“มนุษย์มีจุดโหว่อยู่ตลอดเหมือนเราที่กัดลิ้นตนเองเวลากินข้าวมีใครไม่เป็นบ้าง”
กัปตันนายแพทย์กรพรหม แสงอร่าม กัปตัน และนายแพทย์ของสายการบินไทย บรรยายไว้ในวันที่ 10 สิงหาคม 2561 ในการประชุมวิชาการประจำปี ครั้งที่ 34 ปี 2561 ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพราะความเป็นมนุษย์ จึงมีจุดโหว่ได้ ดังที่วิทยากรเน้นย้ำไว้ เพราะทฤษฎีการเกิดอุบัติเหตุ ต่อให้ทำงานตามทฤษฎีอย่างไรเสียอุบัติเหตุก็ยังเกิด ทางการบินตอนนี้ตอนนี้โอกาสในการเกิดอุบัติเหตุที่ยอมรับได้อยู่ที่ 1:1,000,000 เที่ยวบิน แต่ตอนนี้ทำได้ 1:2,000,000 เที่ยวบิน แล้วทางการแพทย์จะทำอย่างไรถ้ายังทำตามหลักการแต่ยังเกิดความไม่ปลอดภัยต่อผู้รับบริการ มุมมองที่แตกต่างกันระหว่างการแพทย์ และการบิน เป็นอย่างไร และจะนำมาปรับใช้อย่างไร ลองดู !!
-
ทำอย่างไรให้ปลอดภัยเหมือนการบิน
- มุมมองเรื่อง Risk ความแตกต่างของ Risk ทางการแพทย์ และการบิน ทางการบิน ความเสี่ยง = โอกาสเกิดขึ้น x ความรุนแรง แต่งานคุณภาพการผิดพลาด คือ ความเสี่ยง ซึ่งทางการบินไม่ใช่
- Safety คือสถานการณ์ที่ Risk (โอกาสเกิดขึ้น x ความรุนแรง) ถูกควบคุมให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้(Acceptance Level) โดยใช้ระบบ SMS หรือ Safety Management System
-
Safety Culture วัฒนธรรมในเรื่องของความปลอดภัย คือสังคมที่ไม่ยอมรับการกระทำที่ต่ำกว่ามาตรฐาน ซึ่งสำคัญมาก วัฒนธรรมสามารถฝึกได้ ซึ่งวัฒนธรรมจะครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้
- Reform คนในระบบมีความรู้ ทักษะ องค์กรมีความปลอดภัยเชิงระบบ
- Reporting มีวัฒนธรรมการรายงานที่ดี
- Just Culture มีวัฒนธรรมที่ไว้เนื้อเชื่อใจกัน มีเส้นแบ่งชัดเจนในพฤติกรรมที่ยอมรับได้ ยอมรับไม่ได้
- Flexible culture ยืดหยุ่นต่อสภาวะต่าง ๆ เน้นการทำงานแนวราบ
- Learning culture สรุปความรู้สู่ความปลอดภัย สู่การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ จนเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้
- ระบบ SMS หรือ Safety Management System
ประกอบด้วย
- นโยบายหรือวัตถุประสงค์โดยเฉพาะในเรื่องของการรายงาน Noblame culture หรือ นโยบายไร้การตำหนิ (ฺBlameless policy) ไม่ต้องระบุตัวตน หรือ หน่วยงาน ผลลัพธ์รายงานจะเพิ่มขึ้น KPI ต้องวัดเชิงระบบ ต้องดูปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลตอบความปลอดภัย ไม่ใช่วัดที่บุคคล
-
การจัดการความเสี่ยง (risk Management)
- เมื่อเกิดเรื่องไม่ตำหนิคน แต่วิเคราะห์รากเหง้าของปัญหา ( Root cause analysis) คนเพียงให้ข้อมูล
- วิธีการ
- identify สอนให้คนหน้างานทุกระดับ ต้อง “รู้ความเสี่ยง” สื่อสารได้ รายงานเป็น
- Analysis วิเคราะห์อะไรคือโอกาสเกิด ความรุนแรงมีแค่ไหน เช่น ยาเหมือนกันวางใกล้กัน Risk= โอกาสหยิบผิด x ความรุนแรงต่อผู้ป่วย
- Controle เลิก ลด ละ
- เลิก คือ หยุดความเสี่ยง
- ลด คือ ลดโอกาส ลดความรุนแรง
- ละ เช่น สื่อสารประชาสัมพันธ์ เขียนป้าย แยกแยะ
- Safety Assurance การตรวจสอบ (Audit) ความเสี่ยง การตรวจสอบหน้างานซึ่งต้องไม่บอกล่วงหน้า ผู้ตรวจสอบ (Auditor) ต้องช่วยแนะการแก้ปัญหา
- Safety Promotion การรณรงค์ความปลอดภัย ควรมีการฝึกอบรม Non clinical Skills เช่น การบินมี CRM Joint Training (Crew Resource management) บรรจุในหลักสูตร เพื่อให้มีความรู้ เจตคติ การทำงานเป็นทีม และทักษะทางคลินิกที่ดี
สรุปทางการแพทย์จะทำอย่างไรให้ปลอดภัยเช่นการบิน
- ต้องแก้ที่ระบบองค์กรโดยเฉพาะปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ เช่น ให้คนที่เชี่ยวชาญกว่าทำงานที่ยาก ซับซ้อน เกิดเหตุกาณ์ต้องวิเคราะห์ระบบ ไม่ใช่ตัวคน
- มีวัฒนธรรมของความปลอดภัย การรายงาน การไม่ตำหนิตัวบุคคล การรณรงค์ความปลอดภัย คนในองค์กรต้องรู้ความเสี่ยงหน้างาน
- มองภาพเดียวกัน สื่อสารให้เกิดความร่วมมือ ทำงานเป็นทีม รู้บทบาท ดักช่องโหว่ช่วยกัน
สภาพยาบาลพยายามสร้างระบบ APNs มาทำงานที่ยาก มีระบบให้คำปรึกษา ซึ่งเราจะต้องฝึกทำงานโดยใช้ผู้เชี่ยวชาญ