อาชีพทางการเกษตรเจริญก้าวหน้า เป็นหน้าเป็นตาสำหรับผู้มีอาชีพนี้ ประธานาธิบดี หรือท่านผู้นำต่างๆจะมีไร่มีสวนกันคนละหลายร้อยเอเคอร์ ทุกครั้งที่มีโอกาสก็จะเล่าถึงบ้านสวนอวดกันอย่างปลื้มสุข แต่สำหรับเกษตรกรไทยจะมีสภาพตรงกันข้าม เป็นทุกข์ เป็นหนี้ ชักหน้าไม่ถึงหลัง ทนทุรังทำกินกันอย่างลำบากยากเข็น

สุดท้ายก็ต้องเปลี่ยนอาชีพจากเกษตรกรไปเป็นกรรมกร ทั้งนี้เพราะชาวนาไทยถูกเอารัดเอาเปรียบ ปัจจัยการผลิตอยู่ในมือคนอื่น ไม่สามารถพึ่งตนเองได้แม้แต่น้อย ทำนาในไทยแต่ปัจจัยไปเอามาจากทั่วโลก รถไถนา ไปเอามาจากญี่ปุ่น น้ำมันไปเอามาจากตะวันออกกลาง ปุ๋ยเคมีไปเอามาจากประเทศยุโรป ยาฆ่าหญ้า สารเคมีอื่นๆ ไปเอามาจากอเมริกา รถเกี่ยวข้าว นวดข้าว เอาจากประเทศเกาหลี

สรุปว่าไม่มีอะไรที่เป็นของตนเอง แม้แต่พันธุ์ข้าวก็ยังรอรับการแจกจากกรมส่งเสริมการเกษตร ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงมากจนแทบไม่มีกำไร ปีไหนฝนแล้ง น้ำท่วม โรคแมลงรบกวน ก็หน้าแห้งข้ามปี แต่ยังมีเกษตรกรกลุ่มหนึ่งที่คิดได้ พยายามที่จะพึ่งตนเองให้มากที่สุด โดยใช้หลักการของเศรษฐกิจพอเพียง และใช้กระบวนการของKM.ที่มหาชีวาลัยไปแนะแนวไว้ เขาจึงยังใช้ควายไถนา นอกจากใช้แรงงานแล้ว สัตว์เลี้ยงชั้นยอดเหล่านี้เป็นโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ให้ลูกขยายพันธุ์ ให้เนื้อ ให้หนัง ให้เขา แทบไม่มีอะไรทิ้งเลย นับเป็นเกษตรกรยุคสุดท้ายที่ไม่วิ่งไปตามกระแส ได้พยายามหาเหตุผลในการที่จะยึดมั่นในการใช้ควายตลอดไป

ในการประชุมกลุ่มได้มีการเปรียบเทียบระหว่างควายเนื้อกับควายเหล็ก พบว่ามีจุดดีจุดด้อยที่น่าสนใจมาก เมื่อมาสรุปตอนขายข้าวปลายปี กลุ่มที่บ้าเทคโนโลยีที่ไม่เหมาะสมแทบไม่มีกำไรเหลือ กลุ่มคูโบตมที่ใช้ควายเป็นปัจจัยการผลิต กลับมารายได้ดีกว่า มหาชีวาลัยได้ประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เพื่อจะเอาตำบลบ้านยางที่กลุ่มคูโบตมตั้งอยู่ พิสูจน์การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการประกอบอาชีพ เช่นการทำคันนาใหญ่ ปลูกต้นไม้บนคันนา ร่องที่ปรับคันคูก็เลี้ยงปลาไว้ตำน้ำพริก มีการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า หลังฤดูทำนาก็ปลูกผัก หว่านงาดำ ปลูกข้าวโพด ปลูกทานตะวัน ปลูกข้าวฟ่างแดง ไว้เป็นอาหารสัตว์เลี้ยง เช่น ไก่ หมู เป็ด เป็นต้น