จากการที่ออกนิเทศนักศึกษาบ่อยๆ พบว่า โรงเรียนส่วนมากมีจำนวนผู้เรียนลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดกลางและเล็ก สาเหตุเกิดจากจำนวนเด็กเกิดน้อยลง และการคมนาคมสะดวกทำให้ผู้ปกครองสามารถส่งลูกหลานไปเรียนในโรงเรียนทีมีชื่อเสียงในตัวเมืองและบางโรงเรียนโดยเฉพาะโรงเรียนเอกชนมีรถรับส่งนักเรียนถึงบ้าน ทำให้ส่งผลกระทบต่อโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในเขตชานเมืองและในหมู่บ้าน ซึ่งรัฐบาลต้องลงมาดูแลและโรงเรียนก็ต้องปรับตัวเปลี่ยนแปลง ซึ่งต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงลืมขนาดที่เคยมีนักเรียนจำนวนมาก ครูมาก ลืมความคิดที่จะทำโรงเรียนให้มีขนาดใหญ่และนักเรียนจำนวนมากๆ ไปเสียแล้วกลับมาเน้นที่จะทำให้โรงเรียนให้มีคุณภาพอย่างไร ขนาดและจำนวนที่เหมาะสมที่จะทำให้เกิดคุณภาพคือเท่าไร เป็นสิ่งที่น่าคิดน่าทำมากกว่าการมีนักเรียนหลายพันคนแต่ดูแลไม่ทั่วถึง ห้องหนึ่งไม่ควรเกิน 25 คน โรงเรียนหนึ่งน่าจะอยู่ระหว่าง400-500 คน ทำโรงเรียนให้จิ๋วแต่แจ๋ว(Small is beautiful) รัฐควรที่กล้าปรับโครงสร้าง (Restructuring)และลดขนาดลง(Downsizing) เพื่อให้มีความเหมาะสม สามารถบริหารจัดการได้อย่างคล่องตัวทั้งด้านงบประมาณ การจัดการเรียนการสอน การพัฒนาครู และการบริหารข้อมูล ซึ่งจะทำได้รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ผู้เขียนคิดว่าอีกไม่เกิน 5 ปีโรงเรียนขนาดใหญ่อาจได้รับผลกระทบ จากการปรับตัวของโรงเรียนขนาดเล็กหรือแนวคิดการบริหารแบบ small is beautiful ที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลอาจเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้