
นงชนกขับรถพาคณะลงจากหมู่บ้านคีรีวงวิ่งต่อจากอำเภอลานสกา ไปตามถนนที่อยู่แนวเชิงเขา ตรงไปทางอำเภอพรหมคีรี พอเห็นป้ายน้ำตกทางขวามือก็ขับเลี้ยวเข้าไปประมาณ 500 เมตร ก็เห็นป้ายศูนย์ปฏิบัติธรรมข้างหน้า นงชนกเลี้ยวรถเข้าไปในศูนย์โดยไม่บอกไม่ถามใคร ภายในศูนย์ปฏิบัติธรรมมีบรรยากาศร่มรื่น อากาศเย็นสบาย มีอาคารเล็กอาคารน้อยและบ้านพักหลายหลัง เสียงน้ำตกดังซู่ซ่า อยู่ด้านหลังศูนย์ปฏิบัติธรรม รถจอดที่หน้าอาคารหลังแรก แล้วความลับก็เปิดเผย เมื่อ นิศมาบอกนิพาดาก่อนใครด้วยประโยคสั้นๆว่า
"เราจะพามาพักผ่อนและปฏิบัติธรรมให้ใจสงบกันที่นี่" แล้วชวนกันลงจากรถโดยไม่สนใจว่าจะเกิดอะไรขึ้น
นิพาดาหน้าตื่นงงๆเพราะเป็นคนเดียวที่ไม่เคยมาในที่อย่างนี้ ก้าวลงจากรถอย่างหวาดๆ รู้ทันทีว่าถูกเพื่อนร่วมกันหลอกมาปฏิบัติธรรม นึกโกรธในใจแต่พอคิดอีกทีเพื่อนก็หวังดีต่อเรา เป็นไงเป็นกันสิ ลองดูสักตั้ง ผีถูกหามเข้าป่าช้าแล้วนี่ คงกลับตัวไม่ได้แล้ว หันไปดูธรรศแวบหนึ่งเชิงตำหนิเล็กน้อยว่ารู้แล้วทำไมไม่บอกตรงๆ มาเล่าเรื่องราวให้ฟังอ้อมค้อมอยู่ได้ ธรรศเองก็เสียววาบ ทุกคนไม่พูดไม่จากันอีก ก้าวลงจากรถยกกระเป๋าลงมาทั้งหมด ท่ามกลางความเงียบ นงชนกกล่าวขึ้นก่อน
“ขอให้ทุกคนพบกับความสุข ความสงบอันแท้จริง และขออนุโมทนาบุญกับทุกคนด้วยนะ วันสุดท้ายจะมารับไปสนามบิน” นิศมานำกล่าวขอบใจเพื่อน ทุกคนก็กล่าวตาม
นิศมากับกรนุชเข้ามาจับมือนิพาดา พร้อมทั้งขอโทษที่ไม่บอกตรงๆแต่แรกและให้กำลังใจเพื่อนว่า
“เรามาพักผ่อนกายกันแล้วลองมาพักผ่อนใจกันบ้าง ไม่ต้องกลัวที่นี่มีแต่ความสุขความสงบนะเพื่อน พวกเราผ่านกันมาแล้วหลายรอบหลายที่ รู้ว่าดีจึงอยากให้เพื่อนได้รับสิ่งดีๆด้วย เพราะเรารักเพื่อนนะ”
นิพาดายังตื่นเต้นไม่หาย หันไปมองธรรศอีกแวบหนึ่ง ธรรศยิ้มให้โดยไม่พูดอะไร นิศมาพาคณะเข้าไปในศูนย์เพื่อลงทะบียนเข้าปฏิบัติธรรม การลงทะเบียนเขามีการแยกชายแยกหญิงคนละกลุ่มกัน ธรรศแยกไปลงทะบียนตามความเคยชินเพราะเป็นศิษย์เก่าอยู่แล้วรู้ธรรมเนียมการปฏิบัติดีที่มีกฎกติกาเหมือนกันทุกศูนย์ นิศมากับกรนุชในฐานะศิษย์เก่าพานิพาดามาอีกทาง ธรรมบริกรออกมาต้อนรับและตรวจสอบข้อมูลตามที่สมัครไว้ นิศมาฝากให้ธรรมบริกรช่วยดูแลนิพาดาด้วยเพราะเป็นศิษย์ใหม่ ธรรมบริกรได้ปฏิบัติต่อนิพาดาด้วยความเมตตา พูดให้กำลังใจเป็นเบื้องต้น ให้กุญแจห้องพักซึ่งเป็นห้องพักเดี่ยว พร้อมทั้งขอให้เก็บโทรศัพท์กระเป๋าสตางค์และของมีค่าในล็อกเกอร์ โดยให้เก็บกุญแจไว้เอง วันสุดท้ายจึงค่อยมารับ พร้อมทั้งให้คำแนะนำเบื้องต้นในการปฏิบัติตน ตลอดการอยู่ที่นี่อย่างคล่าวๆ รายละเอียดจะมีการปฐมนิเทศอีกครั้งก่อนเริ่มการปฏิบัติ
นิศมากับกรนุชคอยช่วยเหลือจัดการเกือบทุกเรื่องให้นิพาดา เสร็จจากลงทะเบียนก็พานิพาดาไปเข้าห้องพักที่เขาจัดให้พักห้องติดกันทั้งสามคน นิพาดาค่อยอุ่นใจหน่อย ห้องพักมีที่หลับที่นอน ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ถาดอาหาร ช้อนส้อม แก้วน้ำ เก้าอี้นั่ง อุปกรณ์ทำความสะอาดห้อง ตลอดจนเครื่องอำนวยความสะดวกที่จำเป็นทุกอย่างไม่ต่างจากโรงแรมที่พักทั่วๆไป เพียงแต่ไม่มีทีวี ตู้เย็น และแอร์ เท่านั้น มีห้องน้ำในตัว มีพัดลมให้ด้วย อากาศในห้องโปร่งเย็นสบายไม่จำเป็นต้องเปิดพัดลมก็ได้ ห้องพักดูสะอาด เล็กกระทัดรัดแต่ไม่อึดอัด โดยจัดแยกโซนชาย-หญิง ไม่ปะปนกัน มีอาคารรวมปฏิบัติธรรมคั่นกลาง นิพาดารู้สึกพอใจกับห้องพักและบรรยากาศที่นี่ ทำให้เธอรู้สึกสบายใจไปเปลาะหนึ่ง แต่ต่อไปไม่รู้ว่าจะต้องผจญภัยกับอะไรบ้าง
เสียงออดเรียกเข้ารับการปฐมนิเทศดังขึ้น สมาชิกทุกคนต่างไปรวมกันที่อาคารเอนกประสงค์ซึ่งใช้เป็นที่รับลงทะเบียน เป็นห้องประชุมย่อย เป็นห้องสำหรับผู้จัดการหลักสูตร ห้องเก็บของมีค่า ที่สมาชิกฝากไว้ รวมทั้งเป็นห้องรับประทานอาหารและอาหารว่างทุกมื้อ โดยจัดเป็นเค้าเตอร์ยาวไปตามแนวอาคาร กำหนดหมายเลขที่นั่งตามห้องพัก แต่ละคนจะนำถาดอาหาร แก้วน้ำ ผ้าเช็ดจาน ผ้าคลุมถาดมาวางไว้ถาวรตามที่ที่จัดให้ ทุกอย่างถูกจัดให้เป็นส่วนตัวไม่เกี่ยวข้องกัน
ที่ห้องประชุมย่อย ผู้จัดการหลักสูตร และธรรมบริกรฝ่ายชาย-หญิง จัดเก้าอี้นั่งแยกชายแยกหญิงไว้ และขอให้ผู้ปฏิบัติใหม่นั่งด้านหน้า ผู้ปฏิบัติเก่านั่งด้านหลัง นิศมาและกรนุชเลือกนั่งเก้าอี้กลางๆที่เป็นรอยต่อระหว่างผู้ปฏิบัติใหม่กับผู้ปฏิบัติเก่าแล้วเรียกนิพาดามานั่งใกล้ๆ ตอนนี้ยังสามารถพูดคุยกันได้ แต่ทุกคนจะพูดกันเสียงไม่ดัง นิพาดาสังเกตเห็นผู้ปฏิบัติทั้งเก่าและใหม่จะมีหลากหลายอายุ ตั้งแต่อายุ 18ปี ไปจนถึง 70-80 ปี แต่ละคนแต่งชุดสุภาพสีไม่ฉูดฉาด แต่ดูมิดชิด เหมือนที่นิศมาเคยเข้ามาดูแลเรื่องเสื้อผ้าก่อนออกจากบ้าน บางคนแต่งชุดขาวก็มี จึงมีความหลากหลายภายใต้ความสุภาพมิดชิด
สิ่งที่นิพาดาเห็นแล้วแปลกมากๆคือ มีผู้ปฏิบัติส่วนหนึ่งที่เป็นชาวต่างชาติ ดูหน้าตาคร่าวๆและได้ยินเขาคุยกันแว่วๆว่าน่าจะเป็นทั้งคนฝรั่ง มีทั้งผิวขาวและคนสีผิว รวมทั้งคนเอเชียที่น่าจะมาจากหลายเชื้อชาติปะปนอยู่ นอกจากนี้ยังมีพระภิกษุอีกประมาณ 6 รูป มาร่วมปฏิบัติด้วย ดูจำนวนผู้ปฏิบัติทั้งหมดคร่าวๆฝ่ายหญิงน่าจะประมาณ 60-70 คน ฝ่ายชายรวมทั้งพระภิกษุด้วยประมาณ 15 คน นิศมากระซิบบอกนิพาดา
“การอบรมทุกรุ่นก็มีประมาณนี้แหละ” นิพาดาก็ถามด้วยความสงสัย
“ผู้ชายไปไหนหมดไม่มาปฏิบัติธรรมกัน” นิศมาก็ตอบเพื่อนเบาๆแบบติดตลก
“คงไปอยู่นรกกันหมดมั๊ง” นิพาดาหัวเราะออกมาทำให้เพื่อนอุ่นใจว่าเธอคงไม่เครียดแล้ว
นิพาดารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เห็นจริงๆ ทำให้เธอสนใจอยากติดตามดูว่าจะมีอะไรที่แปลกใหม่ที่เธอไม่เคยรู้เกิดขึ้นบ้าง ผู้จัดการหลักสูตรที่นำปฐมนิเทศเป็นผู้หญิง กล่าวต้อนรับ แล้วเริ่มปฐมนิเทศผ่านทางสื่อทีวีและเครื่องบันทึกเสียง กรนุชอธิบายเพิ่มเติมเบาๆ ว่าทุกศูนย์ปฏิบัติธรรมเป็นเช่นนี้เหมือนกันหมดตั้งแต่วันแรกถึงวันสุดท้ายเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน นิพาดาตั้งใจฟังเพื่อจะได้ปฏิบัติตนให้ถูกต้อง เริ่มจากการแนะนำศูนย์ปฏิบัติธรรมแห่งนี้ มีสถานที่และเครื่องอำนวยความสะดวกอะไรบ้าง ผู้ปฏิบัติจะต้องปฏิบัติตนอย่างไรตลอดการอบรมทั้ง 10 วัน จะมีอาหารบริการเป็นอาหารมังสะวิรัติและเครื่องดื่มที่ไม่มีนมและเนื้อสัตว์เจือปน สำหรับศิษย์ใหม่จะรักษาศีล 5 ส่วนศิษย์เก่าจะต้องรักษาศีล 8 งดอาหารเย็น ดื่มได้เฉพาะน้ำปานะ ยกเว้นผู้มีปัญหาสุขภาพต้องทานยาหลังอาหารก็ให้แจ้งเป็นรายๆไป ทางศูนย์ก็จะจัดอาหารให้ตามจำนวนที่เหมาะสม ส่วนผู้ที่มีปัญหาสุขภาพนั่งพื้นบนอาสนะนานๆไม่ได้ก็จะแจ้งอาจารย์ให้พิจารณาจัดเก้าอี้นั่งให้ตามที่อาจารย์เห็นเหมาะสม โดยเน้นย้ำถึงกฎที่จะต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดทุกคนคือ การแยกชายแยกหญิง ไม่พูดคุยกัน ไม่แตะเนื้อต้องตัวกันแม้เป็นเพศเดียวกันก็ตาม การรักษาความเงียบ งดการติดต่อสื่อสารใดๆทั้งคำพูดและแสดงสัญลักษณ์ทางร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรักษาวินัยเรื่องการตรงต่อเวลา เป็นต้น โดยกฎดังกล่าวไม่ได้มีเจตนาเพื่อจำกัดสิทธิเสรีภาพใดๆ แต่ตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือให้ผู้เข้ารับการอบรมได้อยู่ในบรรยากาศที่ช่วยให้การรักษาศีลมีความบริสุทธิ์ ซึ่งจะช่วยให้การปฏิบัติประสบผลสำเร็จได้ดียิ่งขึ้น
กฏนี้จะเริ่มใช้เมื่อเริ่มเข้ารับการอบรมหลังจากปฐมนิเทศนี้แล้ว ผู้ปฏิบัติมีหน้าที่ปฏิบัติตามคำสอนของอาจารย์และรักษากฏระเบียบอย่างเดียว ไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้น มีปัญหาที่ต้องการขอความช่วยเหลือสิ่งใดให้บอกธรรมบริกร ทั้งชายและหญิงได้ตลอดเวลา โดยแนะนำธรรมบริกรที่อยู่ประจำอาคารห้องพักแต่ละหลังทีละคนทั้งชายและหญิง ทุกคนทั้งผู้จัดการหลักสูตร ซึ่งธรรมบริกรล้วนเป็นอาสาสมัครมารับใช้ธรรมะในการอบรมแต่ละครั้งก็จะมีการหมุนเวียนเปลี่ยนไป
นิพาดาค่อนข้างเครียดและกังวลพอสมควรในกฎระเบียบบางเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องไม่พูดกับใคร ไม่ติดต่อกับใครทั้ง 10 วัน จะไหวไหมเนี่ย แค่ไม่โทรศัพท์ติดต่อใครเลยก็ต้องทำใจมากพอดูอยู่แล้ว นิศมาและกรนุช สังเกตเห็นแววตาและสีหน้าของนิพาดาที่แสดงความไม่มั่นใจว่าจะผ่านพ้นไปได้ไหม ทั้งสองคนจึงจับมือนิพาดาให้กำลังใจเพื่อน ขอให้เพื่อนทำใจให้สบาย เพราะนี่คือทางปฏิบัติที่จะนำเราไปสู่ความสุขที่แท้จริง เราสองคนก็ผ่านมันมาแล้ว ใหม่ๆอาจลำบากกายใจหน่อยเพราะเราไม่เคยชินกับกฎระเบียบเยี่ยงนี้ แต่ไปสักระยะหนึ่งเราก็จะคุ้นชินและผ่อนคลายไปเอง แรกๆก็ต้องใช้ขันติความอดทนให้ผ่านพ้นไปให้ได้ ยากกว่านี้หลายเรื่องนิพาดาก็ทำสำเร็จมาแล้ว สู้ๆนะเพื่อน นิพาดายิ้มรับเจื่อนๆอย่างพิพักพิพ่วน เธอมองข้ามไปยังกลุ่มฝ่ายชาย เห็นธรรศจ้องมาที่เธอไม่วางตาพร้อมยิ้มและโค้งศีรษะให้กำลังใจแก่เธอด้วยความห่วงใย
เสร็จจากปฐมนิเทศก็ต้องไปพบธรรมบริกรตามฝ่ายของตนเอง เพื่อรับหมายเลขอาสนะและเก้าอี้นั่งในการปฏิบัติตลอดหลักสูตรที่อาจารย์ผู้สอนจะพิจารณาจัดให้ตามความเหมาะสม ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ตอนนี้มีการกั้นฉากระหว่างเขตชายเขตหญิงอย่างสมบูรณ์แล้ว โดยไม่มีการแยกเชื้อชาติภาษาใดๆ แต่ละฝ่ายจะมีป้ายประกาศตารางการอบรมและข้อความที่ต้องการสื่อสารทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ มีโต๊ะวางอาหารและเครื่องดื่มแยกตามฝ่ายขายหญิง สรุปแล้วต่อนี้ไปจะต้องแยกจากกันโดยเด็ดขาด แม้ในฝ่ายเดียวกัน คนที่มาด้วยกันก็จะต้องงดการติดต่อพูดคุยหรือแสดงสัญลักษณ์ใดๆต่อกันทั้งสิ้น
--------------------------------

