จำได้ว่าในสมัยเด็ก ๆ เวลาที่ตามพ่อไปโรงเรียน ซึ่งขณะนั้นพ่อดำรงตำแหน่งผู้บริหารโรงเรียน พอไปถึงโรงเรียนสิ่งที่ไม่ต้องการทำคือการไหว้ทักทายคนทั่วไปที่อยู่ในโรงเรียนเนื่องจากมีความรู้สึกว่าอายที่จะยกมือไหว้ทักทายใคร ๆ แต่ก็ต้องฝืนทำเนื่องจากเราเป็นลูกครู พ่อจะต้องบอกทุกครั้งว่าสวัสดีคนโน้นซิ สวัสดีคนนี้ซิ ในที่สุดก็ไม่ไปด้วยดีกว่าเพราะอายที่จะต้องคอยสวัสดี
                      
พอโตขึ้นได้เรียนที่วิทยาลัยพลศึกษาจังหวัดอ่างทอง เป็นนักศึกษารุ่นแรกของวิทยาลัย ซึ่งมีนักศึกษาทั้งหมด 101 คน เป็นชาย 81 คน เป็นหญิง 20 คน ทุกคนจะอยู่ในระเบียบวินัยของวิทยาลัยทุกประการ เริ่มจากการแต่งตัว ขณะเดินทางจากบ้านไปเรียนที่วิทยาลัยทุกคนต้องแต่ชุดนักศึกษา อยู่ในวิทยาลัยขณะเรียนภาคทฤษฎีจะต้องแต่งชุดนักศึกษา เรียนภาคปฏิบัติต้องเปลี่ยนชุดไปตามประเภทกีฬา พอเย็นก่อนกลับบ้านทุกคนต้องวิ่งรอบสนามเพื่อฝึกความอดทนทุกวันอย่างน้อยคนละ 10 รอบสนาม จะกลับบ้านต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนักศึกษาอีก ทำเช่นนี้ทุกวัน ตอนเช้า ทุกคนจะต้องทำความเคารพรูปพระพลบดีซึ่งชาวพลศึกษาถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทุกคนไม่ว่าจะเป็นอาจารย์ นักการภารโรง หรือแม่ค้าในวิทยาลัย และเพื่อนนักศึกษาด้วยจะต้องทักทายกันเมื่อพบกันครั้งแรกด้วยการสวัสดีก่อนกลับบ้านก็ต้องลากลับบ้านด้วยการกล่าวคำว่าสวัสดี เมื่อเข้าแถวเคารพธงชาติแล้วต้องปฏิญาณตน จำได้ตอนหนึ่งซึ่งยึดเป็นแนวปฏิบัติในการทำงานมาจนทุกวันนี้คือ “ทำอะไรทำจริง” ได้รับการฝึกฝนโดยไม่รู้ตัว 3 เรื่องคือ
 
             1.การไหว้ที่แต่ก่อนเคยอายแต่ถูกฝึกจนเข้าในสายเลือดทำได้เองโดยอัตโนมัติ

              2.การแต่งกายที่ถูกต้องตามกาลเทศะ 

              3.การทำงานจะยึดหลักคำสอนของอาจารย์ คือชาวพลศึกษา “ต้องทำได้ทุกอย่าง”และ “ทำอะไรทำจริง”

                   พอขึ้นปีที่ 2 ได้ไปฝึกสอนที่โรงเรียนบางประหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบกลยุทธ์ใหม่ที่นั่น ผู้อำนวยการโรงเรียนให้ครูทุกคนต้องไปยืนคุมแถวนักเรียนหน้าเสาธงโดยให้ยืนเรียงแถวหน้ากระดาน ใครไปถึงก็ยืนเป็นคนที่ 1 คนที 2 ไปถึงก็ต้องยกมือไหว้ทักทายคนที่ 1 แล้วยืนต่อแถว คนที่ 3 ไปถึงก็ยกมือไหว้คนที่ 1,2 แล้วก็ยืนต่อแถว ทำอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ใครที่มาซักคนที่15 ก็ต้องเดินไหว้า คนที่ 1-14

               ผล 

                     -ครูไม่ไปเข้าแถวช้าเพราะยิ่งช้ายิ่งต้องเดินทักทายหลายคน

                    -ทุกคนได้พบกันพร้อมหน้าในตอนเช้า

                     -กิจกรรมหน้าเสาธงเป็นหน้าที่ของนักเรียนดำเนินการทั้งหมด วิธีนี้ใครจะนำไปใช้ก็ไม่สงวนสิทธิ์ เดี๋ยวนี้ผู้เขียนกลายเป็นคนที่ชอบทักทายคนอื่นด้วยการยกมือไหว้เพราะไม่ต้องคิดว่าจะทักทายอย่างไร