
ที่ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช นงชนกเพื่อนของนิศมาขับรถโฟวิลมารอรับที่สนามบิน ตอนนี้เวลายังเช้าอยู่เลย ก่อนขึ้นรถนิศมาแนะนำให้นงชนกรู้จักทุกๆคน รถโฟวิลกว้างขวางบรรจุสมาชิกและสัมภาระได้ อย่างเหลือเฟือ ธรรศเป็นผู้ชายคนเดียวจึงถูกจัดให้ไปนั่งด้านหน้าคู่กับนงชนกที่เป็นคนขับ สามสาวนั่งด้านหลังสบายๆไม่เบียดกันมากนัก
นงชนกพาคณะมาทานอาหารเช้าร้านขึ้นชื่อในตัวเมืองมีอาหารให้เลือกทั้งบักกุ๊ดเต๋ ขนมจีบ ซาราเปา ชา กาแฟ เธอบอกว่าใครมานครศรีธรรมราชถ้าไม่มาทานร้านนี้ถือว่ามาไม่ถึงเมืองนี้ ดังนั้นทุกคนจึงสั่งทุกอย่างแล้วมาทานด้วยกัน ต่างยอมรับว่าอร่อยจริง นงชนกบอกว่าที่เมืองนครยังมีร้านอาหารอร่อยๆอีกหลายร้าน ที่มาแล้วต้องหาโอกาสไปทานให้ได้คือขนมจีนเส้นสด น้ำยาปูนิ่ม และผลไม้ที่นี่มีให้ทานหมุนเวียนกันทั้งปี ราคาไม่แพงส่วนใหญ่จะมาจากบ้านคีรีวงที่จะไปพักกัน โดยเฉพาะทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง จำปาดะฯลฯล้วนมาจากคีริวงเป็นส่วนใหญ่ เขาจะส่งไปขายกันทั่วภาคใต้ ลงไปถึงภาคกลางด้วย
ผลไม้ขึ้นชื่อของนครศรีธรรมราชอีกอย่างคือ ส้มโอทับทิมสยาม รสชาติอร่อยกว่าส้มโอทั่วๆไป และมาที่เมืองนครถ้าไม่ได้ทานมังคุดคัดก็ถือว่ามาไม่ถึงเมืองนครเช่นกัน เพราะมีที่นี่ที่เดียว มีขายกันทั่วเมือง เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านของเมืองนคร โดยเอามังคุดแก่ที่ยังดิบๆอยู่มาปอกด้วยมีด(ภาษาท้องถิ่นเรียกคัด)แล้วเสียบไม้ขาย ทานแล้วกรอบอร่อยมาก นอกจากนี้ที่เมืองนครยังมีอะไรที่แปลกๆดีๆสนุกๆอีกหลายอย่าง เช่น การกวนขนมราก่อนวันเข้าพรรษา การชนวัว การสร้างบ้านให้นกนางแอ่นอาศัย เป็นต้น
ทานอาหารเช้าเสร็จนงชนกก็พาคณะมาไหว้พระมหาธาตุนครศรีธรรมราชเพื่อความเป็นสิริมงคล และขับรถพาตระเวณไปรอบเมือง
นครศรีธรรมราชเป็นจังหวัดใหญ่มีหลายอำเภอ ถ้าจะเที่ยวให้ทั่วก็คงต้องอยู่กันหลายวัน แต่เป้าหมายสำคัญของการมาครั้งนี้ไม่ใช่การมาเที่ยว เอาแค่ได้สัมผัสจุดที่เป็นไฮไล้ท์บางจุดก็พอแล้ว และเวลาหนึ่งวันที่เหลือก่อนไปปฏิบัติธรรมก็อยากไปสัมผัสบรรยากาศที่บ้านคีรีวงมากกว่า ก่อนขึ้นไปบ้านคีรีวง เจ้าบ้านก็ไม่ลืมที่จะให้ผู้มาเยือนได้ลิ้มรสมังคุดคัดและส้มโอทับทิมสยามกันก่อน ทุกคนติดใจจึงซื้อเผื่อไปทานบนคีรีวงด้วย นงชนกเป็นทั้งคนขับรถและเป็นไก๊ด์แนะนำบ้านคีรีวงให้ทุกคนทราบด้วย เธอเล่าว่าบ้านคีรีวงตั้งอยู่ที่ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นชุมชนเก่าแก่ที่อพยพมาอาศัยอยู่เชิงเขาหลวง เดิมชุมชนนี้มีชื่อว่า "บ้านขุนน้ำ" เพราะตั้งอยู่ใกล้ต้นน้ำจากยอดเขาหลวง ต่อมาเปลี่ยนเป็นชื่อ "บ้านคีรีวง" หมายถึง หมู่บ้านซึ่งอยู่ภายในวงล้อมของภูเขา เสน่ห์ของบ้านคีรีวงที่เป็นที่กล่าวขานในหมู่นักท่องเที่ยว คือความสงบและความเงียบ การได้สัมผัสวิถีชีวิตแบบชนบท อิ่มไปกับบรรยากาศหมู่บ้านกลางหุบเขาที่ได้ชื่อว่าอากาศดีที่สุดในประเทศไทย ฟังเสียงน้ำไหล ผ่านแก่งหินต่าง ๆ ไหลรวมเป็นแม่น้ำสายเล็ก ๆ ผ่านกลางหมู่บ้าน จนกลายเป็นชุมชนต้นแบบในการจัดการธุรกิจท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และได้รับรางวัลยอดเยี่ยมอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ประเภทเมืองและชุมชน

ที่นี่มีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้ทำแบบไม่รู้เบื่อ เช่นนอนโฮมสเตย์ของชาวบ้านแบบใกล้ชิดธรรมชาติ เรามาในช่วงฤดูผลไม้ออกผลพอดี จึงได้เห็นภาพ มังคุด ทุเรียน เงาะ ลองกอง ฯลฯ กำลังออกผลในสองข้างทาง ช่างเป็นภาพที่งดงามเหลือเกิน นงชนกจอดรถเป็นระยะๆ ให้คณะลงไปถ่ายรูปและเลือกซื้อผลไม้ไปทานกันอย่างเต็มที่ นงชนกเล่าต่ออีกว่าคนที่มาที่นี่ชอบไปเล่นน้ำในลำธาร สำหรับนักท่องเที่ยวคนไหนอยากลงเล่นน้ำ แล้วกังวลว่าเสื้อเปียกแล้วจะเปลี่ยนชุดที่ไหน ไม่ต้องห่วง เพราะบางร้านค้าเปิดบริการห้องน้ำ ไว้สำหรับให้ได้อาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าได้ และสามารถปั่นจักรยานรอบหมู่บ้านแบบสบายๆ
รถวิ่งลัดเลาะไปตามไหล่เขาที่ไม่สูงและคดเคี้ยวมากนัก ผ่านสวนผลไม้และแมกไม้นานาชนิด ไม่ถึงชั่วโมงก็ถึงจุดหมายปลายทาง ก่อนเข้าที่พักนงชนกพาคณะไปชมจุดท่องเที่ยวที่เป็นไฮไลท์ของบ้านคีรีวง ไปทีละจุด จุดแรกคือ"สะพานบ้านคีรีวง" ซึ่งเป็นจุดแลนด์มาร์กสำคัญที่ไม่ว่าใครมาก็ต้องมาถ่ายรูปกับสะพานและป้าย “คีรีวง อากาศดีที่สุดในประเทศไทย” เป็นการบอกว่ามาถึงคีรีวงแล้วนะ นงชนกพาคณะลงสูดอากาศบริสุทธิ์จนชุ่มปอดและถ่ายรูปกันแบบไม่เร่งรีบ นิพาดาถูกเพื่อนๆคะยั้นคะยอให้ถ่ายรูปคู่กับธรรศ ทั้งคู่มีท่าทีเขินอายเล็กน้อยแต่ก็คล้อยตามเพื่อนและตามใจปรารถนาของตนในส่วนลึกด้วย
นงชนกขับรถพาเพื่อนๆเดินทางต่อไปจุดที่สองคือ "หนานหินท่าหา" มีลักษณะเป็นลำคลอง มีนักท่องเที่ยวมาเล่นน้ำที่บริเวณนี้กันอย่างสนุกสนาน นงชนกชี้ให้ดูรีสอร์ทของตนที่เพื่อนๆจะพักกันคืนนี้ ซึ่งอยู่ใกล้ๆบริเวณนี้ แต่ยังไม่แวะตอนนี้ ไปเที่ยวให้ครบทุกจุดก่อน บ่ายคล้อยจึงจะพามาพักผ่อนกัน
จุดต่อไปคือ"สะพานแขวนท่าหา" อยู่ไม่ไกลจากหนานหินท่าหา เป็นสะพานแขวนเล็ก ๆ ล้อมรอบด้วยวิวป่าเขา เป็นอีกหนึ่งที่ถ่ายรูปสวย ๆ ของบ้านคีรีวงที่ทุกคนได้ลงไปถ่ายรูปกัน
จุดสุดท้ายที้ไปกันวันนี้คือ "ตลาดบ้านคีรีวง" เป็นตลาดเล็ก ๆ อยู่ไม่ไกลจากสะพานบ้านคีรีวงเท่าใด นงชนกพาคณะเดินเลือกชมเลือกซื้อของกินต่าง ๆ มากมาย ได้ยลวิถีชาวบ้านกับกลุ่มอาชีพต่าง ๆ ของบ้านคีรีวง เพราะนอกจากธรรมชาติสวย ๆ ของบ้านคีรีวงแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่พลาดไม่ได้ คือการตระเวนเยี่ยมชมกลุ่มอาชีพที่เกิดจากการรวมตัวของชาวบ้านเป็นกลุ่มต่าง ๆ เช่น "กลุ่มลูกไม้" เป็นกลุ่มที่รวมตัวกันสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากเมล็ดพืช "กลุ่มมัดย้อมสีธรรมชาติ" ชมผลิตภัณฑ์ผ้าบาติกสวย ๆ "กลุ่มใบไม้บ้านคีรีวง" ชมผ้ามัดย้อมทำจากสีธรรมชาติจากเปลือกไม้ เป็นต้น ใครมีเวลาก็สามารถเดินเที่ยวชมได้ทั้งวัน บ้านคีรีวงนับเป็นหมู่บ้านที่สงบ สวยงาม และที่สำคัญเป็นแหล่งที่ปลูกมังคุดได้ดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทยด้วย
ได้เที่ยวจนครบทุกที่แล้วนงชนกก็พาคณะเข้าที่พัก โดยเธอจัดบ้านหลังหนึ่งให้สามสาวพักด้วยกัน ส่วนธรรศถูกจัดให้พักที่อาคารแถวซึ่งจัดเป็นห้องๆไม่ไกลจากบ้านพักของสามสาวเท่าไรนัก รีสอร์ทของนงชนกดูเป็นรีสอร์ทเล็กๆ แต่จัดได้น่ารัก มีบ้านและอาคารไม่กี่หลัง จัดบรรยากาศและบริเวณได้สวยงามน่าอยู่ บริเวณใกล้เคียงก็มีรีสอร์ทอีก 4-5 แห่ง ที่สำคัญคืออยู่ใกล้ธารน้ำบริเวณหนานหินท่าหาที่นักท่องเที่ยวชอบไปเล่นน้ำกัน
พอทุกคนจัดของเข้าที่เสร็จก็เปลี่ยนชุดชวนกันลงไปเล่นน้ำกัน ธรรศทำหน้าที่บอดี้การ์ดคอยดูแลบริการสาวๆ โดยเฉพาะกับนิพาดา ธรรศจะดูแลอยู่ใกล้ชิดไม่คลาดสายตา เขาเป็นสุภาพบุรุษที่วางตัวได้อย่างเหมาะสมในทุกโอกาส อย่างน่าชื่นชม
อาหารเย็นแบบพื้นบ้านที่แปลกแต่แสนอร่อยผ่านไป จากการคุยกันเป็นกลุ่มสักครู่นิศมากับกรนุช ขอตัวไปทำภารกิจส่วนตัวที่จริงคือไปเตรียมตัวสำหรับเข้าปฏิบัติธรรมในวันพรุ่งนี้เพื่อไม่ให้นิพาดาสงสัย ทิ้งให้ธรรศมีโอกาสได้อยู่กับนิพาดาสองต่อสอง ธรรศมีกิริยาวาจาที่สุภาพและให้เกียรติเธอเสมอจนนิพาดารู้สึกอบอุ่นและไว้วางใจเขามากขึ้น ธรรศไม่มีทีท่าว่าจะพูดจาเชิงเกี้ยวพาราสีหรือมีคำพูดใดใดให้เธอรู้สึกอึดอัดใจ เขาจะพยายามชวนคุยในเรื่องที่นิพาดาสนใจ เพราะพอทราบเรื่องราวของนิพาดาที่นิศมาเล่าให้ฟังมาบ้างแล้ว จึงพยายามหาวิธีพูดจาให้เธอรู้สึกผ่อนคลายเมื่อจะต้องเจอกับสถานการณ์จริงในวันพรุ่งนี้ ซึ่งเขาจะบอกเธอตรงๆไม่ได้เพราะรับปากกับนิศมาไว้แล้ว
ในตอนหนึ่งเขาได้เล่าถึงประสบการณ์ที่ดีและมีความสุขกับการไปปฏิบัติธรรมของเขาที่ผ่านมาหลายครั้ง ดูนิพาดาตั้งใจและสนใจฟังเรื่องที่เขาเล่าไม่น้อย เธอมีคำถามระหว่างการเล่าอยู่บ่อยๆ ซึ่งอาจเป็นเพราะเธอไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนและเป็นการเล่าจากคนที่เขาเริ่มศรัทธาก็ได้ ธรรศเองก็รู้สึกอึดอัดที่จะตอบตรงๆ และหวั่นว่าเมื่อเธอเจอสถานการณ์จริงในวันพรุ่งนี้เธออาจโกรธจนไม่พูดกับเขาเลยก็ได้ ก็คิดเข้าข้างตัวเองว่าการคิดดีเจตนาดี ธรรมะคงจะช่วยจัดสรรให้เธอได้พบกับธรรมะอันบริสุทธิ์ที่จะนำเธอไปสู่ความสุขความสงบที่แท้จริงเอง
วันรุ่งขึ้นนิศมาเข้ามาช่วยจัดข้าวของของนิพาดาลงกระเป๋า ดูเสื้อผ้าของใช้ที่จำเป็นให้ครบถ้วนตามที่ได้เตรียมมาก่อนออกเดินทางจากบ้านมาแล้วอีกครั้ง ชุดที่เธอสวมใส่ก็ดูเรียบร้อยมิดชิด สีไม่ฉูดฉาด นิพาดาแปลกใจในท่าทีของเพื่อนเหมือนกัน สงสัยเหมือนกันว่า วันนี้เพื่อนๆจะพาไปเที่ยวที่ไหน นิศมาก็บอกแต่ว่าจะพาไปพักรีสอร์ทแห่งใหม่ ที่บรรยากาศดี สงบ ร่มเย็น เราจะพักกันยาว 10 วันเลย นิพาดาคิดในใจ
"เพื่อนจะพาไปไหนก็ไปด้วยทั้งนั้น มีธรรศไปด้วยก็อุ่นใจอยู่แล้ว"
---------------------------------



คนรุ่นผมรู้สึกใจหายที่นิตยสารบางกอก สกุลไทย ขวัญเรือน สตรีสาร ฯลฯ ปิดตัวไป … เลยอยากเขียนอะไร(เล็กๆ)เท่าที่พอทำได้ มาแลกเปลี่ยนแบ่งปันกันบ้าง รู้ว่าทดแทนกันไม่ได้แต่ก็อยากทำในยุค IT ครับ