เปิดฉาก

หากมีตัวละครเอกในงานมหกรรมการจัดการความรู้แห่งชาติครั้งที่ ๓ผมขอยกนิ้วให้ ๑๐ชีวิตของ สคส.ที่มีคุณหมอวิจารณ์ เป็นผู้กำกับการแสดงได้ทำหน้าที่จัดกิจกรรมในงานมหกรรมการจัดการความรู้แห่งชาติ ครั้งที่ ๓ ณ ศูนย์ประชุมไบเทค บางนา อย่างยอดเยี่ยมสมบูรณ์แบบแทบไม่มีที่ติ

การเดินเรื่อง

การจัดงานปีนี้มีไฮไลท์ที่สำคัญเท่าที่ผมค้นพบด้วยตนเอง พบว่ามีอย่างน้อย ๓ ประการ

ประการแรก  การชูประเด็นเรื่อง "เครือข่าย" 
เท่าที่สังเกตพบปะพูดคุยจะเห็นได้ว่าการพัฒนาเครือข่ายการจัดการความรู้และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในปีนี้มีลักษณะที่เป็นการแลกเปลี่ยนข้ามกลุ่มมากขึ้นซึ่งน่าจะเป็นเรื่องที่ดีเกินคาด  ทั้งนี้เพราะสมาชิกอาจมีความต้องการที่จะแลกเปลี่ยนต่อยอดองค์ความรู้ที่หลากหลายและลุ่มลึกมากยิ่งขึ้น  หากพัฒนาต่อไปในอนาคต จะกลายเป็น "โครงข่าย" อันแข็งแกร่งและทรงพลังอย่างแน่นอน

ประการที่สอง การบูรณาการการจัดการความรู้สู่เศรษฐกิจพอเพียง
นับเป็นปรากฏการณ์อันมหัศจรรย์ของการจัดการความรู้ที่องค์กร หน่วยงาน ภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนได้ตอบรับและช่วยกันขับเคลื่อนกระบวนการจัดการความรู้อย่างมีทิศทาง เพื่อมุ่งสู่ แนวพระราชดำริ"เศรษฐกิจพอเพียง" สอดรับกับแนวนโยบายของรัฐบาลโดยไม่มีการนัดหมายมาก่อน  ดังจะเห็นได้จากตัวอย่างแนวคิดในการผลิตรองเท้าสำหรับผู้ป่วยเบาหวานดังนี้เป็นต้น

ประการสุดท้าย การใช้กลยุทธ์แบบไร้กระบวนยุทธ์
จากปีแรกเข้าสู่ปีที่สามจะเห็นได้ชัดเจนว่าบรรดานักจัดการความรู้เจ้ายุทธจักรผู้เยี่ยมยุทธ์ทั้งหลาย ต่างแสดงฝีไม้ลายมือในการจัดการความรู้ชนิดที่ไร้กระบวนยุทธ์ อันเนื่องมาจากความสามารถที่สั่งสมต่อเนื่องมายาวนานและมีการพัฒนาต่อยอดอย่างไม่หยุดยั้ง  ลักษณะดังกล่าวได้ก่อให้เกิดนวัตกรรมและแนวคิดในการจัดการความรู้ที่หลากหลายแต่แฝงไว้ด้วยเอกลักษณ์ของแต่ละหน่วยงาน/องค์กร ดังจะเห็นได้จากมูลนิธิขวัญข้าว จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นต้น

ละครลาโรง การจัดการความ (ไม่)รู้ยังไม่เลิกรา

คำกล่าวที่ว่างานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา เป็นความจริงที่ไม่มีใครปฏิเสธเฉกเช่นเดียวกันกับงานมหกรรมการจัดการความรู้แห่งชาติครั้งที่ ๓ นี้ ได้ปิดฉากลงแบบ Happy Ending ของผู้ชมตลอดจนผู้เชียร์ อย่างไรก็ตามการจัดงานมหกรรมการจัดการความรู้ครั้งที่ ๔ ก็จะต้องมีต่อไปในปีหน้าในช่วงวัน เวลา เดือนธันวาคมเช่นเดียวกัน   คำถามมีอยู่ว่า
๑. Theme ของเรื่องจะว่าอย่างไร
๒. ใครจะเป็นโต้โผใหญ่และเจ้าภาพย่อย
๓. จะนำเสนอผลงานงานอะไร อย่างไรให้แปลกใหม่
๔. จะจัดงานที่ใด จะจัดเฉพาะส่วนกลางหรือจัดในภูมิภาคด้วย

ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่าใครคนใดคนหนึ่งจะเป็นผู้ตอบคำถามนี้  แต่ผมเองในฐานะที่เป็นทั้งผู้ร่วมแสดงและเป็นผู้ชม ผู้เชียร์อยู่ด้วย ก็มีแนวคิดอยู่บ้างแล้ว แต่อยากจะฟังท่านผู้มีเกียรติท่านอื่นๆได้ช่วยกันสะท้อนความคิดความอ่านดีๆผ่านเว็บบล๊อกแห่งนี้ และหวังว่าคงจะได้รับความกรุณาจากทุกๆท่านเช่นเคยครับ

ด้วยไมตรีจิตมิตรภาพ

ปฐมพงศ์  ศุภเลิศ
๖ ธ.ค.๒๕๔๙