องค์กรที่ดีที่ผู้เขียนตั้งหัวข้อไว้นี้ ไม่ได้มีบัญญัติไว้ในตำราของการบริหารองค์กรใดๆ แต่ผู้เขียนรวบรวมสิ่งที่องค์กรที่ดีควรจะเป็นซึ่งผู้บริหารควรคำนึงและไปให้ถึงจุดที่เป็นองค์กรที่ดีนั้น
องค์กรที่ดีควรเป็นอย่างไร
1. มีผู้นำที่ดีมีความสามารถพาองค์กรบรรลุภารกิจ วิสัยทัศน์ มุ่งความสำเร็จในพันธกิจหลัก http://gotoknow.org/blog/doctorchai3/61985
2. มีหลักการบริหารถูกต้องหน้าที่ทางการบริหารของผู้บริหารประกอบด้วย 1. การวางแผน(Planning) 2. การจัดองค์กร(Organizing) 3. การจัดคนเข้าทำงาน (Staffing) 4. การสั่งการ (Directing) และ 5. การควบคุม(Controlling) ซึ่งการควบคุมนี้จะรวมถึงด้านการประเมินผลการดำเนินงานขององค์กร (Evaluation) ด้วย อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผู้บริหารจะตระหนักว่าว่าหน้าที่การจัดการมีองค์ประกอบต่าง ๆ ตามที่กล่าวมาแล้ว แต่ก็ให้ความสำคัญกับการวางแผน ภาวะผู้นำ และด้านอื่น ๆ ที่มากกว่าการประเมินผลใช้
3. มีหลักการบริหารที่ดี(Good governance) หรือมีธรรมาภิบาลในการจัดการ หลักธรรมาภิบาล (Good Governance) มาจากคำว่า ธรรมะ + อภิบาล หมายความว่าหลักการบริหารจัดการบ้านเมืองและสังคมที่ดีประกอบด้วยหลักพื้นฐาน6ประการดังนี้
1.หลักนิติธรรม ได้แก่การตรากฎหมาย กฏข้อบังคับต่างๆให้ทันสมัยและเป็นธรรมเป็นที่ยอมรับทั้งผู้ออกกฏและผู้ปฏิบัติตามตลอดจนทุกคนในสังคมยินยอมพร้อมใจปฏิบัติตามกฎหมาย
2.หลักคุณธรรมได้แก่การยึดมั่นในความถูกต้องดีงาม ซื่อสัตย์ จริงใจ ขยัน อดทน มีระเบียบ ตลอดจนมีความชอบธรรมในการใช้อำนาจ
3.หลักความโปร่งใสมีการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างตรงไปตรงมาด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้สะดวก เปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้อง รวดเร็ว ไม่บิดเบือนหรือปิดบังบางส่วน
4.หลักความมีส่วนร่วมได้แก่การเปิดโอกาสให้ทุกคนในสังคมมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่เราทำทั้งร่วมคิดร่วมทำร่วมแก้ไขและร่วมรับผิดชอบ
5.หลักความรับผิดชอบตรวจสอบได้นอกจากจะต้องมีความรับผิดชอบแล้วยังต้องสร้ากระบวนการให้หน่วยงานต่างๆมาตรวจสอบได้ว่าการทำงานของเราโปร่งใสจริง
6.หลักความคุ้มค่าได้แก่การบริหารจัดการและใช้ทรัพยากรที่มีจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด คุ้มเงิน คุ้ม เวลา คุ้มแรงงาน <p> 4. มีการประเมินผลและพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่องโดยใช้มุมมองตามหลักBalanced scorecard(BSC)และKPI Balance Scorecard จะทำให้เราได้เห็นภาพขององค์กรใน 4 มุมมอง และนำไปสู่การพัฒนาเครื่องมือวัดผล โดยวิธีการรวบรวมข้อมูลและนำผลที่ได้มาวิเคราะห์ มุมมองทั้ง 4 ดังกล่าว ประกอบด้วย </p>
1. The Learning and Growth Perspectiveเป็นมุมมองด้านการเรียนรู้และการเติบโต เช่น การพัฒนาความรู้ความสามารถของพนักงาน, ความพึงพอใจของพนักงาน, การพัฒนาระบอำนวยความสะดวกในการทำงาน เป็นต้น
</span></span><p> 2. The Business Process Perspectiveเป็นมุมมองด้านกระบวนการทำงานภายในองค์กรเอง เช่น การคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ, การจัดโครงสร้างองค์กรที่มีประสิทธิภาพ, การประสานงานภายในองค์กร, การจัดการด้านสายงานผลิตที่มีประสิทธิภาพ เป็นต้น </p><p> 3. The Customer Perspectiveเป็นมุมมองด้านลูกค้า เช่น ความพึงพอของลูกค้า, ภาพลักษณ์, กระบวนการด้านการตลาด, การจัดการด้านลูกค้าสัมพันธ์ เป็นต้น </p><p> 4. The Financial Perspective เป็นมุมมองด้านการเงิน เช่น การเพิ่มรายได้, ประสิทธิภาพในการผลิตที่มีต้นทุนต่ำและมีการสูญเสียระหว่างผลิตน้อย, การหาแหล่งเงินทุนที่มีต้นทุนต่ำ เป็นต้น</p> http://gotoknow.org/blog/doctorchai3/63471 <p> 5. มีการบริหารจัดการความเสี่ยงที่ดี</p><p> 6. มีกระบวนการจัดการความรู้ในองค์กร(knowledge management)อย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ และสร้างนวัตกรรมใหม่ให้แก่องค์กรhttp://gotoknow.org/blog/doctorchai5/56414</p><p> 7. การบริหารมุ่งสู่ผลสัมฤทธิ์(Result base management)</p><p> 8. มีการเชื่อมต่อองค์กรเครือข่ายและมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันอย่างต่อเนื่อง</p>