ที่นี่ถือเป็นความรับผิดชอบของเจ้าของครับในการที่ต้องดูแลสัตว์เลี้ยงของตนเองไม่ให้ทำความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น
คนเราบ้านใกล้เรือนเคียง ปกติก็มักเป็นเพื่อนบ้านที่ดีกัน มีอยู่ไม่กี่เรื่องหรอกครับ ที่อาจทำให้กระทบกระทั่งกันได้ หนึ่งในเรื่องเหล่านั้นก็คือ เรื่องของสัตว์เลี้ยง สัตว์เลี้ยงตัวโปรดที่มักจะสร้างปัญหาให้ ก็หนีไม่พ้นสัตว์เลี้ยงแสนรักครับ เจ้าสุนัข นั่นเอง
ตอนเรียนหนังสืออยู่กรุงเทพฯ บ้านผมอยู่ในซอยครับเป็นซอยตัน แล้วก็ไม่รู้เป็นอะไร คนแถวนั้นมักจะปล่อยให้สุนัขของตัวเองออกมาวิ่งเล่นนอกบ้าน แล้วที่โปรดของเจ้าสุนัขนั้นก็ไม่ใช่อื่นไกล มักจะเป็นข้างๆบ้านผม หรือไม่บางทีก็ล่อกันตรงหน้าบ้านนั้นเลยครับ เจ้าของเขาก็เฉย สุนัขขี้ก็ขี้ไป หน้าบ้านใครก็ช่าง ไม่สนใจทั้งนั้น ก็เลยเป็นเรื่องราวให้คนได้ทะเลาะกันครับ
ผมมาเห็นเรื่องดีๆ อีกเรื่องที่ญี่ปุ่นนี่ เขาก็เลี้ยงสัตว์เลี้ยงตัวโปรดเหมือนกัน ส่วนใหญ่มักเป็นคนสูงอายุครับ วันไหนอากาศดีๆ จะเห็นผู้คนพาสุนัขของตัวเองมาเดินเล่น ทุกคนที่พามาเดิน จะต้องถือถุงพลาสติกด้วยคนละใบสองใบ เอาไว้ทำอะไรเหรอครับ เราไปดูกัน

เขาเอาไว้ใส่ขี้หมาไงครับ ที่นี่ถือเป็นความรับผิดชอบของเจ้าของครับในการที่ต้องดูแลสัตว์เลี้ยงของตนเองไม่ให้ทำความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น ผมอดชื่นชมเขาไม่ได้จริงๆ ผมตามคุณพี่คนนี้มาตั้งแต่หน้าประตูมหาวิทยาลัย เดินตามไปเรื่อยๆ รอดูว่าเมื่อไร เจ้าตาลจะวาดลวดลายสักที เหมือนเจ้าตาลจะรู้ทันครับ คุณท่านก็เอาแต่ฉี่อย่างเดียว ไม่ยอมอึสักที ตามอยู่สักเกือบ 20 นาทีได้ ท่านจึงได้สนองตอบผมสักที แล้วพี่สาวก็ไม่รอช้าครับ รีบคว้ากระดาษมาเก็บทันที แล้วเอาใส่ถุง หิ้วเอาไปทิ้งที่บ้าน เป็นอีกเรื่องที่น่าชื่นชม ความรับผิดชอบในการดูแลสัตว์เลี้ยงของคนญี่ปุ่นครับ

คุณไมโต…น่ารักมากค่ะ(ฉันหมายถึง..คุณพี่คนเก็บขี้หมาน่ะ)…น่าจะมาอยู่ที่สี่แยกไฟแดงที่ฉันเห็นเมื่อเช้านี้..ใน..ตลก”ขี้หมา”ที่ฉันเล่า.. จังเลยค่ะ…
ปล่าวครับคุณลุง เขาหิ้วไปทิ้งครับ ถ้าไม่เก็บ แล้วมีคนไปแจ้ง ร้อยตำรวจเอกอย่างลุงมีงานทำแน่ครับ
วันนี้..ฉันละยอมแพ้หนุ่มซากุระ…มา “แขกจะกลับแล้ว…กระแสไฟแสนโวลท์….มาเลย”
เค้าน่าจะผูกถุง…comfort 500 ติดบั้นท้ายของหมาไว้นะ จะได้ไม่ต้องตามเก็บ
คุ้น ๆ ว่าเก็บขี้หมา เนี่ย เขาจะเรียกกันว่า “เก็บทอง” คุ้น ๆว่ามาจากบันทึกพี่เม่ยน๊ะ
อยากให้คนไทยเป็นอย่างนี้จังเลย !
แต่ตายแล้วเกิดใหม่ ก็คงเป็นไปไม่ได้.....
ถึงจะมีกฎหมายบังคับ ก็คงหาทางหลีกเลี่ยงกันจนได้
ตามฟอร์มพี่ไทย !!!...
ที่ออสเตรเลียเขามีถุงสำหรับเก็บขี้หมาแขวนไว้ให้ตรงถังขยะเลยค่ะ ไม่ต้องพกพา
เห็นด้วยกับคุณ mitoฯว่า อะไรที่เราอยากเห็น อยากให้เป็น อยากให้มี ควรเริ่มที่ตัวเราเองค่ะ จะได้ไม่ทุกข์ ไม่โกรธ และไม่บ่นค่ะ (พูดง่าย แต่ทำยากเนาะ)
ที่ซอยคุณเมตตา…ใครพาหมามา “ปล่อยก้อนทอง” ไม่เป็นไร…รอให้มันแห้งก่อน…“ลูกปลาหนูไปเก็บมาใส่ต้นไม้…“ จนใครๆ ก็สงสัยสมุดทำความดีของลูกปลา….มีแต่เก็บขี้หมาให้แม่….กับ…หยิบนมให้น้อง…ค่ะ….บันทึกนี้น่ารักทั้งคนเขียนและคน comment…
ครับ คุณเมตตาเธอเก่งจริงครับ เช่นเดียวกับคุณกฤษณาครับ