เนื่องจากวันจันทร์ที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๖๑ ผมไปพูดให้แก่บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สาวน้อยทำความตกลงกับคุณผ่องใส ประเสริฐกุลวงศ์ ไปเที่ยวหาดใหญ่อีก โดยเราไปล่วงหน้า ๑ วัน คือเดินทางวันอาทิตย์ที่ ๙ เที่ยว ๑ วัน แล้วพักที่ M1 Residence (074-261061, 095-440-0969) ของคุณผ่องใส ตามที่ลงบันทึกที่ (๑) แต่คราวนี้คุณผ่องใสบอกว่าจะพาไปเที่ยวสตูล
ผมตัดสินใจนั่งเครื่องบินจากดอนเมือง เพราะสาวน้อยเดินไม่คล่องจากโรคทางสมอง เครื่องบินออก ๖.๔๕ น. ทำให้เราต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่ และนั่งแท็กซี่ไปดอนเมือง ตามปกติสาวน้อยจะตื่นราวๆ ๖ โมง การที่ต้องตื่นเช้า และเปลี่ยนวิถีชีวิตไปจากเดิมนิดๆ หน่อยๆ ก่อความเครียดให้แก่สาวน้อย เพราะสมองของเธอเสื่อมลงไป อาการของความเครียดคือหลงๆ ลืมๆ หรือสับสนมากขึ้น
เครื่องบินลงที่สนามบินหาดใหญ่ ๘.๑๐ น. คุณผ่องใสกับคุณเยาวนิจเพื่อนร่วมงานสมัยทำงานที่ มอ. ไปรับ ทั้งสองคนอยู่ในวัยใกล้ ๗๐ คุณผ่องใสบอกว่า ไปกินอาหารเช้าที่ร้านโชคดีแต่เตี้ยมกันก่อน ร้านนี้เป็นแต่เตี้ยม (หรือติ่มซำ) อันดับหนึ่งของหาดใหญ่ (๒) ร้านอยู่สองฟากถนนละม้ายสงเคราะห์ คนแน่นขนัด ตั้งแต่ในร้าน ออกมายืนรอที่หน้าร้าน ส่วนใหญ่เป็นคนมาเลย์ อาหารอร่อยสมคำเล่าลือ ตอนจ่ายเงินคุณเยาวนิจแย่งจ่าย เจ้าของร้านคิดเพียง ๓๐๐ บาท คุณเยาวนิจบอกว่าเป็นราคาของคนรู้จักสนิทสนมกัน
หลังจากไปเข้าห้องน้ำที่ M1 Residence เราก็ออกเดินทางไปสตูล โดยคุณผ่องใสเป็นโชเฟอร์ตามเคย โดยเมื่อเราออกเดินทาง เวลาก็ล่วงเข้าไป ๑๐.๓๐ น. เข้าไปแล้ว
คุณผ่องใสบอกว่า นัดคุณหมอ (รศ. ทญ.) สุพิศ จึงพาณิชย์ ไว้ เธอจะพาขึ้นรถของคุณหมอพาไปเที่ยวชมพื้นที่ คุณหมอสุพิศ เป็นทันตแพทย์ และเรียนฝึกเป็นแพทย์เฉพาะทางด้านพยาธิวิทยา สมัยผมทำงานที่ มอ. เราเป็นเพื่อนร่วมงานกันที่ภาควิชาพยาธิวิทยา คณะแพทยศาสตร์ และเมื่อมีการก่อตั้งคณะทันตแพทยศาสตร์เธอโอนย้ายไปสังกัดคณะนั้น และสมัครเกษียณอายุราชการเมื่อรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริม เพราะทางบ้านที่สตูลต้องการให้ไปดูแลธุรกิจของครอบครัว ตอนนี้ถือได้ว่าเธอเป็นผู้นำชุมชนคนหนึ่งของสตูล เพราะเป็นคนที่มีวุฒิภาวะสูงในทุกด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านความเป็นผู้เห็นแก่ส่วนรวม
เราไปถึงโรงแรมสินเกียรติของคุณหมอสุพิศเวลาเลยเที่ยงไปแล้ว หลังแวะเข้าห้องน้ำ เราขึ้นรถตู้ของคุณหมอสุพิศ ไปยังบ้านตันหยงโป ซึ่งสมัยก่อนเป็นเกาะ เวลานี้เป็นแหลม (๓) เรานั่งรถไปตามถนนที่สองข้างเป็นป่าชายเลนสมบูรณ์มาก หมอสุพิศอธิบายว่าสมัยก่อนสตูลเป็นแหล่งตัดไม้โกงกางจากป่าชายเลนเผาถ่านส่งออกไปมาเลเซีย รัฐบาลชวน (เข้าใจว่า ปี ๒๕๓๕) ออกกฎหมายห้ามตัดไม้ชายเลนและมีการบังคับใช้เข้มงวดมาก ทำให้เวลานี้ป่าชายเลนสมบูรณ์มาก และช่วยให้อาหารทะเลอุดมสมบูรณ์ขึ้นด้วย
เราใช้เวลานั่งรถนาน เพราะในหาดใหญ่รถติดมาก คุณผ่องใสอธิบายว่า เดี๋ยวนี้การจราจรในหาดใหญ่วันเสาร์อาทิตย์โกลาหลกว่าวันราชการ เพราะในวันหยุดคนจากต่างจังหวัดโดยรอบขับรถพาลูกเข้าไปกวดวิชาที่หาดใหญ่ ลูกไปกวดวิชา พ่อแม่ไปศูนย์การค้า
หมอสุพิศชวนหมอสุวัฒน์ กนกพูนสิน แพทย์ มอ. รุ่น ๓ มาร่วมต้อนรับสาวน้อยกับผมด้วย เพราะสมัยเป็นนักศึกษาแพทย์ หมอสุวัฒน์สนิทกับเรามาก แต่หลังเรียนจบแล้วไม่เคยพบกันเลย หมอสุวัฒน์เป็นหมอศัลยกรรมกระดูก และทำงานที่สตูลตลอด จนเกษียณก็ยังอยู่ทำงานแบบอาสาสมัคร เธอเป็นโสดและเป็นคนธรรมะธัมโม รวมทั้งเป็นคนที่ยังยึดมั่นอุดมการณ์เพื่อมวลชนเหมือนสมัยเป็นนักศึกษา
เราไปแวะที่หาดทรายยาว บ้านตันหยงโป ร้านบังมินซีฟู้ด (081 543 8609) (๔) ที่ร้านสร้างยื่นลงไปที่ชายหาด รับลมเย็นสบาย เรากินปูม้านึ่ง กุ้งแชบ๊วยนึ่ง ส้มตำไทย ส้มตำปูม้า และข้าวผัดปู อาหารอร่อยทุกอย่าง มื้อนี้คุณหมอสุวัฒน์แย่งเป็นเจ้ามือ
เดิมคุณหมอสุพิศจะพาขึ้นเขาโต๊ะพระยาวัง (๕) ไปดูวิว แต่เวลาไม่อำนวย จึงให้รถพาวนไปดูหมู่บ้านประมงที่แหลมตันหยงโป ที่มีท่าเรือพาไปชมวิวทะเล โดยเฉพาะอย่างยิ่งไปถ่ายรูปกับ “ทะเลแหวกสันหลังมังกร” (๖) ในช่วงน้ำลง แล้วพาไปชม “กูเด็น” หรือคฤหาสกูเด็น หรือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสตูล (๗) ซึ่งเมื่อเข้าไปเจ้าหน้าที่ก็บอกว่า เราเป็นผู้สูงอายุ เข้าชมฟรี เราเพิ่งไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี ที่จัดดีมาก ทำให้พิพิธภัณฑ์กูเด็นด้อยลงไป แต่เรื่องราวของพระยาภูมินารถภักดี (ตนกูบาราฮุดดิน บิน กูแมะ) เจ้าเมืองสตูล พ.ศ. ๒๔๓๙ – ๒๔๕๒ ให้ความรู้มาก ท่านเป็นต้นสกุล บินตำมะหงง ที่รัชกาลที่ ๖ พระราชทาน
จากคำอธิบายของคุณหมอสุพิศ ทำให้ผมทราบว่าสตูลเป็น อุทยานธรณีโลก (UNESCO Geopark) (๘) ได้รับยกย่องเมื่อปี ๒๕๖๐ นี่เอง เป็น “สินทรัพย์” อย่างดี ต่อการส่งเสริมการท่องเที่ยว แต่เราก็มีจุดอ่อนที่ระบบราชการ ที่อ่อนแอ และไม่ซื่อสัตย์
กลับไปเข้าพักที่ M1 Residence เวลา ๑๗.๓๐ น. ในสภาพโทรม แบตหมด เราขอแวะซื้ออาหารเย็นง่ายๆ ไปกินที่ห้อง คุณผ่องใสไม่ยอม เธอไปซื้อข้าวต้มปลามาให้ที่โรงแรม เป็นข้าวต้มที่อร่อยมาก
เช้าวันที่ ๑๐ ผมออกไปเดินออกกำลังรอบๆ ที่พัก พบว่าอยู่ใกล้ๆ โรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่ และแถวนั้นมีร้านอาหารแบบข้าวแกงมากมาย ผมได้กลับไปซื้อข้าวต้มใบพ้อเอากลับมากรุงเทพด้วย สาวน้อยบอกว่าอร่อย
ช่วงเช้าวันที่ ๑๐ ที่ผมร่วมเสวนาเรื่องการเปลี่ยนแปลงบัณฑิตศึกษา ช่วง ๙.๐๐ - ๑๒.๐๐ น. นั้น คุณผ่องใสพาสาวน้อยไปช็อปปิ้ง ได้ของกินกลับมาเต็มกระเป๋า
วิจารณ์ พานิช
๑๐ ก.ย. ๖๑
1 หาดทรายยาว และร้านบังมิน
2 ถ่ายรูปก่อนกินปู
3 หาดทรายยาว ถ่ายไปทางทิศเหนือ
4 ร้านของฝากที่หาดทรายยาว
5 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสตูล
6 ภาพจำลองความเป็นอยู่ของชนเผ่าซาไกสมัยก่อน
7 ของใช้ในครัวเรือนสมัยก่อน ผมเกิดทัน






