พลังแห่งวัยเยาว์ : 13. บทส่งท้าย


บันทึกชุด พลังแห่งวัยเยาว์ นี้ ตีความจากหนังสือ The Importance of Being Little : What Young Children Really Need from Grownups ซึ่งเป็นหนังสือ New York Times Bestseller  เขียนโดย Erika Christakis

ตอนที่ ๑๓ บทส่งท้าย  เป็นการ AAR หรือ reflection ของผม    จากการตีความหนังสือเล่มนี้ และเขียนบล็อก ออกแลกเปลี่ยนเรียนรู้แก่ผู้สนใจในสังคมไทย    โดยพยายามทำให้สาระจากบริบทอเมริกัน  เข้าใจได้และสอดคล้องกับบริบทไทย

 

 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐   มาตรา ๕๔ ระบุดังต่อไปนี้ 

“รัฐต้องดําเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลาสิบสองปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย

รัฐต้องดําเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาตามวรรคหนึ่ง เพื่อพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัย โดยส่งเสริมและสนับสนุน ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชนเข้ามีส่วนร่วมในการดําเนินการด้วย

รัฐต้องดําเนินการให้ประชาชนได้รับการศึกษาตามความต้องการในระบบต่าง ๆ รวมทั้งส่งเสริม ให้มีการเรียนรู้ตลอดชีวิต และจัดให้มีการร่วมมือกันระหว่างรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน ในการจัดการศึกษาทุกระดับ โดยรัฐมีหน้าที่ดําเนินการ กํากับ ส่งเสริม และสนับสนุนให้การจัดการศึกษาดังกล่าวมีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล ทั้งนี้ ตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติซึ่งอย่างน้อย ต้องมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการจัดทําแผนการศึกษาแห่งชาติ และการดําเนินการและตรวจสอบการดําเนินการ ให้เป็นไปตามแผนการศึกษาแห่งชาติด้วย

การศึกษาทั้งปวงต้องมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ สามารถเชี่ยวชาญได้ ตามความถนัดของตน และมีความรับผิดชอบต่อครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ

ในการดําเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาตามวรรคสอง หรือให้ประชาชนได้รับการศึกษาตามวรรคสาม รัฐต้องดําเนินการให้ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการศึกษา ตามความถนัดของตน

ให้จัดตั้งกองทุนเพื่อใช้ในการช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษา และเพื่อเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครู โดยให้รัฐจัดสรรงบประมาณให้แก่กองทุน หรือใช้มาตรการหรือกลไกทางภาษี รวมทั้งการให้ผู้บริจาคทรัพย์สินเข้ากองทุนได้รับประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีด้วย ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ ซึ่งกฎหมายดังกล่าวอย่างน้อยต้องกําหนดให้การบริหารจัดการกองทุน เป็นอิสระและกําหนดให้มีการใช้จ่ายเงินกองทุนเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว” 

 

การที่รัฐธรรมนูญระบุความสำคัญของเด็กเล็ก  “ให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษา” จึงมีความเหมาะสมอย่างยิ่ง    และจะเห็นว่า ถ้อยคำ “ก่อนเข้ารับการศึกษา” บ่งบอกการให้ความหมายว่า คณะผู้ร่างรัฐธรรมนูญมอง “การดูแลและพัฒนา” เด็กเล็ก แยกจากการศึกษาในโรงเรียน    ซึ่งผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง

บันทึกชุด พลังแห่งวัยเยาว์ รวม ๑๒ ตอนก่อนหน้านี้    ได้เตือนแล้วเตือนเล่า ว่า ในสหรัฐอเมริกา และอีกมากมายหลายประเทศทั่วโลก (รวมทั้งไทย)     “การดูแลและพัฒนา” เด็กเล็ก หรือเด็กก่อนวัยเรียน กำลังถูกวิธีการในโรงเรียนเข้าครอบงำ    ความเป็น “preschool”   กำลังถูกทำให้เป็น school    โดยตั้งเป้าหมายเน้นการเรียนวิชา หรืออ่านออกเขียนได้คิดเลขเป็น    แทนที่จะเน้นพัฒนา “ความเป็นเด็ก” ให้เต็มศักยภาพ

บันทึกชุดนี้ มุ่งแสดงให้เห็นว่า วัยเยาว์ของเด็กเล็กมีพลังและคุณค่าในตัวของมันเอง    ในทางปฏิบัติ หรือประยุกต์เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ     ผู้ดำเนินการระบบ “การดูแลและพัฒนา” เด็กเล็ก ต้องระมัดระวังไม่ตกหลุมพรางของพลังแฝงต่างๆ ที่ชวนชักใบให้เรือเสีย ในนามของเจตนาดี    ที่เมื่อดำเนินการแล้ว เด็กเสียประโยชน์    ตามรายละเอียดต่างๆ ที่กล่าวมาแล้ว

คนกลุ่มแรกที่เป็นต้นเหตุให้ระบบ  “การดูแลและพัฒนา” เด็กเล็ก เดินผิดทางคือพ่อแม่ (ส่วนใหญ่ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด)    โดยตั้งเป้าหมายต่อศูนย์เด็กเล็กในทางที่ผิด    คือต้องการให้เรียนวิชาการ    ส่งผลให้เด็กขาดโอกาสเล่นอิสระเพื่อฝึกจินตนาการ เพ้อฝัน และการริเริ่มสร้างสรรค์    รวมทั้งขาดโอกาสฝึกทักษะปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนๆ และต่อผู้ใหญ่คือครูเด็กเล็ก   มีผลให้พัฒนาการทางสังคมและอารมณ์ด้อยลงไป  

แน่นอนว่า คนกลุ่มใหญ่ที่มีอิทธิพลต่อระบบ “การดูแลและพัฒนา” เด็กเล็ก คือหน่วยงานที่กำกับดูแลศูนย์เด็กเล็ก   ที่หากดำเนินการสนองความต้องการของพ่อแม่ส่วนใหญ่    ระบบ  “การดูแลและพัฒนา” เด็กเล็ก ของไทยก็จะเดินผิดทาง   

บุคคลสำคัญยิ่งใน “การดูแลและพัฒนา” เด็กเล็ก รองจากพ่อแม่ คือครูเด็กเล็ก    ที่ในอุดมคติแล้ว ต้องผ่านการศึกษามาอย่างดี และมีทักษะในการทำหน้าที่อย่างถูกต้อง     คือเราต้องได้คนเก่ง ดี มีความสามารถ และรักเด็ก มาเป็นครูหรือผู้ดูแลเด็กเล็ก    และหากพิสูจน์ได้ชัดเจนว่ามีสมรรถนะสูงจริง ควรได้เงินเดือน ๔๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป   

การศึกษาและการพัฒนาครูเด็กเล็ก ควรคำนึงถึงสมรรถนะตามที่ระบุไว้ในบันทึกชุดนี้   

สิ่งที่พึงระวังอย่างยิ่งคือ การตีความวิธีสร้างพัฒนาการเด็กเล็กผิดๆ    ทำให้การพัฒนาเด็กเล็กกลายเป็นแหล่งแสวงประโยชน์ของหลากหลายฝ่าย (ของผู้ใหญ่)    มีผลให้เด็กเสียประโยชน์   คือขาดโอกาสได้พัฒนาเต็มศักยภาพของช่วงวัย  

โปรดสังเกตว่า การปรนเปรอเด็กด้วยวัตถุหรือของเล่น  ในหลายกรณี แทนที่จะก่อคุณประโยชน์ต่อเด็กอย่างที่ตั้งใจ อาจกลับก่อผลเสียต่อเด็ก    ทำให้เด็กขาดโอกาสที่จะเล่นอิสระ โดยใช้ความเพ้อฝัน จินตนาการ และการสร้างสรรค์ของตน ร่วมกับเพื่อนเล่น

วิจารณ์ พานิช        

๒๙ เม.ย. ๖๑


 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สภามหาวิทยาลัย

คำสำคัญ (Tags)#หนังสือ#เด็กเล็ก#เด็ก#หนังสือ-วิจารณ์#พลังแห่งวัยเยาว์#Christakis#Young Children#610809

หมายเลขบันทึก: 649426, เขียน: 08 Aug 2018 @ 21:57 (), แก้ไข: 08 Aug 2018 @ 21:57 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, ดอกไม้: 2, อ่าน: คลิก


ความเห็น (0)