ผมฉีกซองสีน้ำตาลที่หน้าซองเขียนว่า “หมอชาวบ้าน” วารสารคุณภาพ ที่อยู่ยั่งยืนและยาวนาน บรรณาธิการส่งให้ผมอ่าน ๒ เล่ม ในเล่ม..มีบทความของผม สมใจปรารถนา..ที่ครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน อยากเป็นนักเขียน มีผลงานตีพิมพ์ลงวารสาร แม้จะเป็นงานที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ก็ยอม..

             ในห้องทำงานที่ไม่เลิศหรู ดูสะอาดเรียบง่าย ผมใช้เป็นห้องประชุม ห้องพักครูและใช้สอนหนังสือ จนจะกลายเป็นห้องอเนกประสงค์ไปแล้ว

            นั่งทำงานเอกสารได้ไม่นานนัก พนักงานเทศบาลหลายคน นำรถกระเช้าเข้ามาช่วยตัดแต่งต้นไม้ใหญ่ ป้องกันอันตรายจากการหักโค่น ผมต้องคอยบอกให้ตัดแต่งกิ่งก้านสูงๆ ไม่ให้ตัดถึงโคนต้น ตัดเพื่อแตก มิใช่ตัดเพื่อตาย..

            ไปรษณีย์เข้ามา..นำซองสีน้ำตาลและจดหมายจากราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ ขออนุญาตนำคณะเข้าศึกษาดูงาน คิดในใจว่าถ้ามาตอนนี้..ได้ดูงานแน่นอน งานการมีส่วนร่วมระหว่างโรงเรียนกับชุมชน

            ผมฉีกซองสีน้ำตาลที่หน้าซองเขียนว่า “หมอชาวบ้าน” วารสารคุณภาพ ที่อยู่ยั่งยืนและยาวนาน บรรณาธิการส่งให้ผมอ่าน ๒ เล่ม

            ในเล่ม..มีบทความของผม สมใจปรารถนา..ที่ครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน อยากเป็นนักเขียน มีผลงานตีพิมพ์ลงวารสาร แม้จะเป็นงานที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ก็ยอม..

            ความรู้และประสบการณ์ ต้องได้รับการแบ่งปันให้เกิดคุณค่าต่อผู้อ่าน ผมทำสำเร็จแล้ว..ตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ – ๒๕๖๑ มีบทความตีพิมพ์อย่างต่อเนื่อง..

            เสียงเครื่องเลื่อยดังกึกก้อง ผสมผสานเสียงการอ่านของนักเรียนข้างห้อง ผมแทบไม่ได้ยินเสียง “ยามกร่าง” ที่ทักทายมาจากหน้าห้อง

            รปภประจำโรงเรียน..."กร่าง กรับทอง"..มาถามผมว่าจะนำน้ำเข้านาอีกไหม? เพราะเห็นว่าฝนไม่ตกหลายวันแล้ว ผมบอกให้รอสักนิด ด้วยเห็นว่าสองสามวันที่ผ่านมา..ครึ้มฟ้าครึ้มฝนตลอด..ฝนคงใกล้จะตกแล้วล่ะ

            ผมเชิญยามกร่างให้ทานกาแฟด้วยกัน..จริงๆไม่ต้องเชิญก็ได้ เพราะห้องทำงานผม ยามค่ำคืน..ก็เป็นห้องนอนของยามกร่างที่คุ้นเคยและอบอุ่น ทั้งทีวีและกาแฟ..ครบครัน

            ยามกร่าง..คุยให้ฟังว่า..โรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่ใกล้หนองผือ..ตอนนี้เด็กน้อยลง มีไม่ถึง ๙๐ คน ยามกร่างพยายามจะบอกว่า..เขาน้อยกว่าเราแล้วนะ..

            ผมได้แต่รับฟัง..เก็บอาการไว้ไม่แสดงออก..เดี๋ยวยามกร่างจะเข้าใจผิดคิดว่าผมประชันขันแข่งกับโรงเรียนขนาดเล็กข้างเคียง...

            ผมเพียงแค่นึกย้อนไปเมื่อปี ๒๕๔๙...ที่ผมมีนักเรียนไม่ถึง ๕๐ คน ต่อมาเขตพื้นที่ฯก็ทำท่าว่าจะยุบควบรวม

            ตอนนั้น..โรงเรียนข้างๆ ยังไม่ใช่ขนาดเล็ก เพราะหมู่บ้านใหญ่กว่าบ้านหนองผือ ผมยังจำความคิดของผมได้..ในเวลานั้น

            ผมคิดว่า..สัก ๑๐ ปี..ผมจะมีเด็กเท่าเขา และก่อนที่ผมจะเกษียณ ผมจะทำคุณภาพผลสัมฤทธิ์ ให้เทียบเคียงกับโรงเรียนข้างๆ มิให้ห่างกันมากนัก

            กาลเวลาผ่านไป..ความคิดของผมใกล้ความจริงเข้าไปทุกที ผมไม่รู้สึกกดดัน เพราะความแตกต่างกันของจำนวนบุคลากร โรงเรียนข้างเคียงเป็นโรงเรียน “ต้นแบบ” ได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือจากเขตพื้นที่ฯทุกด้าน

            แต่สำหรับผมไม่เคยขออะไรเขตฯ..เพียงแค่ให้งานมันเดินไปด้วยความอดทนและรู้จักรอคอย..พิสูจน์ตนด้วยผลงานมาครั้งแล้วครั้งเล่า..ทั้งการอ่านการเขียนและผลสัมฤทธิ์ ป.๖..จนผู้ปกครองยอมรับ ขอบคุณเด็กนอกเขตบริการ ที่ไหลเข้ามาเพิ่มมากขึ้นทุกปี....

            ผู้บริหารและครูประจำการรวม ๕ คน ต่ำกว่าเกณฑ์มาหลายปีดีดัก จ้างครูพิเศษด้วยการพึ่งพาเอกชนมาอย่างยาวนาน..ปีนี้..ผมต้องการครูประจำการ ๑ คน เป็นของขวัญให้ผู้ปกครองและนักเรียน..ก็อยู่ที่การตัดสินใจของเขตพื้นที่ฯที่มักจะอ้างเกณฑ์อยู่เสมอ...

            เมื่อก่อน..ผมทำงานและเชื่อมั่นในคุณความดี และมีบางครั้งจะระลึกถึงคุณพระศรีรัตนตรัยฯ ให้ปกปักรักษา ให้อยู่รอดปลอดภัย ขอให้มีพลังใจในการทำงาน..  

               ยามนี้..ผมมีกำลังใจแล้ว..ขอพรน้อยลง ทำงานมากขึ้น..เพราะบุคลากรของหนองผือ..อยู่ในสายพระเนตรของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

             พระบารมีของพระองค์ข้าพระพุทธเจ้าจะจดจำ พระบารมีของพระองค์เคยทำให้ผู้หลักผู้ใหญ่เห็นคุณค่าของคนและงานที่บ้านหนองผือมาแล้ว ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้..

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๘  สิงหาคม  ๒๕๖๑

 

 

  <p>  </p><p> </p>