เร็วๆนี้ผมไปเรียนกับหลักสูตร Meaning and Valued Living Coaching ของเนเธอแลนด์สอนโดยอาจารย์ Hugo Alberts เจ้าพ่อ Positive Psychology ฝั่งยุโรป

หลักสูตรนี้สอน Postive Psychology Wave 2 หรือจิตวิทยาบวกคลื่นลูกที่ 2 ที่เน้นการหาความหมายจุดประสงค์ในชีวิตจะว่าไปก็คือ IKIGAI แบบฝรั่งนั่นเอง.. แต่ก็พูดถึงจุดอ่อนหรือภัยคุกคามด้วยไม่พูดเรื่องบวกอย่างเดียวให้มองภาพรวมๆทั้งบวกลบแบบเนียนๆไม่ทำให้จมจ่อมแตทำให้มีสติมากขึ้นเห็นทางออกชัดเจนมากกว่าเดิม  ..ผมก็ได้แนวคิด Sailboat Methaphor มา  จะว่าไป Sailboat Metaphor เป็นอะไรที่อธิบายจิตวิทยาบวกได้ทั้งหมดเลย เป็นอะไรที่ดีมากๆ ผมรู้เลยว่านี่คือทางออกของการสอน IKIGAI หลังคนค้นพบ IKIGAI .. ผมเองลองเอามาใช้ครับได้ผลที่น่าสนใจทีเดียว 

Sailboat Metaphor เป็นอย่างนี้ครับ ..

อาจารย์ท่านสอนให้เราอุปมาอุปไมยชีวิตเราให้เหมือนเรือ...  เรือชีวิตของเราเป็นเรือแบบไหนการเดินทางของเราเป็นอย่างไร ...อาจเป็นเรือโดยสารข้ามฟากหรือข้ามมหาสมุทรเรือรบ  ของผมเป็นเรือวิจัยทางวิทยาศาสตร์ครับ  ลองจินตนาการดูว่าชีวิตเราเป็นแบบไหนตอนนี้เช่นบางคนบอกเป็นเรือแจวอยู่ริมฝั่ง ...ไม่แปลกครับชีวิตไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นส่วนเราเองเป็นกับตันชีวิตของเรากับตันเองเวลาจะขับเรือต้องมองไปรอบๆบนล่างซ้ายขวาหน้าหลังว่าอะไรกำลังขึ้นกับเรือบ้างนั่นคืออาจารย์สอนให้มองปัจจัยแปดอย่างดังนี้ (ดูรูปครับ)  


  1. น้ำ (Water)  หมายถึงชีวิตประจำวันทั้งที่บ้านและที่ทำงาน  เพราะถ้าราบเรียบการเดินเรือของคุณก็ไม่มีปัญหาถ้ามีคลื่นลงแรงเช่นล่าสุดผมไปสอนที่หนึ่งดูเบลอพูดอะไรก็ติดลบไปหมดวงแทบแตกเลยแอบถามปรากฏว่าเพิ่งแยกทางกับภรรยามานี่ก็ทำให้คุณมีปัญหาในการเดินเรือได้เรือคุณอาจชนหินโสโครกเพราะคุณไปอารมณ์ร้ายกับลูกค้าด้วยเหตุผลที่บ้านเมื่อรู้อย่างนี้ต้องรักษาสมดุลย์อารมณ์ไว้   หรือบางคนเจอปัญหาในที่ทำงานเพื่อนร่วมงานเอาเปรียบก็เกิดไม่อยากทำงานที่นั่นแล้ว 
  2. เข็มทิศ (Compass) เปรียบได้กับอารมณ์ของคุณ..ดูว่าตอนนี้เป็นไงเซ็งเศร้าเครียดโกรธเกลียดเพราะถ้าอารมณ์มีปัญหาเรือของคุณอาจไปผิดทางดูว่าเป็นอย่างไรมันมีปัญหาจากอะไรหาทางแก้ไขหรืออย่างน้อยต้องระงับอารมณ์ไว้ก่อน
  3. พวงมาลัยเรือ (Steering Wheel) เปรียบได้กับ IKIGAI ของคุณต้องทบทวนถ้าชีวิตขาด IKIGAI คุณก็จะอยู่ไปวันๆคุณจะไม่ได้ดึงสิ่งที่ดีที่สุดของคุณออกมางานไปไกลแต่อาจยิ่งรู้สึกโดดเดี่ยวเหนื่อยเกลียดตัวเองมากขึ้นและทำให้เกิดปัญหาสองอย่างแรก   ไม่มี IKIGAI ก็เหมือนชีวิตขาดหางเสือเรือคุณอาจเป็นเรือที่วิ่งเร็วมากๆแต่อาจวิ่งวนอยู่ในอ่างได้   นี่ผมเจอประจำครับต้องเริ่มกลับไปหา IKIGAI กันเลยดูที่นี่ครับผมเขียนไว้ละเอียดเลย 
  4. ห่วงยาง (Leak)  ตรงนี้ให้คุณนึกถึงเรื่องอะไรที่ยังเป็นจุดอ่อนหรือรอยรั่ว ...คุณต้องปะจุดอ่อนให้ได้เช่นบางคนเจอปัญหาสุขภาพก็ต้องหาทางดูแลแล้วหรือบางคนมีจัดอ่อนเรื่องบัตรเครดิตนี่ต่อให้คุณมี IKIGAI ...จุดอ่อนนี่ถ้าคุณไม่ปะเรือคุณจะจมในที่สุด  
  5. ใบเรือ (Sails) เปรียบได้กับจุดแข็งตอนนี้มีคุณมีจุดแข็งอะไรได้มันสอดคล้องกับ IKIGAI ของคุณไหมคุณต้องไปพัฒนาอะไรเพิ่มเติม   เช่นลูกศิษย์ผมค้นพบตัวเองว่าอยากเป็น Faciliatator ไปช่วยคนอื่น..ผมก็เลยแนะนำไปเรียนรู้เพิ่มเติมกับอ.วิศิษย์และอ.วรภัทร์เขาก็ไปครับเสริมจุดแข็งทำให้มั่นใจมากขึ้น
  6. อากาศ (Weather) เหตุการณ์ใหญ่ๆเช่นพายุหรือคลื่นลมแรง ..นี่อาจเป็นเหตุการณ์ที่มาทำลายเรือของคุณได้คุณต้องพยายามมองล่วงหน้าและบริหารความเสี่ยงใหดีตัวนี้คืออะไรที่เป็นเหตุการณ์ใหญ่ในชีวิตคุณเช่น Disruptive Technology หรือ ...เช่นลูกศิษย์ผมบอกว่าาตอนนี้กำลังเปลี่ยนผู้บริหารใหม่ๆกำลังงงเพราะงานที่เคยได้รับการสนับสนุนไม่ได้รับการสนับสนุนออกต่อไปตรงนี้ก็ให้เขาคิดดูว่าตอนคุยกับผู้บริหารคุยแบบไหนแล้ว work เขาบอกว่าถ้าไปแนะนำส่วนใหญ่ผู้บริหารจะบอกว่ารู้แล้ว ...แต่ถ้าเขาไปเล่าว่าตอนนี้เห็นโอกาสอะไร  ไปเจออะไรที่อาจเป็นประโยชน์ไปเล่าเรื่องดีๆให้ฟังผู้บริหารก็มักจะแนะนำให้ทำโน่นทำนี่ไม่ขัด ..ผมเลยแนะนำว่าให้ใช้วิธีนี้รับมือผมเองก็เออใช่ทำแนวๆนี้มาเหมือนกัน 
  7. รือลำอื่นๆ (Other Boats) ตัวนี้ก็กัลยาณมิตรพันธมิตรบาปมิตรทั้งหลายของคุณทั้งหลายนั่นเองที่อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้คุณก้าวไปข้างหน้าได้หรืออาจซ้ำเติมให้ชีวิตคุณแย่ขึ้นไปอีก..  อาจารย์ผมเจอลูกศิษย์ที่มีปัญหาเรื่องเงินมากๆก็เลยพยายามช่วยนอกจากให้ยืมแล้วยังพาไปขอให้คนอื่นช่วยหมด ...ตอนนี้วงแตกเพราะเธอเบี้ยวไปหมดจนพาลเสียชื่อเสียงมาถึงองค์กรด้วยจริงๆคุณต้องมองคนให้ออกครับกัลยาณมิตขอคุณมีใครบ้านพันธมิตรบ้างที่จะช่วยแก้ปัญหาส่วนตัวจุดอ่อนเสริมจุดแข็งหรือทำให้ IKIGAI ของคุณเป็นจริง  ลูกศิษย์ผมเมื่อปีก่อนเจอปัญหาที่บ้านเพิ่งรู้ว่าแม่ที่อายุกว่า 70  กำลังถูกสรรพากรไล่เก็บภาษีเพราะไม่ได้จ่ายภาษีมานานนับสิบปี ..นี่ครับมี IKIGAI แค่ไหนก็โคลงเพราะเป็นเหตุการณ์ใหญ่จริง ..ผมเลยตั้งคำถามว่าแล้วมีเพื่อนที่เก่งเรื่องภาษีคอยช่วยได้ไหม (เรือลำอื่นๆ) เธอนึกพักใหญ่ที่สุดเธอเจอเพื่อนจบบัญชีจุฬาทำเรื่องภาษีอยู่พอดีตอนนี้น่าจะแก้ปัญหาได้แล้ว   ...เน้นครับเรือลำอื่นช่วยเราได้มากอะไรที่จะทำให้เราเสียเวลาในการเดินทางหาคนช่วยดีกว่าครับไม่ว่าจะเป็นองค์ประกอบไหนตั้งแต่น้ำเอยเข็มทิศเอยพวงมาลัยเอย..  ติดอะไรหาคนช่วยจะเร็วมากๆ  เท่าที่ดูผมเจอคนจำนวนมากที่ติดขัดอะไรเต็มไปหมดเพราะอาจารย์คะหนูไม่รู้จักใครเลย 
  8. เป้าหมาย (Destination)  สุดท้ายเรือคุณจะมีปัญหาเพราะคุณไม่ตั้งเป้าเลยว่าจะไปไหน ... จะข้ามโลกหรือข้ามฝั่ง...เคยเจอบางท่านบอกเป็นเรือแจว..แจวจริงๆครับก็ไม่ค่อยก้าวหน้าในอาชีพไม่ท้าทายตนเอง ..กลายเป็นบางคนเรื่องน้ำโดยเฉพาะที่บ้านจะมีปัญหามากๆคือเรื่องส่วนตัวเยอะจริงๆ  ....  บางคนหา IKIGAI เจอก็ไม่ตั้งเป้าจะทำอะไรที่สุดก็ไม่มีพลัง...แนะนำครับอย่างแรกเลยเป้าต้องเกี่ยวกับ IKIGAI หรือพวงมาลัยอย่างอื่นจะเป็นเป้ารองเช่นลูกศิษย์ผมมี IKIGAI ระดับเอเชียคืออยากให้คนเอเชียรอบๆไทยมีความรู้ดีๆเขาจะไปสอนแล้วครับก็ต้องตั้งเป้าว่าจะไปหาเพื่อนที่ทำงานอยู่ในพม่าว่ามีลู่ทางอะไรและเป้ารองลงมาคือเพิ่มศักยภาพการสอนเป็นภาษาอังกฤษหรืออาจต้องการเรือลำอื่นมาช่วยเป็นล่าม   ก็ว่ากันไป   

องค์ประกอบแปดอย่างนี้จะเข้มข้นตามประเภทของเรือและความท้าทายในชีวิตเช่นถ้าเรือของผมเป็นเรือวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ที่กำลังวิจัยที่ขั้วโลกเหนืออยู่ ก็จะต่างจากคนที่บอกว่าชีวิตคือเรือประมงชาวฝั่งหรือเรือแจว ...  

Credit: https://www.pinterest.com/pin/...

และที่ให้ทบทวนชีวิตในแปดมุมเพราะคนเรามีแนวโน้มจะมองแค่ปัจจัยไกล้ๆตัวเพียงสองสามอย่างขาดการมองในภาพรวม ...บางคนมองแต่รอยรั่วบางคนมองแต่เพื่อนบางคนมีทุกอย่าง แต่ลืมมองเป้าหมายบางคนมีเป้าหมายแต่ลืมมองที่บ้านบางคนมองแต่ที่บ้านไม่มองอย่างอื่น ...เครื่องมือนี้เป็นเครื่องมือมหัศจรรย์มากๆผมเองตอนหลังเวลาเขียนบันทึกผมมักใช้เครื่องมือนี้มาทบทวนตนเองก็จะเห็นอะไรมากขึ้นส่วนถ้าคุณจะมาทำโค้ชชิ่ง 

  1. คุณก็ต้องทำความเข้าใจเล่าให้เขาฟังก่อนว่าแนวคิดคืออะไรแล้ว 
  2. เริ่มให้เขาจินตนาการว่าเขาเป็นเรืออะไรกำลังทำอะไรอยู่และองค์ประกอบแปดอย่างของเขาตอนนี้เป็นอย่างไร 
  3. ให้เขาเล่าคุณฟังไม่ต้องแนะนำ 
  4. ไม่ clear ตรงไหนก็ขอให้เขาขยายความให้เขาพูดออกมาเท่าที่เขาอยากพูด
  5. พอถึงองค์ประกอบที่แปดก็ตั้งคำถามว่าเขาอยากทำอะไรบ้างเป้าหมายหลักอะไรรองคืออะไรจะไปหาเรือลำอื่นๆลำไหนจะช่วยเขาได้บ้างแล้วอะไรเขาจะทำเอง 
  6. พอมาถึงตรงนี้ส่วนใหญ่ก็จะคิดได้เองว่าอยากทำอะไร  
  7. นัดหมายกันมาเจอใน Session ต่อๆไป 
  8. ไปเรียน Coaching เป็นเรื่องเป็นราวครับ มีหลายจ้าว หรือถามผู้รู้ครับ เช่นของ Coach Thai หรือ Mind Coach หรือ JIMI The Coach หรือหลักสูตรหมอเบนซ์ลองตามๆกันดูครับ

Credit:  https://www.charlestonstyleand...


ใครอยากเรียนเรื่อง Sailboat Metaphor โดยละเอียดปรึกษาผมได้ครับหรือไปเรียนกับอาจารย์ผมได้โดยตรงที่ 

https://positivepsychologyprod... จะได้ License การสอนมาด้วย 


วันนี้พอเท่านี้เพียงเล่าให้ฟังลองเอาไปพิจารณาดูนะครับ


บทความโดยดร.ภิญโญรัตนาพันธุ์

www.aithailand.org



Note: 

1. ใครอยากเจาะลึกดูบทความท่านนี้ ผมว่าเจาะมาได้ดีทีเดียว บทความงานวิจัยที่อ้างถึงมีปรากฏอยู่ในหนังสือ IKIGAI หลายๆ เล่ม  ดูที่นี่ 

https://www.linkedin.com/pulse...

2. ถ้าประยุกต์ทางพุทธศาสนา ตอนนี้ไปดูต้นแบบได้ที่อาจารย์ดร.วรภัทร์ สมาคม Mind Coach และสมาคม Coach Thai ลงลึก และเชื่อมโยงได้ดีทีเดียว ผมเองยังไม่สันทัด ส่วนใหญ่ผมจะส่งต่อ แนวทางของผมจะเจาะลึกไปทางวิทยาศาสตร์ไปเลย เน้นการจัดโครงสร้าง ระบบความคิด จะได้ไปทำมาหากินได้คล่องตัวมากขึ้น