ผู้เขียนเป็นคนเอาจริงเอาจังเรื่องเวลาค่อนข้างมาก ถึงมากที่สุดค่ะ ในวงเล็บเมื่อก่อน

จำได้ว่าอยู่เวรเช้าใหม่  ๆ ต้องมาทำงาน 7.30 น.  ตัวเองจะตาลีตาเหลือกและรีบมาก  ๆ สุดท้ายเราก็เครียด ลูกก็เครียด งอแง เพราะต้องรีบอาบน้ำไปโรงเรียน คนขับรถ(นายดำ ) ก็เครียด ต้องขับเร็วพอขับช้าผู้เขียนก็จะบ่น "เนี่ย ! ฉันไปอยู่เวรน๊ะ ...ไม่ได้ไปเที่ยว...." ประมาณว่า you messege จากบันทึก แล้วยิ่งเรายิ่งรีบ รถมันก็แทบจะติดไฟแดงทุกป้ายเลยนิ แต่วันไหนไม่รีบ ไฟเขียวผ่านตลอด

ช่วงกลับจากงาน KM บอกแล้วว่าเริ่มเข้าใจชีวิตมากขึ้น ผู้เขียนก็ไม่ได้รีบร้อนอะไร น้ำมันจะหมดก็หยุดเติมก่อน ไม่ต้องขับเร็วมากเพราะไงมันก็ไม่เร็วเกินไปกว่านี้สักเท่าไรหรอกน๊ะ  สุดท้ายมันก็ต้องติดไฟแดงอยู่ดี มีบางคันแซงเราแต่ก็ไปหยุดติดไฟแดงเหมือน  ๆ กัน  ถ้าสายมากนักวันหลังก็เลิกอยู่เวรมันซะเลย....ดีมั๊ย ! ไม่รีบ ไม่เครียด หาความสุขให้ชีวิตมาก ๆ ดีกว่า จะตายวันตายพรุ่งก็ยังไม่ยักรู้ คุ้น ๆ แต่จำไม่ได้แล้วว่าใครพูดบอกว่า ชีวิตเราต้องพร้อมจะตายได้ทุกเมื่อ...

นายดำ เล่าให้ฟังว่า คนที่ชีวิตเร่งรีบอยู่เป็นนิจ มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคหัวใจสูง เราคุยกันเช้านี้ ผู้เขียนนำความไปบอกคนอื่นๆ ห้องเราทำงานกันอย่างเอาเป็นเอาตาย รีบ ๆ ทำกัน สุดท้ายเขาก็ไม่เห็นความสำคัญหาว่าเราทำทัน ทำได้ ทั้ง ๆ ที่เราจะตายอยู่แล้ว ไม่รู้จะขอคนเพิ่มได้รึเปล่า ?? วันนี้ผู้เขียนก็ทำเรื่อย ๆ ตามอัตรากำลัง ทำแบบสบาย ๆ แต่ไม่ได้หยุดหรืออู้แต่อย่างใด รู้สึกจิตใจผ่อนคลาย จิตโปร่ง โล่ง สบายใจดี แต่ก็ non stop เหมือนกัน

แต่พอช่วงเย็นเลิกงานผู้เขียนอยู่ ณ จุดตรวจวิเคราะห์ ซึ่งงานในรอบสุดท้ายงานมากอย่างเป็นประวัติการณ์ ผู้เขียนรีบแทบเป็นแทบตาย ตาลีตาเหลือกออกมานอกเบ้า รีบพูดซะจนลิ้นพันกัน เดินจนขาหกก้นขวิด เพราะต้องรีบไปรับลูกเองวันนี้ โดยปรกติผู้เขียนไม่ชอบขับรถเลย เผอิญนายดำไปกรุงเทพฯซะด้วย

ก็บอกกับเพื่อนร่วมงานตามตรงค่ะว่าผู้เขียนต้องขับรถไปรับลูกเอง เพื่อนร่วมงานใจดี๊ ใจดีทุกคนเลย ช่วยกันเร่ง และรีบ จัดให้ผู้เขียน ต้องขอบคุณผู้ร่วมงานใจดีทุกคนค่ะ ไม่ว่าจะเป็น

  • พี่ผอบ ติด Lab No. อย่างเร่งรีบ
  • พี่ประจิม ก็นำสิ่งส่งตรวจไปปั่นแยกอย่างเร่งรีบ
  • พี่วรรณี จัดสิ่งส่งตรวจให้
  • พี่พินิจ ก็รีบ key หรือลงทะเบียนใบ Lab.
  • พี่บุญเลิศที่น่ารัก รีบนำสิ่งส่งตรวจมาให้พร้อมแซวผู้เขียนว่า ไหนบอกเราไม่ให้รีบ ไม่ให้รีบ....ผู้เขียนได้แต่ยิ้ม ๆ บอกมันจำเป็นนี่นา

เฮ้อ ! สุดท้ายห้องเราก็หนีการทำงานเร่ิงรีบไปไม่พ้นอยู่ดี แล้วเราจะเป็นโรคหัวใจกันหมดมั๊ยนิ !!  

ผู้เขียนได้แต่ร้องเพลง ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่ ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่เต็มหัวใจ....แต่ก็ยังรีบจนได้ แม้เราจะรู้อยู่เต็มอกว่าไม่ดี แต่...ก็ไม่สามารถทำใจ ไม่ให้รีบได้ เพราะบางครั้งมันก็ขึ้นอยู่กับเหตุผลและปัจจัย  ว่ามั๊ย ???

หากเป็นโรคหัวใจกันหมด คงไม่โทษผู้เขียนหรอกน๊ะ !!!