับ
- ผู้สอนควรหา IKIGAI ของตัวเองให้เจอก่อนไปสอนคนอื่นลักษณะของการมี IKIGAIคือมันเกิดความดื่มด่ำกับสิ่งที่ทำสนุกที่จะทำไม่หยุดไม่รู้สึกว่างานเป็นงาน
- เมื่อเริ่มสอนผมจะถามก่อนว่า “ในห้องเรียนนี้ช่วยบอกสิว่าแต่ละวันเหตุผลที่ท่านตื่นมาท่าตื่นมาเพื่อนอะไร ...” จะได้คำตอบหลวมกว้างๆเช่นตื่นมาเพื่อทำหน้าที่ให้ดีที่สุดตื่นมาเพื่อลูก ..เกิดมาเพื่อใช้กรรม...
- จากนั้นผมจะเปิด Clip IKIGAI ที่สัมภาษณ์จากปากคน OKINAWA ผมมักใช้ Clip นี้สอนตอนเปิดตัวโดยตรง...
5. เชิญชวนให้ชั้นเรียนช่วยกันถอดบทเรียน ...ก็จะพบว่าคำตอบต่างจาก workshop แรกคือคนโอกิน่าว่าจะมีทิศทางชัดเจนเช่นตืนมาเพื่อเฝ้ามองการเติบโตของลูกศิษย์พ่อค้าบอกตื่นมาเพื่อทำให้ลูกค้ามีความสุข
6.ลองให้เขาเปรียบเทียบจะเห็นคล้ายๆทุกครั้งที่ทำคือคนไทยตื่นมาเพื่อทำอะไรให้ตนเองเพื่อครอบครัวเป็นเหตุผลกว้างๆ แต่คนโอกินาว่าจะตื่นมาด้วยเหตุผลที่เป็นการให้คนอื่นในสังคมและมีทิศทางชัดเจนว่าทำอะไรให้ใคร ...
7.บอกเขาต่อว่าจะดีไหมถ้าเราคิดแบบโอกินาว่า ..เพราะแต่ะคนทำเพื่อคนอื่นสังคมน่ารักมากๆ ...พ่อค้าทำเพื่อให้ลูกค้ามีความสุขผมเองอยากให้เกิดอย่างนี้เพราะที่คุยมาในสายธุรกิจไม่ค่อยเห็นนักธุรกิจไทยทำอะไรแบบนี้ .. ครูจำนวนมากก็เอาแต่ปั้นเด็กเก่ง
8. แต่ผมก็บอกว่าผมก็เคยเจอคนไทยแบบนี้ทั้งนักธุรกิจครูแต่ไม่มากอยากให้เป็นอย่างนี้สักล้านคน
9. เข้าเรื่องเราก็พาหา IKIGAI มาดูรูปที่ลูกศิษย์ผม ขุนพลทำให้ง่ายขึ้น

10. การหา IKIGAI เริ่มจากดูวงจรนะครับ ...ถามก่อนว่ารักอะไร รักแปลว่าคุณคิดถึงสิ่งนั้นเป็นพิเศษ เช่นถ้าคุณรักการศึกษาคุณจะทนไม่ได้ที่เห็นใครทำไม่ดีกับการศึกษา ถ้าคุณรักความยุติธรรมคุณจะทนไม่ได้ที่ในองค์กรไม่มีความยุติธรรมถ้าคุณรักความสะอาดคุณจะทนเห็นความไม่เป็นระบบระเบียบในบ้านเมืองในองค์กรไม่ได้ ... .ให้เขาบอกมาสักสามเรื่องแล้วให้เลือกเรื่องที่เขารักที่สุด
11. จากเรื่องที่รักเชื่อมโยงไปสิ่งที่โลกต้องการเริ่มจากให้เขาลองเชื่อมหาปัญหาที่เขาเจอเมื่อคิดถึงสิ่งที่รัก ... เช่นลูกศิษย์ผมคุณนิพนธ์รักความยุติธรรม เห็นปัญหาเลยว่าตอนที่เป็นเซลล์ขายหลังคาเหล็กคู่แข่งหลอกลูกค้าเอาของไม่ได้คุณภาพไปขายโดยเฉพาะหลังคาเหล็กที่มักหลอกความหนา ...คุณนิพนธ์เลยคิดว่า...ไม่มีใครในโลกอยากถูกหลอกเพราะฉะนั้นสิ่งที่ลูกค้าต้องการคือร้านขายหลังคาเหล็กที่ซื่อสัตย์ไม่นานคุณนิพนธ์ก็เปิดร้านหลังคาเหล็กตรารถถังโดยมี Mission สำคัญคือไม่โกงความหนา..ทุกครั้งขายหลังคาเหล็กก็จะให้ลูกน้องวัดความหนาให้ลูกค้าดู ตอนนี้บริษัทลูกศิษย์ผมเข้าตลาดหลักทรพย์ไปแล้ว...
12.จากนั้นให้เริ่มเข้ามาหาความเก่ง..เก่งเป็นอะไรที่เรียกว่คุณมีทักษะ ...ทักษะนั้นวัดง่ายๆคือมักมีคนมาปรึกษาคุณขอให้คุณช่วยน่าแสดงว่าคุณมีทักษะเช่นผมรักวิชา Appreciative Inquiry นี่ครับแต่ผมมีทักษะการสอนผู้ใหญ่ (ป.โท) ขึ้น
13. เอาทักษะกับความรักมาผสมกันจะได้ Passion หรือความหลงใหลของผมก็คือ Appreciative Inquiry+การสอนผู้ใหญ่นั่นคือการสอน Appreciative Inquiry ให้ผู้ใหญ่ ..
14. เอา Passion มามองหาอาชีพอาขีพอะไรที่จะทำให้คุณได้ใช้ Passion ได้อยู่กับ Passion ของคุณแบบสุดเหวี่ยงได้ลงลึก ...
15. อาชีพมีสองแบบเป็นลูกจ้างกับเถ้าแก่... ถ้าคุณอยากรับผิดชอบชอบบริหารคนต้องไปยุ่งกับเรื่องเงินและความเสี่ยงก็มุ่งไปเปิดร้านครับ ...นิพนธ์ไม่ชอบเป็นลูกจ้างใครก็ไปเป็นเถ้าแก่เปิดร้านขายหลังคาเหล็กตรารถังผมเองไม่ชอบเป็นเถ้าแก่ก็ไปเป็นลูกจ้าง
16. ถ้าเป็นลูกจ้างก็มีสองแบบอยากทำในองค์กรที่เขากำหนดนโยบายหรืออิสระหน่อย ถ้าอยากอิสระก็อาจารย์ผมเลือกมาเป็นอาจารย์..
17 .คราวนี้มีเงื่อนไขถ้าเป็นอาจารย์คุณก็ไปเรียนป.เอกก่อน ..ไม่งั๊นสอนมหาลัยไม่ได้ถ้าเป็นครูเป็นหมอทนายพยาบาลก็ต้องไปได้ในอนุญาตกก่อนกลุ่มนี้เขาเรียก Profession แต่ถ้าเป็นเถ้าแก่หรืออาชีพอื่นเช่นพนักงานขายไม่ต้องครับนั่นเรียกว่า Vocation

18.เมื่อได้ครบแล้วก็เอามาเขียนเป็นคำพูดว่าคุณเกิดมาเพื่ออะไร...
19. ใช้โครงสร้างง่ายๆคือผม/ดิฉันชื่อ....ตื่นขึ้นมาแต่ละวันเพื่อเอาความหลงใหลเรื่อง...ไปช่วยแก้ปัญหาที่โลกต้องการคือ....โดยประกอบอาชีพเป็น....
20.ของผมคือ...ผมนายภิญโญตื่นขึ้นมาแต่ละวันเพื่อเอาความหลงใหลเรื่องการสอน Appreciative Inquiry ให้ผู้ใหญ่ ...ไปช่วยแก้ปัญหาที่โลกต้องการคือ..ให้คนไทยคิดบวก (คิดคุยต่อยอดไม่ใช่คิดคุยแบบติดลบตัดตอน) ..โดยประกอบอาชีพเป็น....อาจารย์ MBA
21. ตอนหลังผมย่อสั้นๆคือเกิดมาเพื่อทำให้ Appreciative Inquiry เป็นภาษาที่สองของคนไทย
22. ภายหลังผมประยุกต์ใช้เอา Tarot Card มาช่วยหา IKIGAI วันหลังผมจะสาธิตให้ดูครับ ผมใช้ Roots of Asia ...จริงๆ ใช้อะไรก็ได้ แต่ การ์ดชุดนี้เหมาะกับผู้ใหญ่ เด็กจะดูไม่ค่อยออก ใครทำเกี่ยวกับเด็กลองหาวิธีการที่เหมาะกับเด็กดูนะครับ

หลังการทำ IKIGAI
มันจะมีเรื่องที่เป็นความท้าทายตามาอีก ต้องแก้เป็นกรณีๆไป
1. ติดตามประเมินผล ว่าหลังจากนั้นเขาเปลี่ยนแปลงอย่างไร เกิดธุรกิจใหม่ไหม เกิดความสุข เห็นทางจริงๆ ไหม ริเริ่มอะไรจริงจังไหม เขาเปิดร้านเลยหรือเปล่า หรือเปิดไปได้ไปสักพักแล้วมีปัญหาอะไรไหม ถ้ามีมาหาทางออกกัน
2. ถ้าไม่เจออะไรที่ใช่เลย อาจเป็นเพราะเจ้าตัวมีนิสัย ทำอะไรก็ไม่เจาะลึกเป็นงานอดิเรกแต่ก็ไม่จริงจังอาจต้องเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมไปหาคนกลุ่มใหม่เรียนอะไรใหม่ๆจะมีโอกาสเจอครับผมเองเจอ Appreciative Inquiry จากการไปเรียนป.เอกครับ
3. เด็กๆจะยังไม่ชัดให้หา Hero ให้เข้าหาบุคคลต้นแบบที่สร้างประโยชน์ให้สังคมมาแชร์อาจช่วยจับทางเขาได้
4. ผมถนัดเฉพาะผู้ใหญ่ถ้าเด็กๆก็ต้องลูกศิษย์ผม Coach Net จะเก่ง
5. แต่แม้เจอแล้วก็จะมีปัญหาตามมาจะเปลี่ยนเป็นธุรกิจได้อย่างไร ...ครับ ..ต้องสอนอย่างอื่นเพิ่มเช่น Business Model Canvas, Design Thinking หรือ Lean Canvas มาช่วย
6. แนะนำหาต้นแบบของคุณจะเป็นวิธีง่ายๆผมเองยึดต้นแบบคือดร.วรภัทร์ภู่เจริญท่านก้าวเดินอย่างไรผมก็ทำตาม..กระทั่งไปบวชวัดเดียวกันท่านคือวัดหลวงพ่อกล้วย ท่านเผยพร่ความรู้อย่างไรผมก็ทำตามท่าน
7.ลองหาที่ปรึกษารอบตัวมาช่วยเอาเพื่อนๆเช่น Marketing นักธุรกิจที่มี Connection มาช่วยมองงานคุณ
8. คุณต้องทดลองสอนไปเรื่อยๆเก็บ case ตามติด ..บาง case ของผมใช้เวลาสองปีกว่าจะเจอพอเจอก็ต้องต่อยอดด้วย Business Model Canvas
9.บางคนเจอแต่แรกเช่นไปช่วยส่งเสริมชาวบ้านทำกล้วยตากกว่าจะยกระดับจนส่งออกได้ก็ใช้เวลาสองปีกว่า
10.ทำมากๆขณะเดียวกันต้องคอยสังเกตใครก็ได้ในโลกที่ดูมี IKIGAI ตามศึกษาเก็บมาเป็นตัวอย่าง
11.ถ้ามีเวลาไปศึกษาศาสตร์ Positive Psychology ศึกษาอะไรที่ไกล้เคียงกับ IKIGAI ในเชิงจิตวิทยานั่นคือเรื่อง Meaning และ Purpose ผมไปเรียนมาสองที่เจ๋งมากๆจะทำให้คุณแน่นขึ้น
12. หากอยากทำ Coach ก็ไปเรียน Coach เพิ่ม เอามาผสมกันครับ
13. สำหรับสายโค้ช ผมพบว่า Relationship Wheel กับ Scaling นี่แหละครับ ช่วยต่อยอดหลังการทำ IKIGAI ได้มาก
แนวโน้มในไทยและทั่วโลก
1. Denso International ทำในระดับโลก บริษัทสัญชาติญี่ปุ่นแห่งนี้ น่าจะเป็นบริษัทแรกๆ ที่เริ่มเอา IKIGAI มาใช้ในการหา Career Path ให้พนักงานทุกคน .. ทำทั้งโลกเลย ผมสอนให้ Denso ในประเทศไทย คนญี่ปุ่นเขาก็ให้คนญี่ปุ่นมาสอน
2. SENA Development ถึงขั้นเอาแนวคิด ประเพณีแบบ IKIGAI การกินอยู่ มาออกแบบโครงการ Piti เป็นคอนโดแนวคิด IKIGAI ที่นี่ผมก็ไปสอนผู้บริหารพนักงานให้ค้นหา IKIGAI ...ผมว่าที่นี่ไปไกลสุด

3. MD โรงงานลูกศิษย์ของผมคุณธนู คนนี้จบจุฬา ตอนนี้เอา IKIGAI มาใช้ในการหา Sucession Plan ปรากฏว่าได้ผลมาก ..IKIGAI น่าจะไปไกลในเรื่องนี้ ตอนนี้พี่ธนูไปสอนที่จุฬาต่อ น่าจะเห็นอะไรก้าวกระโดดมากขึ้นเรื่อยๆ
4. มีงานวิจัยในมหาลัยเกิดขึ้น เป็นของโค้ชต้อลูกศิษย์ผม ติดตามการเผยแพร่ผลงานได้เร็วๆนี้
5. ในมหาวิทยาลัยตอนนี้เริ่มมีสอน ผมเองอบรมอาจารย์ใหม่ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นก็สอน IKIGAI ให้อาจารย์ใหม่
6. วงการโค้ชค่อนข้างตื่นตัว ผมว่าจะขยายตัวอีกมากครับ อาจารย์วรภัทร์ก็จับเรื่องนี้ครับ
7. สรุปโลกตื่นตัวเรื่องนี้มากขนดในวง Appreciative Inquiry ในงานประชุมระดับโลกปีสองปีที่แล้ว ก็มีพูดถึง IKIGAI
8. แสดงว่า IKIGAI จะไปไกลมากๆ
ุ
นี่ครับประสบการณ์ผมมีใครอยากถามอะไรยินดีครับจัดได้เลยผมจะตอบเพิ่มให้เรื่องนี้ต้องเอา Case มาคุยเรื่อยๆครับ
วันนี้พอเท่านี้เพียงเล่าให้ฟังลองเอาไปพิจารณาดูนะครับ
บทความโดย
ดร.ภิญโญ รัตนาพันธุ์
Note:
- สื่อการสอนของผม Clip ดูที่นี่ https://www.youtube.com/playli...
- บทความที่เคยเขียนมาดูที่นี่ https://www.gotoknow.org/posts...
- หนังสือใน amazon ดูได้ที่นี่ มีเยอะขึ้นเรื่อยๆ แต่กรณีศึกษาเดิมๆ https://www.amazon.com/s/ref=n...
- หลักสูตรที่ผมไปเรียนมามีสองหลักสูตร Langley Institute สอน Positive Psychology ทฤษฎี+ปฏิบัติจริง ทำ Project 1 ปี จบแล้วได้ Diploma รับรองโดย British Psychological Society ดูที่ https://langleygroupinstitute.com/ อีกตัว Positive Psychology Products the Netherland สอนเรื่่อง Meaning and Purpose โดยเฉพาะ นี่คือ IKIGAI แบบฝรั่ง หลักสูตร สั้นๆ https://positivepsychologyproducts.com/meaning-valued-living/
- ลูกศิษย์ผมที่ทำ IKIGAI Coach เก่งๆในกลุ่มที่ผมไม่ถนัดวัยรุ่นต้องเป็นโค้ช Net ติดตามเขาได้ที่นี่ https://web.facebook.com/thamm... ส่วนผู้หญิงต้องโค้ชต้อ ติดต่อโค้ชต้อได้ที่นี่ https://www.facebook.com/sasi....
- FB กลุ่ม IKIGAI School เป็นของผม ท่านสามารถติดตามเทคนิค Tip การสอน IKIGAI หรืออะไรที่ผมคิดว่าน่าจะเกี่ยวกับเรื่องนี้ ได้ที่นี่ครับ https://www.facebook.com/Ikiga...
ในขณะที่เรากำลังพูดและเผยแพร่แนวคิด ikigai ของญี่ปุ่น สิ่งที่เป็นผลพลอยได้สำหรับญี่ปุ่น คือ สามารถขายนวัตกรรมเชิงแนวคิด นวัตกรรมที่ไร้รูปร่างแต่ทรงพลังและมูลค่าทางเชิงเศรษฐกิจ สังคมญี่ปุ่น สามารถนำแนวคิดทางปรัชญาหรือแนวความคิดดั้งเดิม มาปรับเปลี่ยนรูปร่าง หน้าตา หรือเปลี่ยนคำใหม่ ภาษาการตลาดคงเรียกว่าการ repackage
ในทางกลับกันเมื่ออ่านเอกสารภาษาญี่ปุ่น จะพบว่า ikitai ได้รับอิทธิพลทางปรัชญามาจาก มรรค 8 เมื่อพิจารณาก็จะพบว่าทั้ง 8 ประเด็นของ ikigai สอดคล้องในทำนองเดียวกันกับมรรค 8
ประเด็นที่ผมจะพูด คือ ทำไมเราก็มีแนวคิดมรรค 8 เช่นกัน แต่เหตุใดเราไม่สามารถจะจับสิ่งที่เรามีอยู่นี้มาเล่นและขายเป็นนวัตกรรมเช่นเดียวกับ ikigai
สิ่งที่ต่างกันคือ ค่านิยมทางสังคม ที่เราให้คุณค่าเรื่องแนวคิดทางพระพุทธศาสนา ว่าเป็นสิ่งสูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ จนเมื่อมีใครก็ตามเเตะต้องก็จะกลายเป็นผู้ทำลายศาสนาไปโดยปริยาย
ญี่ปุ่นกลับมองสิ่งที่อยู่ ให้เข้าถึงความทันสมัยและสามารถปรับตัวตามกาลเวลา ที่สำคัญสามารถขายและเกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยแผงการเผยเเพร่ความคิดของญี่ปุ่นไปด้วยในตัว
กล่าวโดยสรุป ikigai ไม่ต่างอะไรกับมรรค 8 แต่ikigai มาจาก ญี่ปุ่น เป็นของนอก มาจากประเทศที่เจริญ กลุ่มโลกที่ 1มรรค 8 มาจาก พุทธศาสนา เป็นของภายในประเทศ คำฟังดูเข้าใจยาก และเป็นของศักดิ์สิทธ์ จับต้องยาก
ขอบแสดงความคิดเห็นด้วยใจคารวะ
IKIGAI น่าจะเหมือนกับประเพณีไทยในบางท้องถิ่นที่คนไทยเองอาจไม่รู้จัก ลูกศิษย์ในบริษัทญี่ปุ่น เคยเอาไปเสนอนายญี่ปุ่น ในที่ประชุมที่มีคนญี่ปุ่นมากๆ คนญี่ปุ่นไม่รู้จัก IKIGAI นี่เห็นชัดว่าเยอะมากๆ
เรื่องนี้ดูๆ จะเป็นความอยากรู้อยากเห็นของนักคิดไม่ว่าจะเป็นฝรั่งหรือคนไทยมากกว่า ที่พยายามหาแนวคิดอะไรก็ได้ จากชาติไหนก็ได้มาแก้ปัญหาชีวิต
ถ้าจะมองในทางศาสนา ผมเองมองว่า iKIGAI คล้ายๆ กับอิทธิบาท 4 และการมี IKIGAI ไม่ได้หมายความว่าคุณจะมีความ พวกนี้เป็น Model โลกๆ ครับ น่าจะทำให้เราได้มีโอกาสมีสัมมอาชีวะเท่านั้น ถ้าจะมงคลชีวิตก็เรียกว่า เลี้ยงชีพชอบและมีศิลปะเท่านั้น คงเชื่อมได้ประมาณนี้ ไม่มาก
ผมเองเวลาสอนจะแยกสมมติและวิมุมติออก เพราะ Model แบบนี้มันสัมพันธ์กับบางส่วน แต่ไม่ทั้งหมด …ดูแล้วหลักคำสอนศาสนาพุทธจะครอบคลุมลึกทุกมิติกว่า ..
แนวคิดแบบพุทธแบบไทย ตอนนี้ผมไปเจอที่อังกฤษ ในหลักสูตร Positive Psychology สอนเจริญสติเลย คล้ายๆ บ้านเรา ทางพุทธเราไม่ธรรมดาหรอกครับ เราก็มีดี มีคนอยากรู้อยากเห็น ดึงของดีๆมางพุทธ เราไปใช้ครับ
เช่น Thoery U เป็นคนยิวคิด..นี่เอามาจากพุทธมหายาน ..บอกไว้ที่คำนำเลยว่าได้แรงบันดาลใจจากสมถภาวนา ผมสอนตัวนี้ จะเฉลยตอนท้ายว่าเป็นสมถะ แต่ถ้าพูดก่อนรับรองคนต้าน..
จริงๆ ผมว่าคนไทยมีปัญหาเรื่องการพูดแบบลดทอนมากกว่า ชอบพูดว่าที่คุณพูดน่ะดี แต่ว่า (Yes but)…หาทางลดทอน เราไม่ค่อยมีคนพูดว่า ใช่เลย หาทางมาต่อยอดกัน (Yes and..)ผมว่าเป็นปัญหาทางวัฒนธรรมมากกว่า.. ที่ทำให้ยากที่จะพูดอะไร หรือถ่ายทอดความรู้กัน เราเป็นสังคมอุดมนักติ ไม่ใช่สังคมนักคิดมากนัก
ถ้าคนไทยจะพัฒนาเอาแนวคิดพุทธศาสนามาใช้แทนจริงๆ ดึงมาสอนก็ได้ แต่อย่างว่าไม่ง่ายอย่างที่คุณบอก แต่มีคนทำได้ คนที่เป็นต้นแบบจริงๆ คือดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ ลองตามงานของท่านดู น่าจะเนียนและดีที่สุดตอนนี้
ส่วนใหญ่ถ้าผมสอนจะบอกของผมเป็นแบบโลกๆ นะ แล้วผมจะส่งต่อไปดร.วรภัทร์ ไปเลย
ผมเองยังต้องพัฒนาตนเองอีกมากๆครับ
รอการพัฒนาอีกนิดครับ