กิจกรรมบำบัดครอบครัวคิดบวก


กราบขอบพระคุณคุณครูหนึ่งและครอบครัว I Progress ที่มีจิตมุ่งมั่นให้คำปรึกษานักเรียนที่เก่งให้มีความสุข และกราบขอบพระคุณคุณพ่อคุณแม่คุณลูกทุกๆครอบครัวที่มีจิตเมตตากรุณาให้ความรักใส่ใจในการพัฒนาทักษะชีวิตอย่างดีงาม

วันนี้ผมตั้งใจทดสอบโปรแกรมกิจกรรมบำบัดจิตสังคมชื่อ "ครอบครัวคิดบวก" ประกอบด้วย SELF-SPIRIT คือ Social Emotional Learning Flow - ซึ่งควรมีบุคลิกภาพดีต่อใจ คือ รับรู้สึกนึกคิดความเป็นจริง Sensing คิดยืดหยุ่นอารมณ์บวก Perceiving ปิ๊งแว๊ปตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยปัญญาประสบการณ์ มีตัวเลือกเหมาะสมและพอเหมาะ Intuition ให้ความเคารพยอมรับกันและกัน Respect ครุ่นคิดพอประมาณ Introvert คิดรอบด้านด้วยเหตุผลระหว่างตนและคนอื่น Thinking 

ผ่านกระบวนการ I Hope to Love: Inside Heart Out Positive Emotion Time Opportunity Less Obligation Victory Ego ซึ่งแปลความรู้สู่กิจกรรมในหนึ่งวัน ได้แก่ 

1. การสังเกตวิเคราะห์ความสามารถลูก ขณะวาดรูปกับกลุ่มเพื่อน วาดรูปกับพ่อแม่ ซ้อมเต้นและถ่ายคลิป (ให้ผู้มีอายุน้อยสุดเป็นผู้นำถ่ายทำและกำกับและมีสมาชิกช่วยเหลือกันและกันระหว่างพ่อแม่ลูกข้ามครอบครัว) และเชิญให้ออกมาเต้นต่อวงใหญ่แบบไม่บอกล่วงหน้า 

แล้วชื่นชมด้วยความรู้สึกจากหัวใจอย่างจริงใจ (ลดอัตตาในตนเอง เพิ่มศรัทธาในตัวลูก เพิ่มความพยายามรับฟังลูกโดยไม่ตัดสินแทนลูก เพิ่มสติ สมาธิ และปัญญา) โดยคิดดี ทำดี พูดดี ได้แก่  

"จินตนาการ มั่นใจ ให้กำลังใจ ยิ้มสู้ รับฟัง เปิดใจ ขอบคุณ เอาใจเขามาใส่ใจเรา ให้อภัย ขอโทษ ไม่ตัดสินไปเอง ไม่คาดหวังสูงไม่คิดลบ ไม่คิดมาก ไม่คิดไปเอง ไม่คิดเข้าข้างตัวเอง ไม่ลังเลสงสัย ไม่หาเหตุผลตลอดเวลา ไม่คิดฟุ้งซ่าน ไม่หวาดระแวงเกินเหตุ ไม่คาดหวังเกินไป ไม่เศร้าจมอดีต ไม่หงุดหงิดจำฝังใจ ไม่โมโหต่อว่า ไม่โกรธก้าวร้าว ไม่โกหกว่าร้าย ไม่ห่วงหวงเยอะไป ไม่ผลัดวันปะกันพรุ่ง ไม่โยนความผิดให้คนอื่น และยอมรับความจริง"  

2. การชี้แนะหรือโค้ชครอบครัวมองหาความดีของกันและกัน อย่างน้อย 10 ข้อ ในเวลา 15 นาที แล้วแยกคุณลูกๆ ไปวาดภาพสะท้อนความดีของครอบครัว ขณะที่คุณพ่อคุณแม่เรียนรู้การสื่อสารเชิงบวกกับลูกๆ ให้สุดๆ คือ ลูกมีอะไรจะเล่าให้ฟังหรือให้พ่อแม่ช่วยเหลือ คุณพ่อคุณแม่ตั้งคำถามไปให้ลูกคิดว่า ที่เล่ามาลูกกำลังคิดแก้ปัญหาอย่างไร และทำไมลูกถึงคิดอย่างนั้น ในความเห็นของพ่อแม่คิดว่าอย่างไรและเพราะอะไร สุดท้ายถามลูกว่า รู้สึกอะไร เรียนรู้อะไร ลองสอนพ่อแม่หน่อยซิ (พ่อแม่อ่อนน้อมให้เป็นผู้ตาม แกล้งโง่ และสบตากอดลูกไร้เสียง 20 วินาทีอย่างน้อย 4 รอบต่อวัน) อาจเสริมกิจกรรมการเต้นรำ การเล่นกีฬา การทำบุญจิตอาสาช่วยผู้ด้อยโอกาส การทำความสะอาดบ้าน การทำอาหารครอบครัว



3. การฝึกสติกับโยคะมือเพิ่มสมดุล "กล้าคิดเครียดคลาย" จากกิจกรรมการถ่ายรูปภาวนาของสิ่งไม่มีชีวิตรอบๆ ตัวแล้วระดมความคิดเห็นครอบครัวตามความหมายเมตตา (นิ้วโป้งชี้แตะกัน) กรุณา (นิ้วโป้งแตะนิ้วกลาง) มุฆิตา (ลูกเสือ พูดว่า "คิดดี ทำดี พูดดี") และ อุเบาขา (สองนิ้วสู้ๆ พูดว่า "สู้ๆ นะ จะเป็นกำลังใจให้เสมอ")   อย่างละ 5 ภาพในเวลา 15 นาที ด้วยการห่อผ้าให้จินตนาการถึงความรักที่พ่อแม่กอดลูกในหนึ่งเดือนแรกที่เกิดมา ผ่านการฝึกโยกตัวระหว่างพ่อแม่ก่อนที่จะไปสื่อสารชวนลูกพูดตามว่า "ถึงแม้ว่าเราจะกลัว ถีงแม้ว่าเราจะโกรธ ถึงแม้ว่าเราจะเศร้า เราจะเปิดใจ ยอมรับ และรักตัวเองมากๆ เปิดใจ สามรอบ" หลังการวาดรูปของลูกมอบด้วยความขอบคุณและจะเป็นเด็กดี ก้มกราบพ่อแม่ คลิกชืนชมที่นี่


4. การฝึกอุเบกขาภาวนา - ลดระแวง ลดคิดแทน ลดคิดไปเอง ลดรักแบบห่วงมากเกินไป ให้พ่อแม่ปล่อยวางแบบเฉยรู้ ฝึกลูกๆ ให้เรียนรู้จากความผิดพลาดจะได้เติบโตแบบกล้าคิดดี กล้าทำดี และกล้าพูดดีมีความเป็นผู้นำในการแก้ปัญหาในทุกๆสถานการณ์ชีวิตด้วยตัวเอง 

ขอบพระคุณความเป็นกัลยาณมิตรจากทุกๆครอบครัวที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมมือทำกิจกรรมอย่างดีงามคลิิกชื่นชมที่นี่

ท้ายสุดทบทวนความคิดบวกของครอบครัวอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้งผ่านกิจกรรมฝึกสุภาพบุรุษและฝึกสุภาพสตรีบนโต๊ะอาหารก่อนทานคำแรกอย่างช้าๆ เช่น คุณพ่อเลื่อนเก้าอี้ให้คุณแม่นั่ง คุณแม่ตักอาหารให้คุณพ่อ คุณพ่อคุณแม่ชวนลูกตักข้าวให้กันและกัน ฯลฯ โดยเฉพาะในวัยที่กำลังเรียนรู้ "ทักษะเอาใจเขามาใส่ใจเรา ตั้งแต่ 3 ปี - 13 ปี" ถ้าเลยกว่านี้ก็คุยเหตุคุยผลแบบเพื่อนพี่น้องตามข้อ 2 โดยเฉพาะคิดบวกก่อนนอนครับ แนะนำการนำความแตกต่างของครอบครัวมาเติมเต็มสมองพลังสุดกันตามลำดับจากทักษะสังคม อารมณ์ และเรียนรู้ หรือ Social Emotional Learning (SEL) ลดความเห็นแก่ตัว (Selfish) เมื่อฝึกทั้งสามองค์ประกอบ (SEL-Flow) ในหลายๆสถานการณ์ชีวิต ได้แก่ 

1.สงบสบาย พูดจาใจเย็น เน้นความรู้สึก

2.กล้าตัดสินใจ พูดจาเสียงดัง เน้นเป้าหมาย 

3.สมบูรณ์แบบ พูดจารายละเอียด เน้นเหตุผล 

 4.ชอบสังคม ช่างพูด เน้นสร้างสรรค์


หมายเลขบันทึก: 649218เขียนเมื่อ 29 กรกฎาคม 2018 07:56 น. ()แก้ไขเมื่อ 29 กรกฎาคม 2018 10:21 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (4)

ทราบง่า อาจารย์จะมาจัด workshop ที่เชียงใหม่ด้วยตอนนี้สนใจ Flow ค่ะ ^^

ขอบพระคุณคุณหมอ ป. ด้วยความเคารพและคิดถึงครับ ผมไม่ได้ขึ้นไปจัดที่เชียงใหม่ครับ เพิ่งกลับมาจากจัดที่ขอนแก่นครับผม ลองศึกษาในบันทึกดูนะครับผม

ขอบพระคุณครับท่านวอญ่า-ผู้เฒ่าครับผม

กราบขอบคุณสะพานบุญครูหนึ่งและคนครอบครัว ขอบคุณน้องสาวที่เป็นสะพานบุญอีกคน ขอบคุณธรรมมะที่จัดสรรให้ได้มาพบทุกท่านอย่างที่ด็อกเตอร์ปอบได้พูดไว้ ขอบคุณตัวเองที่ไม่เลิกล้มความตั้งใจกลางทาง สุดท้ายขอกราบขอบพระคุณจากใจ อาจาร์ยด็อกเตอร์ป๊อบ ที่นำทางให้พวกเราได้ก้าวตามไปในทางที่โล่งโปร่ง สบาย ขอบคุณจริงไปค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี