ถ้าจะบอกว่าเรียนแล้วมีความสุข หลาย ๆ คนคงจะมองว่าเป็นความยากที่จะทำได้ แต่ความจริงแล้วไม่ได้ยากอย่างที่คิด โดยเรื่องนี้เป็นประสบการณ์ที่ได้ค้นพบด้วยตนเองคิดว่าคงจะมีประโยชน์กับใคร ๆ บ้าง ปกติเป็นคนที่ไม่ชอบการเรียนหนังสือเลยตั้งแต่เด็ก ๆ ไม่เคยสนใจการเรียนในห้อง ไม่อ่านหนังสือก่อนสอบ (มักจะเล่นมาตลอด)จะถูกดุเป็นประจำ ผลที่ได้มา คือ เรียนได้ 3.00 ต้น ๆ เมื่อถึงจุดเปลี่ยนวันหนึ่งคือ อาจารย์ที่ปรึกษาได้ให้มีการวางแผนการเรียนว่าในการเรียนเทอมนี้ ต้องการได้วิชาใดเกรดใดบ้าง เราจึงได้มีการวางแผนไปโดยที่เราไม่คิดว่าจะทำได้ จากการเริ่มต้นการวางแผนนั้นเราให้เราสามารถที่จะแบ่งเวลาเรียนได้ง่ายขึ้น มีเวลาช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ไปทำกิจกรรมค่ายอบรมพัฒนาคุณธรรมฯ ได้ตลอดแทบจะทุกอาทิตย็อย่างมีความสุขไม่ต้องพะวงเรื่องเรียนมากนัก เรามีความตั้งใจในการเรียนเพิ่มมากขึ้นโดยมีเป้าหมายว่าวันหยุดจะได้ไปเที่ยวเล่นที่ค่าย ฯ คิดแล้วมีความสุข และไม่ได้ทำให้เรารู้สึกเหน็ดเหนื่อยกว่าตอนที่เรียนเพียงอย่างเดียว ผลจากครั้งนั้นการเรียนของตนเองก็ได้ในระดับที่ดีขึ้น คือได้ถึง 3.8-3.9 เป็นประสบการณ์ที่ตนเองวิเคราะห์ได้ว่าส่วนหนึ่งคงจะมาจากการวางแผน ดังคำกล่าวที่ว่า วางแผนดีมีชัยไปกว่าครึ่ง และการรู้จักการแบ่งเวลาในการเรียนและการทำกิจกรรมเพื่อผ่อนคลายที่ตนเองชอบ ซึ่งทำให้เรียนรู้ได้ว่า เราทุกคนสามารถที่จะทำได้เหมือนกับคนอื่น ๆ โดยจะต้องหาจุดที่เหมาะสมของตนเองและการวางแผนในการทำงานสามารถทำให้เราทำงานได้อย่างมีระบบและงานออกมามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และอีกอย่างหนึ่งคือ ชีวิตไม่ได้เกิดมาเพื่อการเรียนเพียงอย่างเดียวเราจะต้องรู้จักการหาประสบการณ์และความรู้นอกห้องเรียนด้วย จึงจะทำให้รู้จักความสนุกและมีความสุขในการเรียน