IKIGAI น่าจะเหมือนกับประเพณีไทยในบางท้องถิ่นที่คนไทยเองอาจไม่รู้จัก ลูกศิษย์ในบริษัทญี่ปุ่น เคยเอาไปเสนอนายญี่ปุ่น ในที่ประชุมที่มีคนญี่ปุ่นมากๆ คนญี่ปุ่นไม่รู้จัก IKIGAI นี่เห็นชัดว่าเยอะมากๆ

เรื่องนี้ดูๆ จะเป็นความอยากรู้อยากเห็นของนักคิดไม่ว่าจะเป็นฝรั่งหรือคนไทยมากกว่า ที่พยายามหาแนวคิดอะไรก็ได้ จากชาติไหนก็ได้มาแก้ปัญหาชีวิต

ถ้าจะมองในทางศาสนา ผมเองมองว่า iKIGAI คล้ายๆ กับอิทธิบาท 4 และการมี IKIGAI ไม่ได้หมายความว่าคุณจะมีความ พวกนี้เป็น Model โลกๆ ครับ น่าจะทำให้เราได้มีโอกาสมีสัมมอาชีวะเท่านั้น ถ้าจะมงคลชีวิตก็เรียกว่า เลี้ยงชีพชอบและมีศิลปะเท่านั้น คงเชื่อมได้ประมาณนี้ ไม่มาก

ผมเองเวลาสอนจะแยกสมมติและวิมุมติออก เพราะ Model แบบนี้มันสัมพันธ์กับบางส่วน แต่ไม่ทั้งหมด …ดูแล้วหลักคำสอนศาสนาพุทธจะครอบคลุมลึกทุกมิติกว่า ..

แนวคิดแบบพุทธแบบไทย ตอนนี้ผมไปเจอที่อังกฤษ ในหลักสูตร Positive Psychology สอนเจริญสติเลย คล้ายๆ บ้านเรา ทางพุทธเราไม่ธรรมดาหรอกครับ เราก็มีดี มีคนอยากรู้อยากเห็น ดึงของดีๆมางพุทธ เราไปใช้ครับ

เช่น Thoery U เป็นคนยิวคิด..นี่เอามาจากพุทธมหายาน ..บอกไว้ที่คำนำเลยว่าได้แรงบันดาลใจจากสมถภาวนา ผมสอนตัวนี้ จะเฉลยตอนท้ายว่าเป็นสมถะ แต่ถ้าพูดก่อนรับรองคนต้าน..

จริงๆ ผมว่าคนไทยมีปัญหาเรื่องการพูดแบบลดทอนมากกว่า ชอบพูดว่าที่คุณพูดน่ะดี แต่ว่า (Yes but)…หาทางลดทอน เราไม่ค่อยมีคนพูดว่า ใช่เลย หาทางมาต่อยอดกัน (Yes and..)ผมว่าเป็นปัญหาทางวัฒนธรรมมากกว่า.. ที่ทำให้ยากที่จะพูดอะไร หรือถ่ายทอดความรู้กัน เราเป็นสังคมอุดมนักติ ไม่ใช่สังคมนักคิดมากนัก

ถ้าคนไทยจะพัฒนาเอาแนวคิดพุทธศาสนามาใช้แทนจริงๆ ดึงมาสอนก็ได้ แต่อย่างว่าไม่ง่ายอย่างที่คุณบอก แต่มีคนทำได้ คนที่เป็นต้นแบบจริงๆ คือดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ ลองตามงานของท่านดู น่าจะเนียนและดีที่สุดตอนนี้

ส่วนใหญ่ถ้าผมสอนจะบอกของผมเป็นแบบโลกๆ นะ แล้วผมจะส่งต่อไปดร.วรภัทร์ ไปเลย

ผมเองยังต้องพัฒนาตนเองอีกมากๆครับ

รอการพัฒนาอีกนิดครับ