หวั่นข้าราชการเกษียณหมดตัว ถอนจาก กบข. เกลี้ยงเล่นแชร์-ปล่อยกู้ดันแก้ พ.ร.บ.กบข. ให้เบิกเงินเป็นงวด

รายงานข่าวจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า กระทรวงการ คลังเตรียมเสนอการแก้ไขร่าง พ.ร.บ. กบข. ให้ที่ประชุม ครม. พิจารณาใหม่ เพื่อส่งเสริมการ ออมแก่สมาชิกมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่เกษียณอายุสามารถทยอยรับเงิน หรือฝากเงินกับกองทุนได้ต่อไป  จากเดิมที่ต้องถอนเงินทันที เนื่องจาก กบข. เป็นห่วงว่าบางรายไม่สามารถบริหารเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ตั้งวงเล่นแชร์,  ปล่อยกู้นอกระบบ  และลงทุนในตลาดหุ้นในบริษัทที่มีพื้นฐานไม่ดี ซึ่งอาจเกิดความเสี่ยงตามมาภายหลังได้ เดิมการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.กบข. ได้ผ่านความเห็นชอบในที่ประชุม ครม. รัฐบาลชุดเก่า และเตรียมพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง   กบข. จำเป็นต้องเสนอให้กระทรวงการคลัง และที่ประชุม ครม. ของรัฐบาลชุดใหม่พิจารณาอีกครั้ง โดยเนื้อหาสาระที่สำคัญให้สมาชิกเพิ่มเพดานการออมได้จาก 3% เป็น 3-15% ของเงินเดือน ส่วนสมาชิกที่เกษียณอายุสามารถทยอยรับเงินคืน โดยไม่จำเป็นต้องถอนให้หมด เพราะกองทุนห่วงว่าบางราย บริหารเงินไม่เป็น อาจเกิดความเสี่ยงต่อผลตอบแทน และผิดกฎหมายได้  โดยเฉพาะการเล่นแชร์ หรือปล่อยกู้นอกระบบ เบื้องต้นการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.มีกระแสตอบรับที่ดีจากสมาชิกจำนวนมาก

ทั้งนี้ปัจจุบัน กบข. มีสมาชิก 1.2 ล้านราย มีสินทรัพย์ 3.18 แสนล้านบาท โดยอาชีพครูมากสุด      4.62 แสนราย รองลงมาข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) 3.34 แสนราย,  ตำรวจ 1.74 แสนราย,  ทหาร 1.56 แสนราย เป็นต้น ซึ่งแต่ละปีสมาชิกเกษียณอายุกว่า 7,000 ราย เป็นเงินที่ต้องถอนออก 4,000 ล้านบาท โดยสมาชิกใหม่  มีประมาณปีละกว่า 7,000 ราย

นายวิสิฐ ตันติสุนทร เลขาธิการ กบข. กล่าวว่า ในปี 50 ซึ่งครบรอบการดำเนินงาน 10 ปี  กบข. เตรียมพิจารณาการนำสวัสดิการใหม่ที่เป็นประโยชน์แก่สมาชิกเพิ่มเติม จากเดิมที่มีโครงการบ้าน ธอส.-กบข. เพื่อที่อยู่อาศัยข้าราชการ,  โครงการสินเชื่อการศึกษากรุงไทยเพื่อสมาชิก,  โครงการประกันชีวิตเปี่ยมสุข,  โครงการ 1 บัตร ประหยัดทั่วไทย ที่มีร้านกว่า 3,000 แห่งให้สิทธิพิเศษด้วยการลดราคาสินค้าบริการสูงสุดถึง 50% และโครงการ กบข. อุ่นใจประกันภัยทิพย  ปัจจุบันสังคมไทยมีประชากรที่สูงอายุ และมีขนาดครอบครัวเล็กลง ซึ่งพึ่งพาลูกหลานหรือญาติพี่น้องยากขึ้น   ดังนั้น กบข. จำเป็นต้องหาสิทธิประโยชน์ของรูปใหม่มาให้สมาชิก 1.2 ล้านคนตลอดทั้งที่อยู่ในวัยทำงาน และเกษียณอายุอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในปี 50 ซึ่งครบรอบการก่อตั้ง 10 ปี

ส่วนการดำเนินงานในอนาคต จะไม่เหมือนกับกองทุนเทมาเส็กของรัฐบาลประเทศสิงคโปร์แน่นอน เพราะ กบข. จะเน้นผลตอบแทนหรือประโยชน์สมาชิกเป็นหลัก และที่สำคัญการลงทุนแต่ละครั้งรัฐบาลจะไม่เข้ามาแทรกแซง

สำหรับการลงทุนในอนาคต กบข. ได้จัดสรรการลงทุนในตราสารหนี้ไทยจาก 70% เหลือ 58%,       แล้วเพิ่มลงทุนในตราสารทุนไทยจาก 10% เป็น 12%,  ตราสารทุนโลกจาก 5% เป็น 9%,  ตราสารหนี้โลก 5% เป็น 6%, การลงทุนทางเลือกจาก 5% เป็น 7% และ อสังหาริมทรัพย์จาก 5% เป็น 8%

                                                                 เดลินิวส์  6  ธ.ค.  2549